อยากจะสานสัมพันธ์กับกระต่ายต้องทำอย่างไร?

สานสัมพันธ์กับกระต่ายต้องทำอย่างไร

การเลี้ยงกระต่ายก็ถือเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมไม่ต่างกันสุนัขหรือแมว ด้วยความตัวกลมๆ ขนปุกปุย ที่มาพร้อมกับความน่ารัก จึงทำให้ใครหลายๆ คนนั้นตกหลุมรักเจ้ากระต่ายได้ง่ายๆ แต่เนื่องจากในธรรมชาตินั้นตามสัญชาตญาณแล้วกระต่ายเป็นผู้ถูกล่า จึงทำให้เจ้ากระต่ายจึงมีนิสัยหวาดกลัวและไม่ไว้ใจมนุษย์นักในบางครั้ง ดังนั้นหากเลี้ยงกระต่าย แน่นอนว่าผู้เลี้ยงก็ล้วนอยากสานสัมพันธ์กับกระต่ายที่เลี้ยง และในบทความนี้ผมได้นำวิธีการสานสัมพันธ์กับกระต่ายมาพาทุกคนกันดังนี้  1. ฟังเสียงร้องของกระต่าย กระต่ายนั้นจะสื่อสารผ่านเสียงร้องเพื่อเป็นการบ่งบอกถึงอารมณ์และพฤติกรรมของเขา ตั้งแต่ตอนที่พอใจ ไปจนถึงเมื่อกลัวก็ส่งเสียงเหมือนกัน โดยเราสามารถสังเกตจากการส่งเสียงดังนี้ – หากกระต่ายกรีดร้อง นั้นเขากำลังบ่งบอกว่าเข้ากำลังเจ็บปวดมากและกำลังจะเสียชีวิต ฉะนั้นหากสังเกตว่ากระต่ายนั้นกรีดร้องและวิ่งเข้ามาหาคุณ ให้พากระต่ายไปหาหมอเพื่อตรวจดูเลยทันทีจะดีกว่า เพื่อจะได้รับการรักษาที่ทันท่วงที – เมื่อกระต่ายส่งเสียงร้องขู่ คือกำลังอยู่ในอารมณ์หวาดกลัวหรือไม่พอใจ ฉะนั้นหากคุณจะอุ้มเขาและเขาทำท่าขู่ใส่ ก็แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้เขาจะดีกว่า ไม่งั้นคุณอาจจะได้รับบาดเจ็บได้ – เมื่อกระต่ายส่งเสียงบดฟัง คือกำลังแสดงอาการกังวล หวาดกลัว และแสดงถึงความเจ็บป่วย หากเขาแสดงถึงเสียงบดฟังนี้ในตอนคุณกำลังอุ้มเขาอยู่นั้นแปลว่าเขากำลังรู้สึกไม่สบายตัว หรือคุณกำลังอุ้มเขาผิดวิธีอยู่ก็ได้ – แต่สำหรับการทำเสียงขึ้นจมูก กระต่ายบางตัวอาจจะทำเสียงแบบนั้นเนื่องจากเป็นโรคหรือติดเชื้อระบบทางเดินหายใจก็เป็นได้ หรือสำหรับกระต่ายบางตัวอาจจะมีน้ำมูก ทางที่ดีจึงควรพากระต่ายไปหาหมอทันทีจะดีกว่า เนื่องจากกระต่ายป่วยนั้นสังเกตได้ยากมาก ซึ่งหาพาไปหาหมอช้าอาจจะไม่ทันกาลก็เป็นได้ – สุดท้ายเมื่อกระต่ายทำเสียงฟันกระทบกันหรือส่งเสียงคราง มันอาจจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วนั้นคือ เขากำลังแสดงถึงความพอใจและความสบาย ซึ่งรับรองได้ว่าเมื่อคุณได้เสียงนี้จากกระต่ายนั้นแปลว่าเขาชอบและพอใจคุณอยู่ 2. สังเกตจากภาษากายของกระต่าย ภาษากายของกระต่ายนั้นเหมือนกับการส่งเสียง เนื่องจากเป็นการบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้นได้ โดยคุณสามารถสังเกตจากภาษากายดังนี้ – […]

