สุนัขควรออกกำลังกายไหม?

สุนัขควรออกกำลังกายไหม?

ในการเลี้ยงสุนัขนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัขหรือสุนัขที่สูงวัยก็ล้วนต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับเราหรือผู้เลี้ยง ฉะนั้นหากสงสัยว่าสุนัขควรจะออกกำลังกายไหม ผมตอบได้เลยทันทีว่าควรอย่างมากครับ การออกกำลังกายจะส่งผลให้สุนัขมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และช่วยในเรื่องระบบเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมในเรื่องของสมาธิของสุนัขให้ดีขึ้น และที่สำคัญยังส่งผลถึงสุขภาพจิตของสุนัขให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น รวมไปจนถึงสร้างความผูกพันและสร้างสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงกับสุนัขได้ดีมากด้วยครับ และหากใครที่เลี้ยงสุนัขอาจจะทราบดีว่าสุนัขที่ไม่ได้รับการออกกำลังกาย หรือสุนัขที่เราไม่ได้เล่นกับเขามากนัก ซึ่งสิ่งนี่ก็อาจจะส่งผลให้สุนัขนั้นมีพฤติกรรมที่ทำลายข้าวของ ดื้อ ก้าวร้าว หรือเกิดอาการเบื่อหน่ายได้เนื่องจากเขาไม่ได้เอาพลังงานออกมาจากร่างกาย เนื่องจากโดยธรรมชาติของสุนัขจะต้องมีการเผาผลาญพลังงานออกในทุกๆ วัน แถมข้อเสียของการไม่ออกกำลังกายอย่างส่งผลให้สุนัขมีภาวะโรคอ้วนได้ด้วยนะครับ สุนัขทุกวัยควรออกกำลังกายไหม? สุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความต้องการในเรื่องของการออกกำลังกายหรือการเผาผลาญพลังงานออกจากร่างกายที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นหากเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์บลูด็อกก็ไม่ต้องการการออกกำลังกายที่มากมายในทุกวัน เพียงแค่พาเขาเดินไปรอบๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่ในการเดินหรือจูงเขาก็ควรที่จะจูงให้ถูกวิธี ซึ่งคุณควรจะเป็นผู้นำอย่าให้สุนัขลากคุณเป็นเด็ดขาด ซึ่งสิ่งนี้ก็ล้วนต้องผ่านการฝึกฝนอยู่เช่นกัน และในการพาสุนัขออกไปวิ่งเล่นหรือเดินเล่นนั้น ผู้เลี้ยงก็ควรที่จะสังเกตพฤติกรรมของสุนัขของตนอยู่เสมอว่าเขามีอาการเบื่อ หรือมีอาการเหนื่อยจากการออกกำลังกายหรือไม่ ซึ่งหากเขาแสดงอาการเหนื่อยขึ้นมาก็ควรที่จะหยุดพักหรือพอ และหากถามว่าสุนัขแก่นั้นควรออกกำลังกายหรือไม่ คำตอบก็คือควรอยู่ดีครับ แต่ก็จะมีข้อจำกัดในร่างกายเนื่องจากสุนัขแก่นั้นไม่คล่องแคล่วเหมือนสุนัขที่เป็นวัยรุ่นจึงส่งผลให้มีการเคลื่อนไหวที่ช้าลง และยังมีอาการปวดตามข้อหรือกล้ามเนื้อ หรือมีความขี้เกียจที่เพิ่มขึ้นไม่กระตือรือร้นเช่นเคย แต่อย่างไรก็ตามสุนัขที่มีอายุมากก็ควรได้รับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อาจจะเลือกกิจกรรมการว่ายน้ำเบาๆ หรือการเดินเล่นในสวนแบบสบายๆ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยมาก ก็จะช่วยส่งผลให้สุนัขมีสุขภาพที่ดีมากขึ้น หรือแม้แต่สุนัขที่พิการก็ควรที่จะได้รับการออกกำลังกายด้วยการใช้รถเข็นออกไปเดินเล่นรอบๆ แถมบางตัวก็ยังสามารถได้ในกิจกรรมทางน้ำได้เช่นกันครับ ต้องออกกำลังกายแค่ไหนถึงพอ? การออกกำลังกายของสุนัขนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของสุนัขที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสายพันธุ์ อายุ สุขภาพโดยรวม และขนาดของสุนัข ซึ่งโดยปกติแล้วก็ควรจะใช้เวลาประมาณที่ 30 นาทีถึง สอง ชั่วโมงในการทำกิจกรรมในทุกๆ […]

ตรวจสัญญาณสุขภาพจาก “อึของสุนัข”

