แนะนำสุดยอดบอดี้การ์ด 4 ขาหรือสุนัขเฝ้าบ้านที่ไว้วางใจได้

สุนัขเฝ้าบ้าน

ผมเชื่อว่าใครๆ หลายๆ คนที่มีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนยามเหงา หรือมีไว้เพื่อเติมพลังงานหลังจากที่กลับบ้านจากการทำงานเหนื่อยล้ามาแต่ละวัน แต่แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะสุนัขหรือแมว ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาสามารถทำได้ อย่างเช่นการเฝ้าบ้าน เนื่องจากสุนัขตัวใหญ่ที่มีนิสัยที่กระตือรือร้น นอกจากจะสามารถ เป็นเพื่อนที่ดีได้แล้วก็ยังสามารถเฝ้าบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ผมได้รวบรวมสุดยอดบอดี้การ์ด 4 ขามาฝากเพื่อนๆ กันครับ และแน่นอนว่าเพื่อนๆ จะไม่เจอสุนัขอย่างไซบีเรียน ฮัสกี้อยู่ในบทความนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากหากนำมาเฝ้าบ้านก็คงจะเล่นกับโจรอย่างสบายใจเลยละครับ และหากใครที่กำลังหาสุนัขไว้เพื่อเฝ้าบ้านได้ด้วยหรือจะเป็นเพื่อนในยามเหงาก็ได้ด้วย อย่าเพิ่งตัดสินใจหากยังไม่ได้ดูบทความนี้ 1. สุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ผมเชื่อว่า หากคิดถึงสุนัขเฝ้าบ้านก็คงจะหนีไม่พ้นร็อตไวเลอร์อย่างแน่นอน เนื่องจากเราจะเห็นออกข่าวอยู่บ่อยครั้งกับความโหดชนิดกัดไม่ปล่อยของมัน จนใครๆ ก็ต้องคิดว่าสุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์จะต้องดุอย่างแน่นอน จะได้ขนาดตัวของสุนัขร็อตไวเลอร์หากมีสุขภาพที่ดีจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 36 ถึง 61 กิโลกรัม และมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ถึง 10 ปี แต่แน่นอนว่าสุนัขร็อตไวเลอร์นั้นไม่ได้ดุร้ายขนาดนั้นอย่างที่เห็นในข่าว เนื่องจากทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูและการฝึกฝนที่เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามด้วยสภาพร่างกายและรูปร่างทำให้เจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์จึงเหมาะกับการเฝ้าบ้าน ด้วยสรีระที่มีความปราดเปรียว แข็งแรงแข็งแรง รวมไปถึงเป็นสุนัขที่ค่อนข้างรักเจ้าของและคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าได้ยาก จึงถือเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะอย่างมากสำหรับการเฝ้าบ้านนั่นเองครับ และแม้ว่าเขาจะมีความดุร้ายอย่างไรก็ตาม แต่เจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์นี้ก็สามารถปรับตัวเข้ากับเด็กและสัตว์ชนิดอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี และทั้งหมดนี้ก็แน่นอนว่าต้องได้รับการฝึกฝนด้วยเช่นกัน และด้วยความที่พฤติกรรมของเขาโดยธรรมชาติแล้วเป็นสุนัขที่ต้องออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ หากผู้เลี้ยงเลี้ยงร็อตไวเลอร์อยู่เฉยๆ และไม่พาเข้าเล่นหรือออกกำลังกาย ก็อาจส่งผลให้เขาเกิดความเครียด และไประบายกับสิ่งของภายในบ้านแทน ฉะนั้นการเลี้ยงร็อตไวเลอร์ก็ควรที่จะได้รับการฝึกฝนที่ดี และที่สำคัญก็ควรจะได้รับการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเขาด้วยเช่นกัน 2. สุนัขสายพันธุ์พิตบูล […]