ประโยชน์ในการปล่อยกระต่ายให้วิ่งเล่น และข้อควรระวังในการเลี้ยงกระต่าย

กระต่าย

วันนี้ผมจะมาแนะนำความรู้ว่าทำไมผู้เลี้ยงจึงควรปล่อยกระต่ายให้ออกมาวิ่งเล่นนอกกรงบ้างในทุกวันอย่างสม่ำเสมอซึ่งเป็นที่สิ่งที่สำคัญอย่างมาก และข้อควรระวังทั้งในการปล่อยออกมาวิ่งเล่นหรือข้อระวังในการเลี้ยงกระต่ายในสิ่งต่างๆ ซึ่งสิ่งที่ผมได้มาแนะนำในวันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการเลี้ยงกระต่ายฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง 1. ประโยชน์ในการปล่อยกระต่ายให้วิ่งเล่น แม้กระต่ายจะใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่อยู่ในกรง แต่แน่นอนว่าผู้เลี้ยงก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพที่แข็งแรงของกระต่ายด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่จะปล่อยให้กระต่ายอยู่ในบ้านหรือกรงไม่ออกไปไหนก็คงจะไม่ได้ เนื่องจากธรรมชาติของกระต่ายนั้นอยู่ในป่าทำให้การออกไปวิ่งเล่นหรือออกกำลังกายสำหรับกระต่ายจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน ผู้เลี้ยงจึงควรปล่อยให้กระต่ายออกมาวิ่งเล่นทุกวัน เนื่องจากหากกระต่ายได้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอก็จะทำให้เขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไม่อ้วนง่ายเนื่องจากหากอ้วนแล้วจะทำให้เกิดปัญหาฝ่าเท้าอักเสบ (Pododermatitis) ได้จึงทำให้น้ำหนักที่ตัวลงไปที่เท้ามากเกินไป ปัญหาที่ระบบหัวใจและหลอดเลือด ปัญหาที่ผิวหนังเกิดจากขนบนตัวที่ไม่สะอาดและอาจจะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคเนื่องจากกระต่ายทำความสะอาดไม่ถึงหรือไม่ทั่วเนื่องจากกระต่ายก้มไม่สะดวกเนื่องจากติดเหนียงและคอ นอกจากการที่ผู้เลี้ยงปล่อยให้กระต่ายไปออกมาวิ่งเล่น ยังเป็นการช่วยให้ระบบทางเดินอาหารได้มีการเคลื่อนตัว ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยลดปัญหาท้องอืด และยังช่วยให้กระต่ายมีระบบขับถ่ายปัสสาวะให้เป็นปกติอีกด้วย เมื่อดูจากข้างต้นที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดแล้วจะพบว่าการปล่อยกระต่ายให้ได้วิ่งเล่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่อย่างไรก็ตามการปล่อยให้กระต่ายออกมาวิ่งเล่นก็ยังต้องมีข้อที่ควรระวังอยู่เช่นกัน โดยมี 3 ข้อที่ควรระวังในการปล่อยกระต่ายวิ่งเล่นดังนี้ – เก็บสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อกระต่าย เมื่อผู้เลี้ยงปล่อยเจ้ากระต่ายออกมาวิ่งเล่นควรเก็บสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายต่อกระต่ายให้พ้นทางเนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เขาบาดเจ็บหรืออาจถึงชีวิตได้ เช่น สิ่งของที่อาจจะตกใส่กระต่ายได้ สิ่งที่เขาจะสามารถกลืนหรือแทะและติดคอได้ โดยยกตัวอย่างเช่น บางตัวอาจจะแทะรีโมทหายไปถึง 10 ปุ่มก็เป็นไปได้เช่นกัน ฉะนั้นเราจะควรเก็บให้เรียบร้อยก่อนที่ปล่อยให้กระต่ายออกมาวิ่งเล่นอย่างสบายใจ – ควรปล่อยเล่นในเวลาเดิมในทุกๆ วันเพื่อทำให้กระต่ายเกิดความเคยชิน โดยธรรมชาติแล้วกระต่ายจะทำอะไรในชีวิตให้เป็นกิจวัตรประจำวันซึ่งทุกอย่างจะเป็นเวลาเดิมหรือใกล้ๆ เดิมซ้ำ โดยไม่ผิดเลย ดังนั้นการที่เราปล่อยให้เขาออกมาวิ่งเล่นในเวลาเดิมประจำทุกวันจะช่วยให้เขาเคยชินกับการไปออกมาวิ่งเวลานี้ซึ่งเขาก็จะไม่โวยวายเพื่อจะมาออกในเวลาอื่น และนอกจากนี้การปล่อยในเวลาเดิมยังช่วยให้เขาได้ลดความเครียดได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อกระต่ายเครียดแล้วอาจทำให้เขามีพฤติกรรมกัดกรงได้และสิ่งนี้จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาด้วยอีกมากมาย – ควรปล่อยให้กระต่ายวิ่งเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมง กระต่ายแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน รวมไปถึงอายุของกระต่ายด้วยจึงทำให้ระยะเวลาในการวิ่งเล่นแตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่โดยปกติแล้วระยะเวลาที่พอดีและเหมาะสมจะอยู่ที่ระหว่าง 30 นาทีจนถึง […]