ตรวจสัญญาณสุขภาพจาก อึของสุนัข

การตรวจสุขภาพข้างต้นของสุนัขนั้นสามารถทำได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นจากตาหรือปาก และอีกสิ่งคลองสุนัขที่สามารถบอกสัญญาณถึงสุขภาพได้เช่นกันว่าเขามีสุขภาพดีหรือไม่ก็คืออึของสุนัขนั้นเอง สุนัขนั้นสามารถบอกเราได้ถึงสุขภาพของน้องหมาได้หลากหลาย โดยเฉพาะอาการหรือโรคที่มีสาเหตุมาจากระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอึที่ดีนั้นก็จะสามารถสังเกตได้จากหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง กลิ่น ปริมาณและสีของอึนั่นเอง ดังนั้นวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาช่วยกันเช็กสัญญาณง่ายๆ จากอึของสุนัขกันดีกว่าครับว่าสุนัขที่บ้านของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่หรือไม่ การสังเกตจาก “อึ” ของสุนัข 1. รูปร่าง รูปร่างของอึนั้นนอกจากจะมีปริมาณของน้ำเป็นส่วนประกอบแล้ว เกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีภายในอึด้วย เนื่องจากถึงแม้ว่าอึจะมีปริมาณน้ำที่เท่ากัน แต่ในขณะเดียวกันกากใยภายในอึก็จะมีปริมาณที่ต่างกันนั่นเอง ซึ่งจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อึของสุนัขมีรูปร่างที่ต่างกัน โดยอึที่ดีจะต้องเป็นก้อน ไม่เลอะเทอะ และสามารถเก็บได้ง่าย แต่หากอึของสุนัขมีลักษณะนิ่ม เหลวเป็นน้ำ หรือแม้แต่เป็นก้อนแข็งจนเกินไป สิ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติภายในร่างกายของสุนัขได้เช่นกัน 2. ความเหลว อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าภายในอึนั้นมีปริมาณน้ำเป็นส่วนประกอบ โดยหากมีปริมาณน้ำมากก็อาจจะทำให้อึของสุนัขนั้นเลวนั่นเอง ซึ่งความเลวนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสมดุลของการดูดซึมน้ำของลำไส้และรวมไปจนถึงความสามารถในการเก็บน้ำในลำไส้ของสุนัข ดังนั้นส่วนประกอบของอาหารและความสามารถในการย่อยรวมไปจนถึงการดูดซึมของสุนัขแต่ละตัวซึ่งมีผลต่อความเลวของอึ ซึ่งโดยปกติแล้วอึของสุนัขข่วนมีความชื้นที่ประมาณ 58% ถึง 72% หรือเป็นก้อนอึที่ดีซึ่งต้องไม่แข็งจนเกินไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในอึเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารภายในสุนัขได้ ฉะนั้นเราจึงต้องดูในเรื่องของรูปร่างของอึควบคู่กันไป 3. ปริมาณ ปริมาณของอึถือเป็นอีกสิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพทางเดินอาหารของสุนัขได้ และอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าปริมาณน้ำถือเป็น หนึ่ง ในส่วนประกอบของอึ ซึ่งยังรวมไปถึงแบคทีเรียในลำไส้ และส่วนประกอบในอาหารอื่นๆ ที่ไม่สามารถย่อยได้ ฉะนั้นหากผู้เลี้ยงให้อาหารที่ย่อยได้น้อยหรือไม่มีคุณภาพแก่สุนัขก็จะทำให้อาหารที่ย่อยไม่ได้รื้อสิ่งตกค้างเหล่านี้ยังคงค้างอยู่ในทางเดินอาหารและสุดท้ายก็จะออกมาพร้อมอึ และผู้เลี้ยงก็จะเห็นว่าปริมาณของอึที่สุนัขถ่ายออกมานั้นมีปริมาณที่มากขึ้นนั่นเอง 4. กลิ่น กลิ่นของอึนั้นเกิดจากสารระเหยต่างๆ ภายในอึที่ระเหยออกมาหลังจากที่สุนัขได้ทำการถ่ายออกมาแล้ว ซึ่งสารระเหยเหล่านี้ก็จะมักจะถูกสร้างโดยแบคทีเรียภายในลำไส้ […]

การฝึกสุนัขให้มีระเบียบวินัยภายในบ้าน

การฝึกสุนัข

เมื่อเรารับเลี้ยงสุนัขมาเป็นหนึ่งในครอบครัวของเราแล้ว แน่นอนว่าเราจะต้องอยากให้เขารู้เรื่องและเข้าใจ ฉะนั้นในการเลี้ยงสุนัขก็ต้องมีการฝึกสุนัขเช่นกัน โดยอย่างแรกที่ต้องฝึกในการเลี้ยงสุนัขก็คือ การทำให้เขารู้จักชื่อของตัวเอง แต่ในการตั้งเชื่อสุนัขนั้นก็จำเป็นที่จะต้องสามารถออกเสียงได้ง่ายและจำได้ง่าย ควรเป็นคำสั้นๆ กะทัดรัดและเมื่อเรียกแล้วให้ความหนักแน่น ซึ่งควรเป็นคำที่ง่ายๆ ไม่เกิน 2 พยางค์ สุนัขก็จะสามารถจำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นและสมาชิกทุกคนก็ควรมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อให้กับสุนัขด้วยเพื่อที่จะได้ชื่อที่เหมาะสมที่สุด และเมื่อมีชื่อแล้ว ให้ผู้เลี้ยงและสมาชิกภายในบ้านหมั่นเรียกชื่อสุนัขบ่อยๆ เนื่องจากยิ่งเราเรียกบ่อยสุนัขจะยิ่งสามารถจำได้ง่ายมากขึ้น และสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกสิ่งต่อไปมาก เช่น บางคนอาจจะต้องการฝึกขอมือสุนัข หรือต้องการให้สุนัขทำตามคำสั่งต่างๆ ได้ง่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องเริ่มหลังจากที่เขารู้จักชื่อของเขาแล้วทั้งนั้น และวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีฝึกเจ้าสุนัขแสนรักของเราให้มีระเบียบวินัยภายในบ้าน เราไปดูกันดีกว่าครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง 1. การฝึกสุนัขให้รู้จักขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง ก่อนอื่นในการเลี้ยงสุนัขต้องมีการกำหนดสถานที่สำหรับสักส่วนต่างๆ เอาไว้แล้ว เช่น ห้องน้ำ หรือมุมใดมุมหนึ่งภายในบ้านที่เห็นสมควร จากนั้นให้ผู้เลี้ยงค่อยพยายามวังเกตว่าสุนัขต้องการขับถ่ายหรือยัง เนื่องจากเมื่อสุนัขต้องการที่จะขับถ่ายเขาจะวิ่งเป็นวงกลมหรือดมกลิ่นตามพื้นซึ่งเป็นการแสดงออกว่าต้องการขับถ่ายหรือเข้าห้องน้ำ โดยปกติแล้วลูกสุนัขที่มีอายุประมาณ 3-6 เดือนจะขับถ่ายประมาณวันละ 5 ครั้งซึ่งมักจะต้องการขับถ่ายหรือปัสสาวะเมื่อตื่นเช้าหรือหลังจากที่กินอาหารแต่ละมื้อเรียบร้อยแล้ว ส่วนอายุ 6 เดือนจะขับถ่ายวันละ 4 ครั้ง และส่วนสุนัขที่โตแล้วจะขับถ่ายวันละประมาณ 3 ครั้ง  ส่วนในการฝึกนั้น หลังจากผู้เลี้ยงทำการแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจนแล้ว และสังเกตว่าเขามีอาการที่แสดงอาการถึงการต้องการขับถ่ายหรือปัสสาวะตอนไหนให้อุ้มเขาไปที่นั่นทุกครั้งจนกว่าเขาจะคุ้นเคยกับสถานที่นั้น ส่วนใครที่ต้องการให้สุนัขขับถ่ายนอกบ้านก็ต้องอุ้มเขาออกไปที่บริเวณนั้นทุกครั้งเมื่อเขามีอาการต้องการขับถ่าย และเมื่อเขาชินแล้วและต้องการขับถ่ายข้างนอก เขาก็จะแสดงอาการให้เรารู้เอง 2. ฝึกการกินอาหาร และการนอนหลับที่เป็นเวลาเพื่อไม่ให้กวนในตอนกลางคืน […]