3 สายพันธุ์สุนัขสุดคิ้วท์ขนาดเล็กยอดนิยม

สายพันธุ์สุนัขสุดคิ้วท์

หากคุณกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงภายในบ้านอย่างน้องหมาน่ารักๆ แต่ว่ากำลังกังวลเรื่องพื้นที่ภายในที่มีค่อนข้างจำกัดหากจะเลี้ยงสุนัขตัวโตก็คงจะไม่สะดวกนัก ทั้งยังมีเรื่องปัจจัยต่างๆ ให้ต้องคำนึงถึงอีกไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การอยู่อาศัย บริเวณที่ขับถ่าย พื้นที่ที่เหมาะสมกับการวิ่งเล่นของสุนัขเนื่องจากสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความต้องการในเรื่องการเดินเล่น วิ่ง และออกกำลังที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นการเลือกสุนัขพันธุ์เล็กที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ที่มากนักจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามสุนัขพันธุ์เล็กนั้นก็มีให้เลือกอย่างมากมาย ฉะนั้นในบทความนี้ผมจึงได้รวบรวมสุนัขสุดคิ้วท์ขนาดเล็ก 3 สายพันธุ์มาฝากกันด้วยนอกจากนี้ผมยังนำวิธีการดูแลและเลี้ยงดูมาฝากกันอีกด้วยครับ 1. สุนัขสายพันธุ์ชิสุ (Shih tzu) ผมเชื่อว่าต้องมีหลายคนแน่ๆ ที่ตกหลุมรักเจ้าสุนัขสายพันธุ์ชิสุนี้ เนื่องจากภาพลักษณ์ที่มีดวงตากลมโตสุดแบ๊ว มีขนยาวสลวยที่ดูสง่างาม ขนาดเล็กสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ทั้งยังมีนิสัยเป็นมิตร ขี้เล่น และขี้อ้อนและด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ผู้คนต่างหลงรักได้ไม่ยากเลย นอกจากนี้เขายังเป็นสุนัขที่ชอบการเป็นส่วนรวมในกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย เนื่องจากเขาไม่ชอบการถูกทิ้งไว้อยู่คนเดียวในบ้านฉะนั้นจึงทำให้เขาค่อนข้างติดเจ้าของมากทีเดียว โดยขนาดชิสุจัดอยู่ในสุนัขขนาดเล็กกลุ่มทอยซึ่งจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 4.5-7.5 กิโลกรัม และส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 25-27 เซนติเมตร การเลี้ยงดูสุนัขสายพันธุ์ชิสุนั้นโดยหากเลี้ยงดูดี และมีอาหารที่เหมาะสมนั้นจะสามารถช่วยให้ชิสุมีอายุยืนยาวได้นานถึง 10-18 ปีเลยทีเดียว โดยโรคที่สามารถพบได้มากในชิสุนั้นก็คือ โรคตาแห้ง โรคหูน้ำหนวก หูอักเสบ ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรจะต้องดูแลและหมั่นทำความสะอาดตาและหูของชิสุอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของสุนัขโดยเฉพาะ ส่วนโรคอื่นๆ ที่สามารถพบได้ในชิสุได้เช่น โรคนิ่ว โรคไต และโรคไส้เลื่อน และหากเราดูด้วยรูปลักษณ์ของสุนัขสายพันธุ์ชิสุแล้วจะพบว่าสิ่งที่โดดเด่นอย่างมากของเขาคือ ขนที่สลวยของเขานั้นเอว แต่เนื่องจากขนของชิสุนั้นมีขนที่เส้นเล็กและสามารถพันกันได้ง่ายฉะนั้นแล้วผู้เลี้ยงจึงควรดูและในส่วนนี้เป็นพิเศษ ด้วยการแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ผิวหนังและขนสลวยและเงางามอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแปรงขนแล้วยังเป็นการช่วยนวดต่อมน้ำมันโคนขนเพื่อให้ขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนได้มากขึ้นอีกด้วย หากไม่ได้ดูแลให้ดีนั้นอาจจะทำให้เป็นโรคผิวหนังได้ 2. […]