ทำความรู้จักวิธีดูแลรักษาเบื้องต้นของโรคที่พบได้บ่อยในกระต่าย

กระต่าย

กระต่ายก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงทั่วไปอย่างสุนัขและแมวที่สามารถเจ็บ ป่วยได้เช่นกัน ซึ่งโรคที่สามารถเป็นได้ก็มีหลากหลายในกระต่าย แต่ด้วยธรรมชาติของกระต่ายที่ชอบปกปิดความเจ็บป่วยของตัวเองทำให้หลายต่อหลายคนบอกว่าเลี้ยงกระต่ายนั้นยาก แต่จริงๆ การเลี้ยงกระต่ายก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหากผู้เลี้ยงเอาใจใส่ และตรวจเช็กสุขภาพของเจ้ากระต่ายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อป่วนก็จะสามารถสังเกตได้จากหลายอาการเพียงแต่กับกระต่าย ผู้เลี้ยงต้องค่อยสังเกตอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ผมจึงได้อยากจะแนะนำให้คนรักกระต่ายทุกท่านได้ทำความรู้จักวิธีดูแลรักษาเบื้องต้นของโรคที่พบได้บ่อยในกระต่าย ซึ่งผมจะพูดถึงโรคนั้น อาการที่เราสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง และการรักษาเบื้องต้นที่เราสามารถดูแลก่อนจะนำไปหาหมอ ซึ่งหากเรามีความรู้ในเรื่องนี้ไว้ก็จะทำให้เราสามารถสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของกระต่ายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีโรคอะไรบ้าง 1. โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่อาจเกิดได้เมื่อจากอาการช็อกเนื่องจากกระต่ายอยู่ในห้องหรือสถานที่ที่มีอุณหภูมิที่ร้อนเกินไป ซึ่งจะสามารถเกิดได้มากในช่วงอากาศร้อนหรือฤดูร้อน อาการที่สามารถสังเกตได้: กระต่ายจะเริ่มหายใจถี่ผิดปกติ เริ่มหมดแรง จากนั้นในช่วงเริ่มจะมีน้ำออกจากทางปากและจมูก หลังจากนั้นก็จะเริ่มมีอาการชักซึ่งหากเจ้าของไม่ทันสังเกตเห็นกระต่ายก็จะตายในทันทีโดยที่เจ้าของไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งการที่น้ำไหลออกมานี้ก็เกิดมาจากที่เวลาที่มีอากาศร้อนจัด กระต่ายจะคายน้ำออกมาซึ่งจะเห็นได้ว่าออกมาจากทางจมูกและปาก และเมื่อคายน้ำออกมามากเกินไปโดยที่ไม่ได้กินน้ำเลย ก็ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำทำให้อวัยวะภายในต้องดึงน้ำออกมาจากทุกส่วนที่มีน้ำซึ่งรวมไปถึงลำไส้ และมันจะทำให้ลำไส้หยุดทำงานและตายได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา การรักษาเบื้องต้น: ผู้เลี้ยงจะต้องทำการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน ด้วยการนำกระต่ายย้ายไปในที่ที่มีอากาศเย็นหรือสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเย็นห่อตัวกระต่ายเอวไว้เพื่อเป็นการระบายความร้อน นอกจากที่จะห่อตัวแล้วยังสามารถเอาผ้าเย็นเช็ดหรือประคบที่หูด้วยก็ได้เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่จะระบายความร้อนผ่านทางเส้นเลือดฝอยที่ใบหู แต่ก็ควรระวังไม่ให้กระต่ายเย็นลงเร็วเกินไปเนื่องจากก็จะสามารถทำให้มีอาการช็อกได้เช่นกัน และเมื่ออุณหภูมิเริ่มลดลงแล้วให้พาไปพบแพทย์ทันที การป้องกัน: หากวันไหนที่สังเกตว่าอากาศจะร้อนแน่ๆ ให้ผู้เลี้ยงเอาน้ำแข็งหรือของที่เย็นๆ ไปวางไว้ในกรง เช่น ถุงหรือขวดน้ำแข็ง หรืออาจจะป้องกันด้วยการเปิดพัดลมเพื่อให้อากาศถ่ายเทในช่วงกลางวันก็ได้เช่นกัน 2. เรื้อนที่เกิดจากไรและเชื้อรา ก็สามารถพบได้บ่อยในกระต่ายเช่นกัน อาการที่สามารถสังเกตได้: บนผิวหนัง จมูก ใบหู และง่ามนิ้วของกระต่ายจะพบว่ามีสะเก็ดหรือก้อนสีขาวๆ อยู่ การรักษาเบื้องต้น: […]

คำถามยอดนิยมในการเลี้ยงกระต่าย

กระต่าย

นอกจากสัตว์สัตว์เลี้ยงที่เราเห็นได้ทั่วไปอย่างสุนัขและแมวแล้ว กระต่ายก็ถือเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เนื่องจากความน่ารัก ขนนุ่มนิ่ม และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงที่ไม่มากนักทำให้กระต่ายจึงเป็น 1 ในตัวเลือกสัตว์เลี้ยงที่ยอดนิยม ดังนั้นวันนี้ผมมี 5 คำถามยอดนิยมในการเลี้ยงกระต่ายจากผู้ที่สนใจเริ่มต้นในการเลี้ยงกระต่ายมาฝากกัน เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรกันบ้างดังนี้ 1. เลี้ยงกระต่ายอย่างไรให้ไม่กลัวคน เชื่อง และน่ารัก? แน่นอนว่ากระต่ายแต่ละตัวก็มีนิสัยที่แตกต่างกันออกไปเหมือนแมวนี้แหละครับ บางตัวก็มีนิสัยที่น่ารัก บางตัวก็ไม่เชื่อง บางตัวก็กลัวคน แต่แน่นอนว่าเราต้องมีวิธีเลี้ยงเขาเพื่อให้เขามีนิสัยที่ดีและน่ารักได้เช่นกัน เช่นวิธีการเหล่านี้– การลูบหัวกระต่ายเบาๆ: กระต่ายชอบให้ลูบหัวด้วยสัมผัสที่เบา เนื่องจากมันเหมือนกับการแสดงถึงการยอมจากเรา ซึ่งคล้ายกับเวลาที่กระต่ายจะยอมรับกระต่ายตัวไหนเป็นเพื่อนกระต่ายจะเลียขนให้กันเพื่อเป็นการยอมรับ ดังนั้นหากเราไปลูบหัวเขานั้นก็เหมือนกันเป็นการยอมรับเขาเช่นกัน แต่ผู้เลี้ยงก็ควรสังเกตท่าทางของเจ้ากระต่ายในขณะที่เราลูบหัวด้วย ว่าเขามีท่าทีตอบสนองกับเราอย่างไร– การให้อาหารเจ้ากระต่ายด้วยมือ: ผู้เลี้ยงไม่ควรใส่อาหารในจานหรือถ้วยไว้ตลอดเวลาแต่ผู้เลี้ยงควรกำจัดอาหารเม็ดให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเจ้ากระต่าย การทำเช่นนี้ทำให้เมื่อที่เขาหิวเขาก็จะวิ่งมากินอาหารกับมือในบางส่วนเอง แต่อย่างไรก็ตามหากเขาหิวเขาจะมากินกับเราอย่างแน่นอนแต่ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่กระต่ายจะไม่ชอบด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเราทำพฤติกรรมที่เขาไม่ชอบเหล่านี้อาจจะทำให้เขาไม่เชื่องและกลัวเราไปเลยก็ได้ เช่น กระต่ายอาจจะไม่ชอบให้จับแถวก้น เท้าหรือใต้คาง ไม่ชอบให้อุ้มเนื่องจากไม่คุ้นหากเท่าลอยจากพื้น หากเราอุ้มเขาหงายท้องขึ้นจะเห็นว่ากระต่ายจะสั่นเท้าริกๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยที่มาจากสัญชาตญาณของเขาเอง แต่หากผู้เลี้ยงอุ้มบ่อยๆ ก็จะทำให้กระต่ายคุ้นชินได้แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงก็ควรจะอุ้มกระต่ายตามวิธีที่ถูกต้องเพื่อให้เข้ารู้สึกถึงความปลอดภัย ซึ่งวิธีที่เราจะสามารถสังเกตได้ว่ากระต่ายกำลังกลัวอยู่นั้นสามารถสังเกตได้จากการฟังเสียงหายใจใกล้ๆ จมูกเนื่องจากกระต่ายจะหายใจเร็วและถี่มาก 2. จะแก้นิสัยไม่ดีของเจ้ากระต่ายยังไงดีนะ? ผู้เลี้ยงควรที่จะรู้และเข้าใจธรรมชาติของกระต่ายเมื่อเขามีนิสัยที่ไม่พึ่งประสงค์ เนื่องจากเมื่อกระต่ายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ซึ่งตัวเมียจะอยู่ที่ 4-9 เดือนแต่ตัวผู้จะเริ่มที่ 6-10 เดือน ช่วงเวลาที่กล่าวมานี้คือช่วงที่กระต่ายจะมีการติดสัด จึงส่งผลให้นิสัยที่ไม่คงที่และอาจทำให้มีนิสัยที่เกรี้ยวกราดได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ดังนั้นกระต่ายจะเริ่มมีนิสัยที่เปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งอาจจะทำให้แสดงพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์ดังนี้– […]