การดูแลความสะอาดสุนัขเบื้องต้นที่ควรรู้

การดูแลความสะอาดสุนัข

ในการเลี้ยงดูสุนัขต้องมีทั้งการเอาใจใส่ ความรัก และในการดูแลตั้งมีทั้งทางจิตใจและทางร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการคอยสังเกตความผิดปกติบนร่างกาย การอาบน้ำ และแปรงขน แต่ไม่เพียงเท่านี้ ก็ดูแลสุนัขให้มีสุขภาพที่ดียังต้องดูแลในเรื่องความสะอาดหู ตา ฟัน และรวมไปจนถึงเล็บด้วย และในบทความนี้ผู้จะมาบอกถึงวิธีการดูแลความสะอาดสิ่งเหล่านี้ของสุนัข และรวมถึงความสำคัญที่ต้องทำอีกด้วย ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 1. การดูแลหูสุนัข นอกจากการอาบน้ำแปรงขนที่จำเป็นแล้ว หูยังเป็นส่วนสำคัญที่ควรได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน และหูสุนัขที่ดีและปกติจะต้องมีสีชมพูเรื่อๆ สะอาด และไม่กลิ่นที่ผิดปกติ และหูควรจะสะอาดไม่มีขี้หูมากจนเกินไป ไม่มีหมัดหรือเห็บ ไม่มีแผลหรือหนอง สุนัขส่วนใหญ่มักมีขนที่ขึ้นที่บริเวณหู และขนเหล่านี้แหละครับที่เป็นตัวเพาะเชื้อ และมักจะหมักหมมสิ่งสกปรกทั้งหลายได้เป็นอย่างดี และเนื่องจากหูเป็นแหล่งที่สามารถเกิดเชื้อโรคได้ง่าย ทำให้ผู้เลี้ยงต้องคอยหมั่นดูแลเอาใจใส่เช็ด ถู หรือล้างสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมดอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังถือว่าดีเนื่องจากหูของสุนัขสามารถถ่ายเทอากาศได้ดีทำให้สิ่งสกปรกจึงไม่สามารถหมักหมมจนเกิดโรคขึ้นได้ แต่หากเห็นว่าหูของสุนัขสกปรกก็สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆ เช็ดบริเวณใบหู และรูหูส่วนนอกของหูให้เป็นประจำ แต่ทางที่ดีควรทำความสะอาดหรือการเช็ดหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วเนื่องจากเป็นตรวจสิบด้วยว่ามีน้ำยังหลงเหลือหรือไหลเข้าไปในหรือไม่ ซึ่งหากเห็นว่ายังมีน้ำอยู่ต้องเช็ดให้แห้งและสะอาดเพื่อป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรที่จะเช็ดลึกจนเกินไปเนื่องจากภายในใบหูของสุนัขนั้นมีความอ่อนไหวมากฉะนั้นหากต้องการทำความสะอาดลึกมากควรจะพาไปพบหมอเพื่อให้เขาทำให้จะดีกว่า 2. การดูแลตาของสุนัข ตาของสุนัขที่ดีจะต้องมีแววตาที่แจ่มใส และไม่ควรมีสีแดง ขุ่นมัว หรือไม่ขี้ตา รวมไปจนถึงไม่ควรมีคราบน้ำไหลเป็นคราบอยู่เสมอซึ่งสิ่งนี้แสดงว่ามีอะไรผิดปกติกับตา หากเป็นโรคตาอักเสบธรรมดาเนื่องจากผมเข้าตาก็สามารถรักษาได้ง่ายด้วยการใช้น้ำยาหยอดตา 4-5 หยดเพื่อให้น้ำยาล้างตาได้ชะล้างเอาสิ่งสกปรกภายในตาออก จากนั้นให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเบาๆ รอบๆ ตาออก แต่หากมากกว่าที่จะสามารถรักษาเองได้ก็ควรนำไปหาหมอจะดีกว่า ในสุนัขบอกตัว เราจะเห็นว่ามีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอที่เป็นอย่างนี้ก็มาจากที่บริเวณนั้นมักเปียกแฉะจากน้ำตาของสุนัขทำให้คราบน้ำตานี้จะติดแน่นที่บริเวณหัวตาย้อยลงมา ส่วนในการกำจัดนั้นก็สามารถทำได้ด้วยการหมั่นเช็ดถูอย่างประจำสม่ำเสมอในทุกๆ […]