อยากเลี้ยงสุนัขต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สุนัข

การที่เราจะเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่ต้องให้ที่อยู่อาศัยหรือเพียงแค่ให้อาหารกินเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ความรัก การเลี้ยงดูเอาใจใส่และพร้อมจะเป็นเพื่อนกับเขาเนื่องจากสุนัขถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความซื่อสัตย์มาก ฉะนั้นผู้เลี้ยงจะต้องมีความเข้าใจทั้งในการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของสุนัขซึ่งในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน และอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์มาก ฉะนั้นเขาจะต้องการความรักและความเอาใจใส่จากผู้เลี้ยงบางพอสมควร และเมื่อเรารับเขามาเลี้ยงแล้ว สุนัขก็เหมือน ชีวิต แม้เขาจะพูดไม่ได้ แต่ผมก็สนับสนุนให้ผู้เลี้ยงทุกท่านเลี้ยงเขาด้วยความจริงใจที่ไม่ว่าเขาจะโตเท่าไรเราก็ยังรักเขาเท่าเดิมเนื่องจากเขาเป็น ในครอบครัวเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ผมได้นำสิ่งที่ควรมีสำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงสุนัขว่าต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้างมาฝากกันด้วยครับ โดยมีดังนี้ 1. สถานที่ในการเลี้ยง ผู้ที่ต้องการเลี้ยงสุนัขควรต้องที่มีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับสุนัข ยิ่งหากเป็นสุนัขที่มีความแอคทีฟมากแล้วยิ่งควรมีสถานที่ให้เขาได้ออกกำลังได้จะดีมากครับ และเมื่อรับมาเลี้ยงในช่วงแรกผมแนะนำให้ผู้เลี้ยงแบบสัดส่วนพื้นที่ให้ไม่อยู่ร่วมกันคนทั้งวันนัก เนื่องจากสุนัขยังเด็กเขาจะไม่รู้เรื่องมากนัก ทำให้มักจะชอบกัดหรือแทะสิ่งของไปเรื่อย การปัสสาวะไม่ถูกที่ และขโมยกินอาหารคนฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายได้ฉะนั้นจึงควรกักเป็นเวลาและปล่อยออกมาเล่นเป็นเวลา และฝึกให้เขาไม่แทะสิ่งของก่อนจึงเริ่มปล่อยให้อยู่กับคนได้ 2. ความพร้อมของผู้เลี้ยงเอง เมื่อคิดที่จะเลี้ยงสุนัข ผู้เลี้ยงจะต้องพิจารณาจากลักษณะนิสัยของตนเองว่ามีความพร้อมที่จะรับเขามาเลี้ยงหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่ที่อยู่อาศัยว่ามีพื้นที่ที่เพียงพอหรือไม่เนื่องจากหากเราอยู่ในสถานที่ที่ไม่กว้างนักไม่ได้มีสถานที่ที่ให้เขาได้วิ่งเล่นได้อย่างเต็มที่ แต่เอามาขังกรงไวก็จะไม่เป็นผลดีทั้งต่อตัวเราและสุนัขเลย แต่หากเราอยู่ในบ้านที่ไม่มีบริเวณที่จะปล่อยให้เขาวิ่งเล่นได้ แต่อยากจะเลี้ยงมากผู้เลี้ยงก็ต้องพิจารณาว่าตัวเองมีเวลาพอที่จะพาเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้านหรือไม่ซึ่งสิ่งนี้ควรทำในทุกวันๆ วันละครั้งเพื่อให้เขาได้ออกกำลังกายบ้าง และยังรวมไปถึงกำลังในการเลี้ยงดูอีกด้วย เนื่องจากการเลี้ยงดูไม่ได้เพียงแค่ให้ที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่เรายังต้องให้อาหารเขากิน นอกจากนี้ยังต้องคอยดูแลเมื่อเขาเจ็บป่วย แต่ก่อนจะถึงช่วงที่เขาโต ในช่วงสุนัขวัยเด็กก็ควรที่จะได้รับวัคซีนที่ควรถ้วนเพื่อป้องกันโรคในอนาคตด้วยเช่นกัน 3. ความรัก อย่างที่กล่าวไปว่าการเลี้ยงสุนัขไม่ใช่แค่ต้องให้อาหารและที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังต้องมีความรักให้เขาซึ่งสิ่งนี้ยังต้องมีความเสมอต้นเสมอปลายอีกด้วย โดยเราจะเห็นจากผู้เลี้ยงหลายรายที่ชอบและเอ็นดูเมื่อตอนที่เขายังเด็กตัวเล็ก แต่เมื่อโตขึ้นก็ไม่เอ็นดู ไม่รักและไม่เล่นกับเขาเท่าแต่ก่อนซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่แย่มาก เนื่องจากความรักของสุนัขที่มีให้คนนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงแต่คนกลับเปลี่ยนไป ฉะนั้นการที่เรารับเขามาเลี้ยงแล้วเราจะต้องรักเขาเหมือนกับเขาคือ 1 ในครอบครัวของเรา 4. ความเอาใจใส่ แน่นอนว่าการรับเลี้ยงสุนัขสักตัวก็ทำให้เรามีภาระที่มากขึ้นซึ่งหมายความว่ามีสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบมากขึ้นนั่นเอง เช่น […]