ความรู้เบื้องต้นในการตรวจสุขภาพเจ้ากระต่าย

กระต่าย

อย่างที่ผู้เลี้ยงกระต่ายจะรู้กันดีว่ากระต่ายนั้นเมื่อป่วยจะสังเกตค่อนข้างยาก เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่เมื่อป่วยจะปกปิดความป่วยของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ สาเหตุของสิ่งนี้ก็มาจากโดยปกติหากอยู่ตามธรรมชาตินั้นกระต่ายจะเป็นผู้ถูกล่าในห่วงโซ่อาหาร และหากเขาแสดงออกมาว่าเขาป่วยก็จะสามารถทำให้ถูกโจมตีได้ง่ายขึ้น  ฉะนั้นในการเลี้ยงกระต่ายผู้เลี้ยงจึงต้องคอยดูแลอย่างละเอียดอ่อน ต้องคอยสังเกตอยู่เสมออย่างใกล้ชิดว่ากระต่ายมีความผิดปกติอะไรหรือ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะมานำแนะนำถึงความรู้เบื้องต้นในการตรวจสุขภาพเจ้ากระต่ายจากอวัยวะบนร่างกายที่ผู้เลี้ยงสามารถตรวจได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง โดยมีดังนี้ 1. ดวงตา ปากและฟัน ให้ผู้เลี้ยงสังเกตว่าตามีขี้ตาหรือไม่ มีอาการบวมแดงหรือตาเปลี่ยนสีหรือไม่ และสามารถดึงเปลือกเพื่อดูด้านในของตาได้ว่ายังเป็นสีชมพูปกติอยู่หรือไม่ จากนั้นให้ผู้เลี้ยงจับกระต่ายขึ้นมานั่งบนตักให้มั่นคงและปลอดภัย จากนั้นใช้นิ้วจับที่มุมปากของกระต่ายและฉีกยิ้มเบาๆ และให้เช็กดูว่ามีฟันขึ้นเพิ่มตรงไหนหรือไม่ จากนั้นดูสุขภาพสีเหงือกและสภาพปาก ว่ายังเป็นสีชมพูปกติหรือไม่ 2. จมูกและการหายใจของกระต่าย ให้ผู้เลี้ยงเช็กดูว่าจมูกสะอาดหรือไม่ มีน้ำมูก จาม หรือมีสีที่ผิดปกติหรือไม่ และเนื่องจากกระต่ายจะเช็ดจมูกด้วยอุ้งเท้าด้านหน้า ผู้เลี้ยงจึงต้องเช็กอุ้งเท้าหน้าด้วยเช่นกันด้วยว่าเปียกหรือสกปรกหรือไม่ จากนั้นให้ผู้เลี้ยงเอียงหูเข้าไปฟังใกล้ๆ เพื่อฟังเสียงหายใจว่าปลอดโปร่งหรือไม่ โดยต้องไม่มีอาการหายใจติดขัดหรือไม่มีเสียงขึดๆ หรือไม่และจากนั้นดูว่าหายใจปกติดีหรือไม่ โดยกระต่ายจะหายใจที่ 30-60 ครั้ง/วินาที 3. ขนและผิว ให้ผู้เลี้ยงเช็กดูให้ทั่วตัวว่าผิวมีสะเก็ด แผล ขุย ขนหลุดร่วง หรือมีก้อนไขมันใต้ผิวหนังหรือไม่ เนื่องจากขนกระต่ายจะต้องไม่พันกันเป็นก้อนและต้องสะอาด ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรแปรงขนให้กระต่ายอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน 4. หู ให้ผู้เลี้ยงใช้ไฟฉายส่องเข้าไปดูในรูหูว่าสะอาดดีหรือไม่ มีขี้หู ขุย สกปรก มีกลิ่นหรือไม่ ถ้าหากเช็กแล้วพบว่าหูกระต่ายมีความสกปรกให้ผู้เลี้ยงทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือสำหรับฆ่าเชื้อเพื่อความสะอาดและความปลอดภัยของกระต่าย 5. เล็บและนิ้วเท้า […]