สิ่งน่ารู้สำหรับผู้ที่อยากเลี้ยง ไซบีเรียนฮัสกี้

ไซบีเรียนฮัสกี้

หากถามถึงสายพันธุ์สุนัขที่ใครร้ายหลายคนตกหลุมรักคงจะหนีไม่พ้นสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ ด้วยความน่ารักแสนซนของเขาจึงทำให้สามารถตกใครได้หลายๆ คน แต่แน่นอนว่าสำหรับสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้นี่เขามีความพิเศษเฉพาะตัว ฉะนั้นคนที่อยากมีเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้ไว้ครอบครอง ก็ควรที่จะศึกษาก่อนตัดสินใจเลี้ยงให้ดีครับ เนื่องจากเหล็กบางสายพันธุ์จะต้องเลี้ยงเฉพาะในห้องแอร์เท่านั้น หรือบางสายพันธุ์อาจจะไม่เหมาะกับการอยู่ในที่แคบ หรือการอยู่ในพื้นที่ที่มีขนาดที่จำกัดจนเกินไป เนื่องจากสายพันธุ์เหล่านั้นล้วนต้องการมีพื้นที่ในการออกกำลังกาย หรือในการวิ่งเล่น และสำหรับเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้ก็เช่นกัน ผู้เลี้ยงควรจะศึกษาพฤติกรรมของไซบีเรียนฮัสกี้รวมไปถึงลักษณะนิสัยของเขาด้วย ว่าเขาเหมาะสมกับเราหรือไม่ ประวัติความเป็นมาและอุปนิสัยของเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้  เมื่อย้อนประวัติกลับไปเจ้าสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้นี้เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 3000 ปี โดยมีต้นกำเนิดอยู่ที่ตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียและได้รับการเพาะพันธุ์จากชาวชุกชี โดยมีการสืบทอดจากบรรพบุรุษที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหนาวเย็นจึงส่งผลให้ไซบีเรียนฮัสกี้เป็นสุนัขที่มีขนค่อนข้างหนา แค่ไม่มีความแข็งแรงคล่องแคล่ว เนื่องจากโดยบรรพบุรุษแล้วเป็นสุนัขเอาไว้ลากเลื่อนบนหิมะ นอกจากนี้ยังมีลักษณะนิสัยที่ยืดหยุ่นและสบายอีกด้วย หากถามถึงนิสัยของไซบีเรียนฮัสกี้แล้ว เขาเป็นสุนัขที่มีความฉลาด เจ้าเล่ห์ แถมยังเป็นสุนัขที่รักความอิสระอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็ขี้เบื่อ เป็นนักจินตนาการที่มีความเป็นผู้นำ แถมยังเป็นสุนัขที่สามารถตัดสินใจเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ด้วยตัวเองจึงถือว่าเป็นสุนัขที่มีความฉลาดอย่างมากเลยทีเดียวล่ะครับ และเราจะเห็นจากคลิปวิดีโอจากโซเชียลมากมายที่จะเห็นจากที่เจ้าไซบีเรียนฮัสกี้มักจะร้องพูดคุยอยู่หลายๆ คลิป ฉะนั้นก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วจะจ้างไซบีเรียนฮัสกี้นี่ก็เป็นสุนัขที่ช่างพูดช่างจาอยู่ไม่น้อย จึงทำให้การเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกี้นี้จึงไม่เหมาะกับการเลี้ยงอยู่ในคอนโดนั่นเองครับ วิธีการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีที่ควรรู้ เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีจะต้องได้รับการออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอฉะนั้นจึงเหมาะอย่างมากสำหรับเจ้าของที่มีระเบียบวินัยและรักในการออกกำลังกาย และมีความเป็นผู้นำที่สูง เนื่องจากหากผู้เลี้ยงไม่ได้มีภาวะผู้นำที่สูงอาจจะโดนจ้องไซบีเรียนฮัสกี้ขึ้นเป็นผู้นำแทนก็เป็นได้ และหากผู้เลี้ยงไม่พาเจ้าเซเว่นฮัสกี้ออกกำลังกายหรือไม่ออกไปวิ่งเล่นข้างนอกก็จะทำให้เขาเป็นนักผังของภายในบ้านนั้นอีกครับ ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากพลังงานที่ไม่ได้ รับการปลดปล่อยและเกิดจากอาการขี้เบื่อที่ต้องอยู่แต่ภายในห้องนั่นเอง และด้วยต้นกำเนิดหรือจากบรรพบุรุษที่มาจากเมืองหนาวเย็น จึงส่งผลให้เจ้าเซเว่นฮัสกี้นี้จึงชอบอากาศที่หนาวเย็นเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสามารถที่จะอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนได้ประมาณหนึ่ง ได้แม้ว่าจะสามารถอยู่ในอากาศที่ร้อนได้ประมาณหนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะ เขาจะชอบอากาศร้อนนะครับ ด้วยขนสองขั้นที่หนาของเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้จึงทำให้จริงๆ แล้วก็ต้องการอยู่ในห้องที่มีความเย็น เช่นห้องแอร์ แต่ในขณะเดียวกันผู้เลี้ยงก็สามารถจัดให้เจ้าไซบีเรียนฮัสกี้นี้อยู่ในพื้นที่ที่สามารถระบายอากาศได้ดีได้เช่นกัน เนื่องจากหากอยู่ในสถานที่ที่ร้อนเกินไปแถมยังไม่ถ่ายเทอากาศก็อาจจะส่งผลให้เจ้าไซบีเรียนฮัสกี้เกิดโรคฮีทสโตรก แถมยังส่งผลให้ขนร่วงได้ด้วยครับ โดยวิธีที่จะช่วยคลายร้อนสำหรับเจ้าไซบีเรียนฮัสกี้มีดังนี้ – […]