มาทำความรู้จักกับสุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

สุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

วันนี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จับกับสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ซึ่งถือเป็นสุนัขกลุ่มสปอร์ต แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ไม่ได้เพียงแค่สุนัขที่เอาไว้ล่าสัตว์ได้เท่านั้น แต่มันมีความสามารถที่รอบตัวมากกว่านั้น ผู้เลี้ยงจะให้เขาล่าสัตว์ก็ทำได้หรือจะให้อยู่บ้านเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเด็กเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน เนื่องจากสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่มีความละมุน อ่อนโยน และไม่กระโชกโฮกฮากฉะนั้นเราจึงสามารถเลี้ยงเขาในบ้านได้อย่างสบายใจ ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์นี้มีลักษณะอย่างไรกันบ้าง ที่มีของสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าจริงๆ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์นี้ไม่ได้มาจากประเทศลาบราดอร์ตามชื่อของเขา แต่จริงๆ แล้วเขามาจากเกาะนิวฟาว์ดแลนด์ ซึ่งมีการบอกเล่าว่าเมื่อประมาณ 300 ปีก่อนนี้ มีชาวประมงเชื้อชาติบาส์กและโปรตุเกสมักจะมาตระเวนที่ชายฝั่งเกาะนิวฟาว์ดแลน์กับลาบราดอร์อยู่เป็นประจำ และก็มีคำบอกเล่าว่ามันคอยช่วยเหลือชาวประมงคนนั้นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดลงไปในน้ำเพื่อเก็บเชือกให้ หรือคอยไล่นกป่าที่มาก่อกวนบนเรืออยู่เสมอ ด้วยเหตุที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ทำให้ชาวเกาะนิวฟาว์ดแลน์เลยได้รักษาสุนัขพันธุ์นี้เอาไว้อย่างดี และในประเทศอังกฤษนั้นยอมรับสุนัขพันธุ์นี้อย่างมากในเรื่องความจมูกไวของเขา ซึ่งเขาจะคอยแกะรอยนกหรือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บได้อย่างแม่นยำ ทั้งที่ในป่านั้นมีกลิ่นสัตว์อยู่เต็มไปหมด และแม้ว่าจะเป็นงานที่ยากเขาก็ไม่เคยพลาดเลยสักครั้งเดียว และแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรแต่ความสามารถของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปเลย และเมื่อดูจากลักษณะกายภาพจะเห็นว่าสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์นี้มีขาที่สั้นกว่าสุนัขล่านกหรือเก็บนกพันธุ์อื่นๆ แต่มีรูปร่างที่บึกบึนและคล่องแคล่วว่องไวมากกว่าทั้งบนบกและในน้ำ แม้จะในน้ำที่อากาศที่หนาวเย็นเจ้าลาบราดอร์ก็กระโดดลงไปอย่างไม่ลังเลเลยเมื่อเทียบกับสุนัขเก็บนกพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ยังมีประสาทที่ดีอีกด้วย เนื่องจากจะเห็นจากตัวอย่างมากมาย เช่น สามารถฝึกสัญญาณที่สลับซับซ้อนด้วยมือหรือนกหวีดก็ได้เช่นกัน มาตรฐานของสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ลักษณะทั่วไปและขน ลักษณะทั่วไปของสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ควรมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงโดยลำตัวสั้นหนาซึ่งจะทำให้มีความกระฉับกระเฉงและว่องไวมาก บั้นเอวควรมีลักษณะที่กว้างซึ่งจะมีแข็งแรงและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น ขนบนตัวจะมีขนสั้นทั่วตัว ดกหนาและแน่น ขนถือเป็นอีกจุดเด่นที่สำคัญอีกจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ ขนของสุนัขพันธุ์นี้ควรสั้นและดกหนาไม่หยิก และเมื่อลูบควรรู้สึกสากมือ และสีจะมีสีดำ เหลือง หรือช็อกโกแลตก็เป็นได้เช่นกัน ศีรษะ กะโหลกศีรษะของสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ควรมีลักษณะที่กว้าง […]