การดูแลรักษาความสะอาดและวิธีการอุ้มกระต่ายที่ถูกต้อง

กระต่าย

เนื่องจากกระต่ายจะใช้เวลาส่วนมากในกรง และออกมาเล่นเป็นบางครั้งตามเวลาที่ผู้เลี้ยงกำหนด แน่นอนว่ากรงที่อยู่อาศัยของการกายนั้นเปรียบเสมือนบ้านอันอบอุ่นของเจ้ากระต่ายที่เราต้องคอยดูแลรักษาความสะอาดให้น่าอยู่ ให้เขาอยู่อย่างสบายใจและไม่เครียด เนื่องจากหากกรงสกปรกหรือส่งกลิ่นเหม็นก็อาจทำให้เจ้ากระต่ายน้อยของเราป่วยด้วยเช่นกัน ซึ่งหากกรงสะอาดและน่าอยู่อยู่เสมอก็จะเป็นการที่ช่วยให้กระต่ายของเรามีสุขภาพแข็งแรงด้วยเช่นกันและนอกจากกรงที่ต้องสะอาดแล้วการเลี้ยงดูในการดูแล ทำความสะอาดเจ้ากระต่ายเพื่อความสะอาดบนร่างกายของกระต่ายก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเช่นกันเนื่องจากนอกจากจะเป็นการทำความสะอาดเจ้ากระต่ายแล้วยังเป็นเวลาที่ผู้เลี้ยงได้เช็กตรวจสอบความผิดปกติบนร่างกายของกระต่ายได้อีกด้วย ดังนั้นวันนี้ผมจึงจะมาแนะนำถึงการดูแลรักษาความสะอาดเจ้ากระต่ายทั้งการทำความสะอาดกรงและการอาบน้ำและการตัดเล็บของกระต่ายด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้ผมยังน้ำวิธีการอุ้มกระต่ายที่ถูกต้องมาฝากทุกท่านด้วยครับ 1. การทำความสะอาดกรงและอุปกรณ์ต่างๆ ของเจ้ากระต่าย อย่างที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ว่ากระต่ายใช้เวลาส่วนมากใน 1 วันอยู่ในกรงเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรดูแลรักษาความสะอาดให้บ้างของเขาน่าอยู่อยู่เสมอ แต่นอกจากกรงที่ต้องทำความสะอาดแล้ว ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ใส่อาหาร ขวดน้ำ ถาดรองหรือห้องน้ำ บ้าน กระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษต่างๆ รวมไปถึงของเล่นด้วย เราไปดูกันดีกว่าครับว่าควรทำความสะอาดอย่างไรและบ่อยแค่ไหนกันบ้าง– ที่ใส่อาหาร: ผู้เลี้ยงควรนำออกมาทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากที่กระต่ายกินเสร็จ หรือวันละ 1 ครั้งด้วยการทำความสะอาดให้เรียบร้อยเนื่องจากที่ใส่อาหารเป็นสิ่งที่รองอาหารให้เจ้ากระต่ายกิน ฉะนั้นจึงต้องสะอาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้– ขวดน้ำ: ผู้เลี้ยงควรนำออกมาทำความสะอาดทุกวัน แต่หากจะล้างอาทิตย์ละครั้งก็ทำได้เช่นกันแต่ควรล้างให้สะอาดมากที่สุดด้วยเช่นกัน– ถาดรองหรือห้องน้ำ: ผู้เลี้ยงควรเปลี่ยนถาดรองสิ่งปฏิกูลทุกวันเพื่อความสะอาด และควรล้างถาดและห้องน้ำ 1 ครั้ง/สัปดาห์เพื่อความสะอาดและไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ– บ้าน กระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษต่างๆ: ผู้เลี้ยงควรเช็กดูทุกวันเพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งสกปรกหรือไม่ หากมีก็สามารถเปลี่ยนได้ทันทีเพื่อไม่เป็นการสะสมของเชื้อโรค– ของเล่น: ผู้เลี้ยงควรตรวจสอบและเช็กดูอยู่เสมอว่าสกปรกหรือยัง หากเริ่มเลอะเทอะแล้วก็สามารถล้างได้ทันทีตามความเหมาะสมและเห็นสมควร– รางหญ้า: ผู้เลี้ยงควรล้าง 1 ครั้ง/สัปดาห์เพื่อความสะอาดของการกินของเจ้ากระต่าย– กรง: ผู้เลี้ยงควรล้างกรง 1-2 ครั้ง/เดือน เพื่อความสะอาด […]