ทำความรู้จักกับแชมพูยารักษาโรคผิวหนังที่ดีสำหรับสุนัข

แชมพูยารักษาโรคผิวหนังที่ดีสำหรับสุนัข

อย่างที่ผู้เลี้ยงสุนัขรู้กันดีกว่าสุนัขนั้นไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่เขาต้องการให้กับเราได้และกว่าที่เราจะรู้ตัวนั้นบางครั้งมันก็อาจสายไปแล้ว อย่างเช่นเมื่อสุนัขเป็นโรคผิวหนังเป็นต้น แน่นอนว่าหากสุนัขเป็นโรคผิวหนังนั้นระดับว่ารุนแรงนั้นก็จะต่างกันออกไปเช่นตั้งแต่ ผิวหนังอักเสบ ขนหลุดรั่ว หรือแม้แต่มีอาการคันและแสบผิวก็เป็นได้เช่นกัน และในการรักษานั้นจะมีเพียงการกินยาตามอาการและผู้เลี้ยงต้องดูแลเรื่องการทำความสะอาดและการอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นจึงจะสามารถช่วยได้ แต่แน่นอนว่าในการรักษาก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน ความแตกต่างระหว่าง แชมพูยาสำหรับสุนัข และแชมพูสำหรับสุนัข แชมพูยาสำหรับสุนัข: แชมพูยาสำหรับสุนัขมีสารตั้งต้นที่เหมือนกับแชมพูทั่วไปสำหรับสุนัข แต่สิ่งที่เน้นเป็นพิเศษก็คือในเรื่องของความสะอาดและยังรวมไปถึงการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังและขนให้มีสุขภาพที่เงางามอีกด้วย แต่แชมพูยาสำหรับสุนัขนั้นมีสิ่งที่เพิ่มเติมพิเศษเข้าไปนั่นก็คือยารักษาที่ใช้เพื่อสำหรับการรักษาโรคผิวหนังตามสภาพปัญหาของโรคนั่นเอง แชมพูสำหรับสุนัข: แชมพูทั่วไปสำหรับสุนัขนั้นจะใช้เพื่อทำความสะอาดโดยรวมของสุนัข ซึ่งบางยี่ห้อก็จะมีสูตรในการดูแลที่แตกต่างกันไป เช่น สูตรบำรุงขน บำรุงผิวหนัง สูตรอ่อนโยน หรือสูตรกำจัดเห็บหมัดซึ่งสูตรกำจัดเห็บหมัดนี้ก็จะมีความรุนแรงต่อผิวหนังของสุนัขอยู่พอสมควรฉะนั้นจึงทำให้ไม่ควรใช้ในการอาบบ่อยจนเกินไป สิ่งที่ดีที่สุดในการมองหาจากแชมพูยาสำหรับสุนัข ขั้นตอนแรกก่อนที่เราจะทำการเลือกแชมพูยาสำหรับสุนัขนั้น คุณจะต้องทราบก่อนว่าอาการสุนัขของคุณเป็นอย่างไรบ้างเช่นมีอาการคันหรือไม่ หรือมีผิวหนังแห้งและระคายเคือง รวมไปจนถึงมีอาการอักเสบตามผิวหนังและมีขนร่วงหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราอาจไม่สามารถมองได้ด้วยตัวเองฉะนั้นคุณจึงควรพาสัตว์เลี้ยงไปหาสัตวแพทย์เพื่อให้แพทย์ได้วินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริง รวมไปจนถึงวิธีการรักษาที่ถูกต้องและการเลือกแชมพูยาสำหรับสุนัขที่ถูกต้องด้วยครับ ดังนั้นแล้วการเลือกแชมพูยาที่ถูกต้องจึงควรทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เนื่องจากหลังจากที่แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะเป็นคนบอกถึงส่วนผสมของแชมพูยาที่คุณต้องมองหาในการรักษาสุนัขของคุณตามอาการ แต่อย่างไรก็ตามในการรักษาก็ต้องใช้เวลาเพื่อให้ศาลได้ทำการออกฤทธิ์สำหรับการรักษาอาการติดเชื้อด้วยเช่นกันครับ 1. ให้เลือกด้วยการดูส่วนประกอบที่ใช้ในแชมพูยา อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ครับว่าแพทย์จะเป็นคนบอกคุณเองว่าส่วนประกอบใดที่เหมาะสมในการนำมารักษาสุนัขของคุณ เช่น หากสุนัขของคุณมีอาการผิวหนังที่ติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราคุณก็ควรจะเลิกใช้แชมพูที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้โดยศาลก็จะออกรีดทั่วไปที่สามารถฆ่ายีสต์และเชื้อราได้นั่นเองครับ 2. เลือกแชมพูยาที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ การเลือกแชมพูยาที่ทำมาจากส่วนผสมจากธรรมชาติโดยปราศจากสารเคมี แอลกอฮอล์ สารปรุงแต่งที่รุนแรงและพาราเบนเลือกที่ดีกว่าสำหรับสุนัขที่มีอาการติดเชื้อทางผิวหนังอยู่แล้ว เนื่องจากแชมพูเหล่านี้จะทำให้ผิวหนังของสุนัขไม่ระคายเคืองไปกว่าเดิมนั้นเอง 3. ให้มองหาแชมพูที่มีคำว่า Hypoallergenic ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ใดก็ตามที่มีคำว่า Hypoallergenic นั่นหมายถึงสินค้าที่ใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองนั่นเอง หรือหากมีอาการแพ้ก็จะทำให้มีอาการแพ้ที่น้อยกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ ซึ่งสิ่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ง่ายนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นหากสุนัขของเรามีอาการแพ้หรือมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังอยู่แล้วการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากสุนัขนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถแพ้สิ่งต่างๆ […]