เตรียมความพร้อมก่อนนำสุนัขเข้าบ้าน

สุนัข

การเตรียมความพร้อมสำหรับการรับสุนัขเข้ามาในบ้านก็คือ เมื่อที่เราต้องนำสุนัขตัวใหม่โดยเฉพาะลูกสุนัขเข้ามาในบ้านหลังใหม่ ซึ่งลูกสุนัขก็จะมีความตื่นเต้นต่อสิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้สุนัขมักจะปวดปัสสาวะหรืออุจจาระ ฉะนั้นจึงควรปล่อยให้อยู่นอกบ้านก่อนพักหนึ่งเพื่อให้เขาได้ถ่ายในที่ที่เขาต้องการตั้งแต่ตอนแรกดีกว่าเขามาถ่ายในบ้าน หรือหากเราไม่มีบริเวณให้เขาถ่ายก็ควรจัดบริเวณให้เขาได้ถ่ายอย่างเหมาะสมอย่างเห็นสมควร หลังจากนั้นผู้เลี้ยงควรปล่อยให้สุนัขสำรวจรอบบ้านตามสัญชาตญาณของเขา และเมื่อเขาเริ่มรู้สึกคุ้นชินแล้วก็ควรฝึกเขาให้รู้จักกับที่นอน ที่กินอาหาร และที่ถ่ายให้ถูกต้องและเป็นที่ ด้วยการเมื่อเขากินข้าวกินน้ำแล้ว ก็ให้ผู้เลี้ยงพาเขาไปที่ถ่ายทันทีเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่าตรงนี้คือพื้นที่ขับถ่ายของเขา แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่สุนัขย้ายเข้ามาใหม่เขาจะมีความตื่นเต้นอยู่ค่อนข้างสูงจึงทำให้มักไม่ค่อยกินอาหารเท่าไรนัก โดยส่วนมากเขาจะกินแต่น้ำฉะนั้นผู้เลี้ยงจะควรเตรียมภาชนะใส่น้ำเตรียมไว้ให้เขาอย่างเรียบร้อย ส่วนในเรื่องของอาหารในช่วงแรกนั้นนอกจากเขาจะมีความตื่นเต้นกับสถานที่แปลกใหม่แล้วก็ยังมีเรื่องของความเครียดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นการที่เราเปลี่ยนอาหารใหม่เลยก็ยิ่งทำให้เขาไม่กินอะไรไปกันใหญ่ ฉะนั้นผมจะอยากแนะนำผู้เลี้ยงให้สอบถามเจ้าของเดิมด้วยว่าเขากินอาหารตัวไหน กินมากน้อยแค่ไหนและบ่อยแค่ไหนด้วยเพื่อที่จะให้เขาทำความคุ้นชินได้ง่าย และปรับตัวไปทีละขั้นได้ง่ายขึ้น ซึ่งผมได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่านอกจากอาการตื่นเต้นกับสถานที่ที่แปลกใหม่แล้วเขาก็ยังมีความเครียดด้วย ซึ่งความเครียดนี้ก็สามารถสังเกตและมีอาการที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งบางตัวอาจจะซ่อนตัว ไม่กินอาหาร หรือบางตัวหากเครียดมากอาจถึงขั้นมีอาการอาเจียนร่วมหรือท้องเสียร่วมด้วยก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากเขาไม่อาการป่วยมากก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นอาการปกติเมื่อเครียด ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงปล่อยให้เขาได้ทำการปรับตัวกับที่ใหม่ก่อนเพื่อความคุ้นชิน การสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับลูกสุนัข ลูกสุนัขที่เรารับมาเลี้ยงต่อเจ้าของเดิมนั้นควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครบถ้วน เพื่อเป็นการป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นเมื่อรับลูกสุนัขมาแล้วผู้เลี้ยงจึงต้องควรถ่ายว่าลูกสุนัขได้รับวัคซีนอะไรไปแล้วบ้างหรือไม่ หรือหากฉีดไปบ้างแล้ว ฉีดอะไรไปบ้าง และมีนัดฉีดซ้ำอีกเมื่อไร แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟาร์มที่เรารับมาด้วยมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแม่สุนัขจะได้รักการถ่ายพยาธิและการฉีดวัคซีนแล้วก่อนผสมหรืออาจจะไม่บางส่วนอาจจะไม่ได้รับก็เป็นได้ ซึ่งในกรณีที่แม่สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนผสมแล้วก็จะทำให้ลูกสุนัขได้เช่นกันผ่านทางน้ำนม และภูมิคุ้มกันนี้จะอยู่ในลูกสุนัขได้ไม่น้อยกว่า เดือนจึงจะหมดไป ซึ่งหากเราไม่รู้ว่าแม่สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนแล้วแต่เราไปพาลูกสุนัขไปฉีดวัคซีนในระยะ 2 เดือนที่วัคซีนยังอยู่ก็จะทำให้วัคซีนที่ฉีดเขาไปใหม่แล้ววัคซีนที่มีอยู่แล้วเกิดปฏิกิริยาต่อกันและก็จะสามารถถูกทำลายไปจนหมดได้ และลูกสุนัขก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันเลยซึ่งเมื่อได้รับเชื้อโรคก็จะทำให้เป็นโรคได้ง่าย แต่กลับกันในกรณีที่แม่สุนัขไม่ได้รับการถ่ายพยาธิหรือไม่ได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนผสมเลย หากเรานำลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนก็จะทำให้เขาไม่ภูมิคุ้มกันขึ้นมาครับ และสามารถสรุปได้ดังนี้ครับ: – หากแม่สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนที่จะได้รับการผสม และเราพาลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนในระยะที่ยังมีภูมิคุ้มกันอยู่ในตัวคือประมาณ 2 เดือน ก็จะทำให้วัคซีนที่มีอยู่กับวัคซีนที่ฉีดเข้าไปใหม่เกิดการตีกันและทำลายตัวเอง สุดท้ายก็จะทำให้ลูกสุนัขไม่มีภูมิคุ้มกันเช่นเดิม – หากแม่สุนัขได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนที่จะได้รับการผสม วัคซีนจะสามารถส่งผ่านไปยังลูกสุนัขได้ผ่านทางน้ำนม […]

การเลือกสุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มาเลี้ยงต้องดูอย่างไรบ้าง?

การเลือกสุนัขพันธุ์

การเลือกเลี้ยงสุนัขนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งควรพิจารณาจากอุปนิสัยอารมณ์ของสุนัข สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับสุนัขแต่ละสายพันธุ์ และเหตุผลที่ผู้เลี้ยงควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกสุนัขมาเลี้ยงสักตัวนั้นก็เนื่องจากที่เราเห็นได้จากสุนัขที่ถูกทอดทิ้งทั่วไปหรือแม้แต่ที่ถูกเทศบาลกำจัดในแต่ละปีนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้ามากและแน่นอนว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ หากผู้เลี้ยงเลือกสุนัขที่เหมาะสมตั้งแต่แรก สำหรับแหล่งที่มาในการรับเลี้ยงสุนัขนั้นก็มีอย่างมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อจากฟาร์มหรือคอที่มีมาตรฐานการเลี้ยงที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ ซึ่งทางที่ดีควรได้เห็นสถานที่เลี้ยงด้วยตาตัวเองเนื่องจากเราจะได้ดูได้กับตาว่ามีความน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ การที่เราไปเห็นกับตายังมีข้อดีที่เราสามารถเห็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ของสุนัขได้ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นถึงสภาพการเลี้ยงดู ความสะอาด ความเหมาะสมในการเลี้ยงดูว่าน่าซื้อหรือไม่ ในการเลือกสุนัขมาเลี้ยงที่ถูกต้องนั้นผู้เลี้ยงควรเลือกลูกสุนัขที่มีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เนื่องจากยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งเลี้ยงยากทั้งยังมีปัญหามากอีกด้วย และยิ่งเป็นสุนัขที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2 เดือนนั้นยิ่งดีเนื่องจาก จะสามารถเลี้ยงดูได้ง่าย มีโอกาสรอดมากซึ่งจะเหมาะสมมากสำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขเป็นครั้งแรก และในการเลือกสุนัขผู้เลี้ยงควรเชื่อตัวเองให้มากและควรตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม้ควรเชื่อคำโฆษณาของผู้ขายมากจนเกินไป แน่นอนว่าข้อมูลจากผู้ขายจะเป็นเครื่องมือที่เราใช้ในการตัดสินใจในขั้นแรก แต่การเลือกสุนัขที่เราจะเอามาเลี้ยงนั้นต้องมีสุขภาพดีเป็นพื้นฐานซึ่งสิ่งนี้ต้องดูจากลักษณะภายนอก รวมไปถึงลักษณะท่าทางและอารมณ์ โดยมีดังนี้ 1. ลักษณะภายนอกที่ดี ซึ่งสิ่งนี้หมายถึงรูปร่าง หน้าตา รวมไปจนถึงความสมบูรณ์ที่ครบถ้วนและถูกต้องของอวัยวะต่างๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสามารถใช้มือตรวจจับได้ คือ – ศีรษะ: ให้ใช้มือจับลูบดู พร้อมกับให้ดูด้วยตา และพิจารณาว่าศีรษะ 2 ข้างเท่ากันหรือไม่ มีรอยบุบหรือบวมข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ – ตา: เมื่อดูตาแล้วพบว่าตา 2 ข้างมีขนาดที่เท่ากันซึ่งไม่ควรตาเหล่และไม่เข ดวงตาต้องมีประการสดใสที่มีความสนใจกับสิ่งรอบข้างอยู่เสมอหากเป็นเช่นนี้แสดงว่าสุนัขมีความปกติและตื่นตัวได้ดี แต่หากเจอสุนัขที่มีแววตาไม่เป็นประการดูเศร้าๆ มีขี้ตาเกรอะกรัง หรือหรี่ตาตลอดเวลาสิ่งเหล่านี้แสดงว่าสุนัขอาจจะกำลังป่วยอยู่ หรือพึ่งหายป่วยก็เป็นได้ – […]