5 คำถามยอดนิยมเมื่อกระต่ายถึงฤดูผสมพันธุ์

กระต่าย

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนึ่งที่มีการเข้าสู่ช่วงผสมพันธุ์ที่ค่อนข้างเร็ว ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาพูดถึง 5 คำถามยอดนิยมเมื่อกระต่ายถึงฤดูผสมพันธุ์ให้กับผู้เลี้ยงกระต่ายที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้มาฝากกัน เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีคำถามที่สงสัยอะไรบ้าง ซึ่งผมยังได้ยังได้นำข้อดีและข้อเสียในการทำหมันให้กระต่ายมาฝากทุกท่านอีกด้วย 1. กระต่ายที่ไม่ควรผสมพันธุ์ แน่นอนว่าในการผสมพันธุ์กระต่ายก็ไม่ต่างกับการผสมพันธุ์ของสุนัขและแมวมากนัก ซึ่งจะมีข้อที่ไม่ควรทำดังนี้ – กระต่ายที่อายุยังไม่ถึง 6 เดือนเนื่องจากร่างกายของกระต่ายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ซึ่งร่างกายยังไม่พร้อมกับการผสมพันธุ์นั่นเอง และหากผสมพันธุ์อาจส่งผลให้เกิดการแท้งลูกหรืออาจส่งผลเสียต่อตัวแม่กระต่ายเองด้วย – กระต่ายที่มีอายุ 2 ปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน – กระต่ายที่มีอายุ 5 ปีก็ไม่ควรผสมพันธุ์เนื่องจากอายุมากเกินไปสำหรับการผสมพันธุ์แล้ว – กระต่ายที่มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ – กระต่ายที่อ้วนเกินไป – กระต่ายที่พึ่งมีลูกไปไม่ถึง 2 เดือนก็ยังไม่ควรที่จะผสมพันธุ์อีกเนื่องจากร่างกายยังไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% และอาจทำให้เครียดได้อีกด้วย – กระต่ายที่มีสายเลือดที่ชิดกัน เช่น พ่อลูก แม่ลูก หรือแม้กระทั่งพี่น้องก็เช่นกัน – แม่กระต่ายที่มีประวัติในการคลอดลูกออกมาแล้วลูกผิดปกติ 2. ข้อดีและข้อเสียของการทำหมันให้กระต่ายมีอะไรบ้าง? หลังจากการทำหมันแล้วการอยู่ดูอาการเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้และตัวเมียก็มีความแตกต่างกัน โดยกระต่ายตัวผู้ควรอยู่เฝ้าดูอาการหลังทำหมัน 1-2 วันแต่ตัวเมียควรอยู่เฝ้าดูอาการหลังทำหมัน 1-5 วัน ข้อดีของตัวผู้ + พฤติกรรมสะบัดฉี่หรือสเปรย์จะลดลงและกรงจะสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับกระต่ายแต่ละตัวเช่นกัน + พฤติกรรมที่ชอบทำท่าผสมพันธุ์กับสิ่งของไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา […]

อุปกรณ์ในการเลี้ยงกระต่ายที่จำเป็น

กระต่าย

นอกจากสุนัข และแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมแล้ว กระต่ายก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมประเภทหนึ่งเช่นกัน และแน่นอนว่าในการเลี้ยงสัตว์ในแต่ละประเภทก็จะมีความเหมาะสมในการเลี้ยงที่แตกต่างกันไปทั้งเรื่องของอาหารการกิน การดูแลเอาใจใส่ รวมไปถึงอุปกรณ์ในการเลี้ยงดูก็มีความแตกต่างกันด้วยเช่นกันวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงกระต่ายที่จำเป็นต้องมีกันครับ ว่าผู้เลี้ยงควรมีอุปกรณ์อะไรที่จำเป็นบ้าง เนื่องจากการเลี้ยงกระต่ายก็ต้องอุปกรณ์เฉพาะทางเช่นกันเพื่อความเหมาะสมและสุขลักษณะที่ถูกต้อง ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีอะไรบ้าง 1. กรง สิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรมีสำหรับกระต่ายก็คือ กรง ครับเนื่องจากกรงถือเป็นสถานที่ที่กระต่ายจะใช้เวลาอยู่อาศัยเป็นส่วนมากหรือเป็นเวลานานที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อกระต่ายต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้นเป็นเวลานานขนาดนั้น ผู้เลี้ยงก็ควรที่จะดูแลกรงหรือจัดสิ่งแวดล้อมให้บ้านอันอบอุ่นของเจ้ากระต่ายมีความน่าอยู่และสุขลักษณะที่ดีสำหรับเจ้ากระต่ายด้วย โดยต้องดูตามสิ่งเหล่านี้– ความสูงและความกว้าง ขนาดความกว้างของกรงควรจะกว้างพอที่กระต่ายจะยืดเหยียดตัวได้อย่างเต็มที่ทั้งเวลานอนและเวลายืน 2 เท้า และควรมีพื้นที่ให้เขาได้เดินไปมาได้อย่างไม่อึดอัด– ควรมีถาดรองกรงที่สามารถถอดออกล้างทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากฉี่ของกระต่ายค่อนข้างมีกลิ่นฉุน ทำให้ผู้เลี้ยงควรทำความสะอาดถาดรองกรงอย่างน้อยวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยผู้เลี้ยงจะเลือกวางกระดาษหนังสือพิมพ์หรือทรายเพื่อรองไว้เก็บสิ่งปฏิกูลเพื่อที่จะได้นำไปทิ้งได้ง่ายก็สามารถทำได้เช่นกัน– ควรเลือกกรงที่สามารถเปิดได้ทั้งด้านข้างและด้านบน การที่กรงสามารถเปิดได้หลายด้านนี้จะทำให้เราสามารถอุ้มกระต่ายเข้าออกได้ง่าย เนื่องจากผู้เลี้ยงควรที่จะอุ้มเจ้ากระต่ายออกมาเพื่อวิ่งเล่นและตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกวัน– ขอบกรงด้านล่างควรมีที่กั้นฉี่เพื่อไม่ให้ออกมานอกกรงได้ เนื่องจากโดยธรรมชาติของกระต่ายนั้นจะชอบหามุมเพื่อฉี่โดยจะเป็นการเอาก้นแนบตรงขอบกรงหรือตรงมุมของกรง ซึ่งถ้ากรงมีขอบที่กั้นที่สูงจะทำให้ฉี่ของกระต่ายไม่พุงออกนอกกรงได้ หรือหากกรงไม่มีของก็สามารถนำที่กั้นฉี่มาติดใส่ตรงมุม 4 มุมเองก็ได้เช่นกัน 2. ขวดน้ำ ขวดน้ำสำหรับกระต่ายก็มีความเฉพาะเช่นกันซึ่งเราไม่สามารถใช้ถ้วยน้ำปกติได้ เนื่องจากกระต่ายอาจจะเอาเท้าเข้าไปย้ำในถ้วยน้ำได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวและเมื่อดื่มเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดท้องเสียได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือหากกระต่ายดื่มน้ำจากถ้วยแล้วปากเปียกชื้นนานๆ อาจจะทำให้เป็นเชื้อราและอาจจะทำให้เป็นหวัดได้ด้วย ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรแขวนขวดน้ำให้อยู่ในตำแหน่งและระดับที่เจ้ากระต่ายของเราสามารถดื่มได้สะดวก โดยขวดน้ำนี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไป 3. ที่ใส่อาหารสำหรับกระต่าย – ที่ใส่อาหารเม็ดสำหรับกระต่าย ควรเป็นแบบเซรามิกหรือพลาสติกก็ได้ที่อมความชื้น และไม่ควรใช้ถ้วยดินซึ่งอาจทำให้อาหารชื้นเร็ว– ที่ใส่หญ้าแห้งและหญ้าสดสำหรับกระต่าย อุปกรณ์นี้มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งแบบแขวนไว้ข้างกรงหรือแบบลูกบอลซึ่งสามารถเลือกได้ตามลักษณ์ของหญ้าที่เราเลือกให้ เช่น หากเป็นหญ้าที่เป็นเศษสั้นๆ ควรใส่ชามหรือโถที่จะรองเพื่อไม่ให้ตรงร่องของกรงได้ ส่วนหญ้าที่ยาวกว่าสามารถเอาใส่ในรูปแบบลูกบอลหรือมัดเล็กๆ […]