โรคของสุนัขที่มากับหน้าหนาวที่คุณควรรู้

สุนัข

หน้าหนาวกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เข้าทุกทีแม้ประเทศไทยจะยังมีอากาศร้อนถึงร้อนมากอยู่ดี แต่ในช่วงเช้าก็ยังถือว่ามีความเย็นอยู่บ้างเช่นกันครับ ฉะนั้นแล้วในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมารู้จักกับโรคของสุนัขที่มากับหน้าหนาวที่ผู้เลี้ยงทุกคนควรทราบ เนื่องจากในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้สุขภาพของสุนัขถือว่าเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างมากครับ ซึ่งเราจะพบว่าสุนัขจะมักป่วยได้ง่ายในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะกับสุนัขที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขแก่ ลูกสุนัข หรือแม้แต่สุนัขที่มีโรคประจำตัวหรือมีร่างกายที่อ่อนแอก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลเช่นกัน เนื่องจากสุนัขกลุ่มเหล่านี้สามารถป่วยได้ง่าย ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าโรคที่มากับหน้าหนาวสำหรับสุนัขเหล่านี้มีโรคอะไรกันบ้าง 1. ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia) ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia) สำหรับสุนัขหมายถึง การที่สุนัขมีอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่า 37 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นผลมาจากที่ร่างกายของสุนัขสูญเสียความร้อนออกไปไม่ว่าจะเป็นการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัด หรือแม้แต่เกิดจากความเจ็บป่วยของร่างกายเอง สิ่งเหล่านี้ก็สามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในด้านการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายทำงานปกติได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากการที่ได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้เช่นกัน เช่น การได้รับการวางยาสลบขณะที่ทำการผ่าตัดเนื่องจากยาสลบจะเข้าไปกดการทำงานของ Hypothalamic thermoregulary center ของร่างกายซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้อุณหภูมิร่างกายของสุนัขสามารถต่ำลงได้เช่นกัน แต่เราต้องทราบก่อนว่าสุนัขแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความสามารถในการปรับตัวหรือในการรับมือกับสภาพอากาศหนาวแตกต่างกันออกไป อย่างเช่นลูกสุนัขที่ยังมีระบบการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังไม่ดีเท่ากับสุนัขที่โตพร้อมทั้งยังมีอุณหภูมิร่างกายที่ต่ำกว่าสุนัขทั่วไป ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ลูกสุนัขมักสูญเสียความร้อนไปกับการระเหยความร้อนออกไปไม่ว่าจะด้วยการหายใจหรือการสัมผัสที่เย็นๆ ซึ่งหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหนาวก็จะมีโอกาสที่เสี่ยงทำให้เกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำได้ง่ายนั่นเองครับ อาการ อาการของสุนัขที่กำลังเป็นภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำจะมีอาการสั่น นอนขดตัว ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ขยับร่างกายไปไหน เรือสุนัขบางตัวอาจมีเหงือกเครียดลงหรือเป็นสีม่วงคล้ำได้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้รับการรักษา และเมื่อใดที่อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่า 32 องศาเซลเซียสก็จะทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายล้มเหลว และส่งผลให้การทำงานของหัวใจเต้นช้าลงหรือเต้นผิดจังหวะ และอัตราการหายใจลดลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ออกซิเจนในเลือกต่ำและมีภาวะเลือดเป็นกรดทำให้เกิดประสาทผิดปกติ โดยจะเริ่มไปตั้งแต่มีอาการซึมเศร้า โคม่า จนสุดท้ายก็สามารถช็อกและเสียชีวิตได้ครับ การรักษา ในการรักษาเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้ด้วยการรีบย้ายสุนัขไปยังที่ที่อบอุ่น ซึ่งหากตัวของสุนัขชื้นหรือเปียกน้ำการเช็ดตัวและเป่าให้แห้ง จากนั้นให้รีบเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายของสุนัขด้วยการนำผ้าหนาๆ มาห่มไว้ แต่หากยังไม่ดีขึ้นให้นำถุงน้ำอุ่นหรือขวดน้ำอุ่นห่อด้วยผ้าขนหนูมาประคบบริเวณท้อง อก […]