สุนัขที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “พี่เลี้ยงเด็ก”

สุนัข

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวถือเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่จะทำอย่างไรหากในบ้านนั้นมีลูกน้อยอยู่แต่ก็อยากเลี้ยงสุนัขด้วย จึงทำให้หลายๆ คนอาจสงสัยว่าสุนัขสายพันธุ์ไหนกันนะถึงจะเหมาะกับการเลี้ยงไว้ในบ้านที่มีเด็กอยู่ในบ้านด้วย ดังนั้นวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปหาคำตอบกันครับ ว่ามีสายพันธุ์ไหนกันบ้าง คิดขึ้นชื่อว่าเป็น “พี่เลี้ยงเด็ก” 1. สุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เริ่มต้นอันดับที่หนึ่งมากับสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่เชื่อว่าเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนเลยทีเดียวใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งเราจะรู้กันดีว่าสุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ถือเป็นสุนัขที่เป็นมิตร แถมยังนิสัยดีเป็นอันดับต้นๆ ของบรรดาสุนัขทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งนอกจากเขาจะเป็นนักกิจกรรมตัวยงแล้วเขาก็ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวได้อย่างดี ด้วยนิสัยที่อ่อนโยน เป็นมิตร ชอบอ้อนเจ้าของ แถมยังเข้ากับเด็กได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่าหากคุณจะตัดสินใจเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์นี้คุณจะต้องมั่นใจว่าคุณมีเวลาเพียงพอที่จะเล่นกับเขา หรือไม่ก็หากเขาอยู่บ้านก็อาจจะมีเพื่อนอยู่กับเขาด้วย เนื่องจากอย่างที่กล่าวไปว่าสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์เป็นนักกิจกรรมฉะนั้นเขาจึงมีพลังงานเยอะที่จะปลดปล่อยออกมาซึ่งหากเขาไม่ได้เล่นหรือไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานเหล่านั้นออกมาก็จะทำให้นำพาไปสู่ปัญหาพฤติกรรมอย่างการกัดแทะ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้านก็เป็นได้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นอย่างมากสำหรับสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ก็คือแม้เขาจะมีนิสัยที่เป็นเด็กหรือมีพฤติกรรมที่เป็นเด็กอยู่สูง แต่ในขณะเดียวกันสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์นี้ก็ถือเป็นสุนัขหนึ่งสายพันธุ์ที่มีความฉลาดซึ่งสามารถฝึกฝนได้จดจำได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะต้องมีการฝึกอยู่บ่อยครั้งซึ่งแต่ละครั้งต้องใช้เวลาสั้นๆ เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้มีความเป็นเด็กฉะนั้นอาจจะทำให้เขาเสียสมาธิได้ง่ายจากสิ่งรบกวนต่างๆ แต่แน่นอนว่า เมื่อเขาโตขึ้นก็จะมีความนิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยล่ะครับ 2. สุนัขสายพันธุ์บิซอง ฟริเซ่ และหลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก ชื่อของสุนัขสายพันธุ์นี้แต่แน่นอนว่าหลายๆ คนจะต้องคุ้นหน้าคุ้นตากับเขาอย่างแน่นอนและนี่คือ สุนัขสายพันธุ์บิซอง ฟริเซ่ สุนัขพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งมีประวัติยาวนานมาหลายศตวรรษ สุนัขสายพันธุ์นี้มีรูปลักษณ์ที่น่ารักมากด้วยขณะที่ตัวเลขและขนที่ปุกปุย โดยเขามีนิสัยที่ไม่ร่าเริงแจ่มใส และค่อนข้างติดคนในครอบครัวมากทีเดียวแต่แน่นอนว่าหากสอนให้เขาอยู่บ้านเพียงลำพังได้เขาก็จะสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ก็ยังสามารถเลี้ยงควบคู่กับสุนัขตัวอื่นได้อีกด้วย อีกสิ่งที่ดีสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ก็คือเขาสามารถเป็นมิตรกับเด็กได้แต่อย่างไรก็ตามในการเป็นมิตรกับเด็กนี้ผู้เลี้ยงก็ควรที่จะฝึกฝนเขา ให้เขาเข้าใจว่าเราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างที่จะออกไปตอนต้นว่าสุนัขสายพันธุ์นี้สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวได้เป็นอย่างดีแถมยังติดกับสมาชิกของครอบครัวอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายของสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ได้ต้องการเวลาที่มากมายเลยล่ะครับ เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้ต้องการเวลาในการออกกำลังกายเพียงวันละ30นาทีเพื่อกระตุ้นสมองของสุนัขและปลดปล่อยพลังงานของเขาก็เพียงพอแล้ว 3. สุนัขสายพันธุ์ลาบาดอร์ อีกหนึ่งที่สายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้น สุนัขสายพันธุ์ลาบาดอร์ ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดา […]