วิธีเลือกและข้อควรปฏิบัติก่อนพาเจ้ากระต่ายน้อยกลับบ้าน

กระต่าย

เราสามารถเลือกรับกระต่ายมาเลี้ยงได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรับมาเลี้ยงจากคนที่แจกฟรี ซื้อจากร้านขายกระต่าย หรือจะรับเลี้ยงจากคนแล้วอยากปล่อยกระต่ายให้ผู้เลี้ยงต่อก็ได้ซึ่งก็จะสามารถติดตามในกลุ่มหรือเพจต่างๆ เกี่ยวกับกระต่ายก็ได้และทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ที่ต้องการจะเลี้ยงว่าชอบสายพันธุ์ใด หรือมีงบประมาณในการรับเลี้ยง แต่หากหากต้องการซื้อจากร้านขายกระต่ายหรือฟาร์มกระต่าย ก็ควรตรวจสอบให้ดีว่ามีวิธีการเลี้ยงดูที่ได้มาตรฐานและถูกต้องหรือไม่เช่น ให้อาหารที่มีคุณภาพ ได้อาหาร หญ้าและน้ำที่สะอาด อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานทั้งสถานที่และกรงที่สะอาด  ซึ่งอย่างที่ผมได้กล่าวว่าทั้งหมดต้องได้มาตรฐานและต้องเชื่อถือได้โดยส่วนใหญ่ในการรับเลี้ยงกระต่ายหลังการซื้อกระต่ายจะมีใบรับประกันสุขภาพ 7 วันหรือมากกว่านั้นหลังรับตัวกระต่ายไปแล้ว รวมไปจนถึงบริการหลังการขายให้ผู้ซื้อด้วย วิธีเลือกกระต่ายที่แข็งแรงผ่านอวัยวะ อย่างแรกผมอยากจะพาผู้ที่สนใจเลี้ยงกระต่ายทุกท่านถึงวิธีดูกระต่ายว่ากระต่ายตัวไหนมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงโดยผ่านอวัยวะดังนี้:– ฟันกระต่ายเราควรตรวจดูฟันของกระต่ายที่เราจะซื้อว่าฟันของกระต่ายสบกันหรือไม่สิ่งนี้หมายถึงฟันบนด้านนอกจะคร่อมฟันล่างออกมาด้านนอกเล็กน้อย แต่หากฟันไม่สบกันดีอาจทำให้เกิดโรคฟันยาวได้เมื่อกระต่ายโตขึ้น– พฤติกรรมของกระต่ายเราควรเลือกกระต่ายที่วิ่งเล่นสดใส ร่าเริง นอนเก่ง สนใจสิ่งรอบตัวและเวลามีเสียงดังก็จะต้องสนใจฟังและกระดิกหูตามเสียงซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เป็นสัญชาตญาณธรรมชาติของกระต่าย– อุจจาระกระต่ายที่สุขภาพแข็งแรงควรอึเป็นก้อนกลม ไม่อึเหลว เมื่อหงายท้องแล้วไม่อุจจาระเลอะเทอะสกปรก– ฝีและไรขณะที่เลือกกระต่ายควรลูบทั้งตัวให้ทั่ว เพื่อตรวจดูว่ามีก้อนตกสะเก็ดหรือไม่ และหงายดูฝ่าเท้าว่ามีผีอักเสบหรือไม่ และเช็กดูใบหูว่ามีสะเก็ดหนาหรือไม่เนื่องจากสิ่งนี้มักเกินขึ้นที่ผิวใบหูและเกิดจากสัตว์ตัวจิ๋วที่เรียกว่า “ไร” ที่ไปกัดกินใบหูทำให้สามารถเกิดโรคเรื้อนได้– ตากระต่ายควรมีดวงตากลมสดใส ไม่มีคราบน้ำตาหรือขี้ตา ขนตาเรียบรอบไม่ร่วง– ปากเราควรตรวจเช็กให้เรียบร้อยว่าปากและจมูกมีคราบเปียกหรือไม่ ซึ่งหากกระต่ายมีขนสีขาวบริเวณปากและจมูก เหงือก ริมฝีปากและจมูกควรจะเป็นสีชมพูสวยงามไม่ซีด ข้อควรปฏิบัติก่อนพาเจ้ากระต่ายน้อยกลับบ้าน ผมแนะนำให้ซื้อกระต่ายที่อายุมากกว่า 1 เดือนครึ่งขึ้นไปมาเลี้ยงจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าครับ เนื่องจากส่วนมากที่เราเห็นทั่วไปผู้ขายจะชอบเอากระต่ายตัวเล็กที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือนมาขายเนื่องจากมีความน่ารักและซุกซนชอบออกไปกินหญ้าและอาหารเม็ดของแม่ทำให้ผู้ขายอาจเข้าใจว่าลูกกระต่ายนี้โตพอที่จะขายได้แล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ควรเลยครับเนื่องจากลูกกระต่ายจะหย่านมเมื่อได้อายุ 6-8 สัปดาห์ หากเรานำมาเลี้ยงในขณะที่กระต่ายยังไม่หย่านมเนื่องจากกระต่ายควรได้รับภูมิคุ้มกันจากนมแม่ ทั้งยังปรับตัวกับอาหารที่มีค่ากรดที่แตกต่างจากนมแม่ไม่ได้โดยเมื่อนำมาเลี้ยงจะพบว่ากระต่ายส่วนใหญ่อาจมีอาการท้องเสีย ท้องอืด และอีกหลายอาการที่อาจเกิดขึ้น […]