ข้อควรรู้ในการดูแลสุนัขในช่วงฤดูหนาว

การดูแลสุนัข

เมื่อถึงเดือนตุลาคมว่านั่นหมายความว่าฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามาแล้วครับ ก่อนหน้านี้ผมได้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคของสุนัขที่มากับฤดูหนาว และสำหรับในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมารู้จักวิธีการดูแลสุนัขแสนรักของเราในช่วงฤดูหนาวกันครับ ในช่วงฤดูหนาวอาจจะทำให้สุนัขป่วยบ่อยได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงของสุนัขทั้งลูกสุนัข สุนัขที่สูงวัยหรือมีอายุ รวมไปจนถึงสุนัขที่ป่วยอยู่แล้วด้วยเนื่องจากสุนัขในกลุ่มเหล่านี้จะมีร่างกายที่เบาะบางกว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัขที่ร่างกายยังไม่มีการเจริญเติบโตที่เพียงพอก็อาจทำให้ร่างกายไม่  สามารถปรับอุณหภูมิหรือควบคุมได้อย่างเหมาะสม ในกลุ่มสุนัขสูงวัยนั้นก็เช่นกันเนื่องจากร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนสุนัขโตเต็มวัยทำให้จึงไม่สามารถควบคุมหรือปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมได้ ส่วนในสุนัขที่ป่วยอยู่แล้วนั้นหากมาเจอกับอากาศหนาวและไม่ได้รับการดูแลอย่างดีก็อาจจะทำให้มีอาการทรุดลงได้ง่ายเช่นกันครับ ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องเน้นดูแลสุนัขกลุ่มเหล่านี้โดยไม่ว่าจะเป็นการให้ความอบอุ่นที่เพียงพอ อาหาร หรือแม้แต่การออกกำลังกายที่เหมาะสม ไปดูกันดีกว่าครับว่าในการดูแลสุนัขในช่วงหน้าหนาวนี้ควรทำอย่างไรกันบ้าง 1. ดูแลให้ความอบอุ่นแก่สุนัขให้เหมาะสม การดูแลให้ความอบอุ่นกับสุนัขนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากครับ ถ้าหากสุนัขเป็นสายพันธุ์ขนสั้นแล้วก็จะยิ่งขี้หนาวมากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นผมจึงแนะนำให้หาเสื้อผ้าขนาดพอดีตัวที่มีความหนามาสวมให้ในวันที่มีอากาศหนาวจะเป็นสิ่งที่ดีและช่วยให้สุนัขมีร่างกายที่อบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังควรจัดหาเหมาะนอนหรือผ้ามารองไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของสุนัข และในโซนสำหรับการนอนนี้ก็ไม่ควรให้โดนพัดลมหรือโดนลงจากภายนอก แต่อย่างไรก็ตามในการใส่เสื้อผ้าให้สุนัขนั้นผู้เลี้ยงจะต้องพิจารณาว่าอากาศแต่ละวันนั้นหนาวเพียงพอหรือไม่ เช่นหากไม่ได้หนาวมากนัก ก็อาจจะใส่เสื้อผ้าเป็นตัวบางๆ เอาไว้ เนื่องจากหากอากาศไม่ได้หนาวเย็นที่เพียงพอแล้วใส่เสื้อผ้าหนาๆ ก็จะทำให้ระบบความร้อนในร่างกายของน้องหมาสูงขึ้นได้หรืออาจจะส่งผลให้เกิดฮีทสโตรกขึ้นก็ได้เช่นกันครับ 2. การให้อาหารที่สมควรและพอเหมาะ แม้ว่าในช่วงฤดูหนาวของไทยนั้นจะไม่ได้หนาวเท่าต่างประเทศแต่การดูแลเรื่องการให้อาหารสำหรับสุนัขนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกันครับ เนื่องจากผู้เลี้ยงควรจะหาอาหารที่มีคุณค่าและคุณนำประโยชน์ที่สมควรให้กับสุนัข โดยควรที่จะเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงและมีคุณภาพดีเพื่อช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นและเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกายของสุนัขนั้นเอง ส่วนในเรื่องของการเลือกอาหารนั้น ควรเลือกเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปและเลือกให้มีความเหมาะสมกับช่วงวัยของสุนัขของคุณจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากหากเลือกอาหารให้ตรงกับช่วงอายุของสุนัขแล้วล่ะก็ ก็จะทำให้สุนัขได้รับคุณประโยชน์ทางโภชนาการได้อย่างเหมาะสมและสมดุลกับช่วงวัยของเขา นอกจากนี้ยังจะทำให้สุนัขได้มีการเติบโตที่เหมาะสมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงอาจจะเสริมในส่วนของวิตามิน กล้วย หรือแม้แต่น้ำมันปลาเพื่อช่วยให้สุนัขมีผิวหนังชุ่มชื้น คนสวยไม่หลุดร่วงง่ายก็ได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้สามารถเลือกใช้ให้กับสุนัขสายพันธุ์ที่ผู้เลี้ยงมักจะพบปัญหาเรื่องผิวหนังและขนร่วงก็ได้เช่นกันครับ สำคัญอย่างมากนอกจากการให้อาหารคือการให้น้ำดื่มสะอาดไว้อยู่เสมอ เนื่องจากในช่วงหน้าหนาวมักจะมีอากาศแห้ง ซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้ร่างกายของสุนัขสูญเสียน้ำไปได้ง่ายกว่าอากาศร้อนหรืออากาศปกติ ฉะนั้นการเตรียมน้ำไว้ให้กับสุนัขอยู่เสมอแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสะอาดด้วยจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ 3. การพาสุนัขไปออกกำลังกายให้เหมาะสมและพอดี การพาสุนัขไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผ่าพันธุ์พลังงานไม่ให้เกิดไขมันสะสมหรือโรคอ้วนนั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างมากครับ เนื่องจากในสภาพอากาศหนาวสัตว์เลี้ยงจะชอบขี้เกียจหรือหลับสบายซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นอย่างมาก ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรพาสุนัขไปออกกำลังกายหรือไปเดินเล่นอย่างสม่ำเสมออย่างที่ทำเป็นประจำจะดีต่อสุขภาพของสุนัขมากครับ ในส่วนของความเหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายนั้น สุนัขพันธุ์เล็กควรออกกำลังกายเบาๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาไปเดินเล่นหรือวิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ […]

เรื่องอาหารสำหรับสุนัขป่วยโรคหัวใจที่ต้องใส่ใจ

สุนัข

หนึ่งในอวัยวะร่างกายที่ไม่เคยหยุดพัก ทั้งของสุนัขและของคน ก็คือหัวใจ ฉะนั้นการดูแลสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ นอกจากการดูแลเพื่อ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ ก็ไม่ควรที่จะให้หัวใจของสุนัขนั้นทำงานหนักจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการพาเขาออกกำลังกาย หรือการพาเข้าเล่นจนเกินไป และที่สำคัญการเลือกอาหารสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างมาก โดยผู้เลี้ยงควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพของเขานั่นเอง และผู้เลี้ยงรู้หรือไม่ว่า รูปร่างและน้ำหนักของสุนัขนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจของสุนัข เนื่องจากหางสุนัขมีน้ำหนักที่อ้วนจนเกินไป ก็ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจได้เช่นกัน และหากอยู่ในสภาวะที่อ้วนก็ควรจะจัดการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน ด้วยการเลือกอาหารที่เหมาะสม ฉะนั้นหากสุนัขที่รักของใครยังมีหัวใจที่แข็งแรง ก็ควรที่จะดูแลเรื่องรูปร่างและน้ำหนักไม่ให้เข้าสู่ภาวะอ้วน เนื่องจากมันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ สารอาหารที่ไม่ควรมีในอาหารสำหรับสุนัขที่ป่วยโรคหัวใจ หากสุนัขเป็นโรคหัวใจสิ่งที่ควรห้ามเลยคือเกลือหรือโซเดียม แต่โดยปกติแล้วอาหารแห้งสำหรับสุนัขทั่วไปก็ประกอบไปด้วยเกลือหรือโซเดียมที่ไม่น้อยไปกว่า 0.08% หรืออาจจะน้อยกว่านั้นในบางยี่ห้อ ได้โดยปกติแล้วเกลือในอาหารทั่วไปสำหรับสุนัขก็จะอยู่ที่ประมาณ 0.3 ถึง 0.5% ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้แล้วแต่อาหารแต่ละสูตร และแน่นอนว่าในการเลือกอาหารสำหรับสุนัขที่เป็นโรคหัวใจและเป็นโรคไตนั้นควรจะคำนึงถึงสัดส่วนของโซเดียมซึ่งควรจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยจะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากหากได้รับเกลือมากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นส่งผลให้ความดันเลือดสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการควบคุมเกลือให้อยู่ในระดับที่พอดีอย่างเข้มงวดมากเกินไปก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นนัก สำหรับสุนัขที่มีร่างกายและหัวใจแข็งแรง เนื่องจากสุนัขที่ปกติก็ยังสามารถรักษาสมดุลของแร่ธาตุและน้ำในร่างกายได้อย่างปกติ แต่สำหรับสุนัขที่เป็นโรคหัวใจการควบคุมเกลือหรือโซเดียมนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจาก สุนัขจะไม่สามารถรักษาสมดุลได้อย่างสุนัขปกตินั่นเอง สารอาหารที่ควรมีหรือสิ่งที่ควรทำสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ 1. ควรเลือกอาหารที่มีเกลือหรือสารโซเดียมต่ำ 2. ควรเลือกอาหารที่มีการเสริมสร้างแอลคาร์นิทีน 3. ควรเลือกอาหารที่มีเสริมสร้างกรดไขมันจำเป็น 4. ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูง เนื่องจากสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจอาจเกิดภาวะผอมแห้งจึงทำให้ต้องการพลังงานที่สูงขึ้น 5. ควรเลือกอาหารที่เสริมกรดอะมิโนทอรีน 6. ควบคุมน้ำหนักของสุนัขให้อยู่ในระดับที่พอดี […]

แนะนำสุดยอดบอดี้การ์ด 4 ขาหรือสุนัขเฝ้าบ้านที่ไว้วางใจได้

สุนัขเฝ้าบ้าน

ผมเชื่อว่าใครๆ หลายๆ คนที่มีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนยามเหงา หรือมีไว้เพื่อเติมพลังงานหลังจากที่กลับบ้านจากการทำงานเหนื่อยล้ามาแต่ละวัน แต่แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะสุนัขหรือแมว ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาสามารถทำได้ อย่างเช่นการเฝ้าบ้าน เนื่องจากสุนัขตัวใหญ่ที่มีนิสัยที่กระตือรือร้น นอกจากจะสามารถ เป็นเพื่อนที่ดีได้แล้วก็ยังสามารถเฝ้าบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ผมได้รวบรวมสุดยอดบอดี้การ์ด 4 ขามาฝากเพื่อนๆ กันครับ และแน่นอนว่าเพื่อนๆ จะไม่เจอสุนัขอย่างไซบีเรียน ฮัสกี้อยู่ในบทความนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากหากนำมาเฝ้าบ้านก็คงจะเล่นกับโจรอย่างสบายใจเลยละครับ และหากใครที่กำลังหาสุนัขไว้เพื่อเฝ้าบ้านได้ด้วยหรือจะเป็นเพื่อนในยามเหงาก็ได้ด้วย อย่าเพิ่งตัดสินใจหากยังไม่ได้ดูบทความนี้ 1. สุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ผมเชื่อว่า หากคิดถึงสุนัขเฝ้าบ้านก็คงจะหนีไม่พ้นร็อตไวเลอร์อย่างแน่นอน เนื่องจากเราจะเห็นออกข่าวอยู่บ่อยครั้งกับความโหดชนิดกัดไม่ปล่อยของมัน จนใครๆ ก็ต้องคิดว่าสุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์จะต้องดุอย่างแน่นอน จะได้ขนาดตัวของสุนัขร็อตไวเลอร์หากมีสุขภาพที่ดีจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 36 ถึง 61 กิโลกรัม และมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ถึง 10 ปี แต่แน่นอนว่าสุนัขร็อตไวเลอร์นั้นไม่ได้ดุร้ายขนาดนั้นอย่างที่เห็นในข่าว เนื่องจากทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูและการฝึกฝนที่เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามด้วยสภาพร่างกายและรูปร่างทำให้เจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์จึงเหมาะกับการเฝ้าบ้าน ด้วยสรีระที่มีความปราดเปรียว แข็งแรงแข็งแรง รวมไปถึงเป็นสุนัขที่ค่อนข้างรักเจ้าของและคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าได้ยาก จึงถือเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะอย่างมากสำหรับการเฝ้าบ้านนั่นเองครับ และแม้ว่าเขาจะมีความดุร้ายอย่างไรก็ตาม แต่เจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์นี้ก็สามารถปรับตัวเข้ากับเด็กและสัตว์ชนิดอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี และทั้งหมดนี้ก็แน่นอนว่าต้องได้รับการฝึกฝนด้วยเช่นกัน และด้วยความที่พฤติกรรมของเขาโดยธรรมชาติแล้วเป็นสุนัขที่ต้องออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ หากผู้เลี้ยงเลี้ยงร็อตไวเลอร์อยู่เฉยๆ และไม่พาเข้าเล่นหรือออกกำลังกาย ก็อาจส่งผลให้เขาเกิดความเครียด และไประบายกับสิ่งของภายในบ้านแทน ฉะนั้นการเลี้ยงร็อตไวเลอร์ก็ควรที่จะได้รับการฝึกฝนที่ดี และที่สำคัญก็ควรจะได้รับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเขาด้วยเช่นกัน 2. สุนัขสายพันธุ์พิตบูล […]