ทำความรู้จักกับธรรมชาติและกิจวัตรประจำวันของเจ้ากระต่าย

กระต่าย

เมื่อเราดูจากตัวเจ้ากระต่ายจะพบว่ากระต่ายตัวเล็กน่ารัก และเหตุผลที่เขาชอบขุดเจาะหลุม อาศัยอยู่ในโพรงเพื่อซ่อนตัวจากนักล่าเนื่องจากในธรรมชาติกระต่ายเป็นผู้ถูกล่านั้นเอง โดยในธรรมชาติเขาจะนอนพักผ่อนในช่วงกลางวันอยู่ในโพรง แต่จะออกมาหาหญ้ากินในช่วงค่ำเนื่องจากดวงตากระต่ายจะสว่างแอ็คทีฟกว่าในเวลากลางวันซึ่งหากเราเลี้ยงกระต่ายในสนามหญ้า เขาจะขุดโพรงอยู่ในที่เล็กๆ แคบๆ ตามมุมต่างๆ และจะชอบอยู่ด้วยกันเบียดๆ เนื่องจากจะให้ความรู้สึกถึงความปลอดภัย ดังนั้นว่านี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับธรรมชาติของกระต่ายกันครับ ว่าอวัยวะการรับรู้ของกระต่ายตามธรรมชาติแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง และกิจกรรม 1 วันของกระต่ายเป็นอย่างไรบ้างดังนี้ กิจกรรมของกระต่ายใน 1 วันเมื่อเทียบกับเวลาของคน ช่วงเช้า: เวลาของคนเรานั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 6 โมงเช้าซึ่งก็จะเป็นเวลาตื่นขึ้นมาเพื่อเริ่มต้นในการใช้ชีวิตในวันใหม่ของคน แต่สำหรับกระต่ายนั้นเวลานี้จะเป็นเวลาที่เขาเริ่มง่วงพอดี ช่วงกลางวัน: ช่วงเวลานี้ถือเป็นเวลาที่กระต่ายมีความผ่อนคลายมากที่สุด เนื่องจากเป็นเวลาที่เข้าจะหลับปุ๋ยและไม่อยากทำอะไรเลย ในช่วงเวลาที่หลับพักผ่อนนี้ร่างกายจะทำการย่อยอาหารที่กินเข้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน (ซึ่งตามปกติร่างกายของกระต่ายจะย่อยอาหารอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วครับ) ฉะนั้นในช่วงเวลานี้ผู้เลี้ยงควรจัดสภาพแวดล้อมบริเวณที่เขานอนให้มีความสงบเพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่นั้นเอง ช่วงเย็น: ในช่วงเย็นจะเป็นช่วงที่กระต่ายกินอาหารมากที่สุด ฉะนั้นผู้เลี้ยงจะต้องคอยเช็กอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอในช่วงเวลานี้ และหากต้องที่การจะแปรงขนหรือตรวจสุขภาพเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดครับ ช่วงกลางคืน: ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่กระต่ายจะมีความร่าเริงมากที่สุดของวัน ซึ่งเวลานี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากในการพาเจ้ากระต่ายออกมาเล่นนอกกรง และยังเหมาะสมกับการให้หญ้าชนิดต่างๆ ให้เจ้ากระต่ายอีกด้วย ฉะนั้นก่อนที่คนจะนอนก็อย่างหยิบหญ้าเข้าไปไว้ให้เจ้ากระต่ายได้กินในช่วงเวลากลางคืนด้วยนะครับ ธรรมชาติของกระต่าย 1. อุณหภูมิและหัวใจ– อุณหภูมิร่างกายของกระต่ายโดยปกติจะอยู่ที่ 38.5-40 องศาเซลเซียส แต่เขาจะชอบอยู่ในอุณหภูมิที่ประมาณ 20-28 องศาเซลเซียสและมีความชื้นอยู่ที่ 40-60%– กระต่ายจะมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 130-325 ครั้ง/นาที (ซึ่งขอบคนจะอยู่ที่ 60-72 ครั้ง/นาที) […]