ตำนานสุนัขผู้ซื่อสัตย์และความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง

สุนัขผู้ซื่อสัตย์

วันนี้ผมมีเรื่องราวความรักของสัตว์ 4 ขาที่มีต่อมนุษย์อย่างไม่เสื่อมคลายมาฝากให้ทุกท่านได้อ่านกันถึง 2 เรื่องด้วยกัน โดย 2 เรื่องที่ผมได้นำมานี้เป็นเรื่องราวของสุนัขที่รักและซื่อสัตย์กับผู้เลี้ยง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โดดดังอย่างมากในช่วงเวลานั้นจนบางเรื่องก็ได้นำมาเป็นภาพยนตร์ให้ทุกคนได้ชมและนึกถึงกัน ไปดูกันดีกว่าครับว่าเรื่องที่ผมได้นำมานี้มีเรื่องอะไร และเป็นอย่างบ้าง 1. ฮาจิ ตำนานสุนัขผู้ซื่อสัตย์และรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา สุนัขฮาจิ หรือ ฮาจิโกะ ชื่อนี้ผมคิดว่าใครหลายคนคงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินมาบ้าง เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1924 เมื่อฮาจิ สุนัขผู้ซื่อสัตย์มารอคอยเจ้าของที่สถานีรถไฟนานกว่า 10 ปี โดยฮาจิเป็นสุนัขพันธุ์ Akita ของศาสตราจารย์ด้านเกษตรแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวที่มีชื่อว่า ฮิเดชาบุโร อุเอโนะ เนื่องจากกิจวัตรประจำวันของฮาจิคือ ศาสตราจารย์อุเอโนะต้องไปทำงานที่มหาวิทยาลัยโตเกียวทุกวันด้วยรถไฟ ฉะนั้นฮาจิจึงมาที่สถานีรถไฟเพื่อรอรับศาสตราจารย์อุเอโนะที่หน้าสถานีทุกวันเพื่อรับกลับบ้าน แต่แล้ววันหนึ่งศาสตราจารย์อุเอโนะก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นคือ ศาสตราจารย์อุเอโนะเกิดภาวะโลหิตในสมองแตกเฉียบพลันและได้เสียชีวิตลงที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ทำให้นับตั้งแต่วันนั้นศาสตราจารย์อุเอโนะก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย แต่ฮาจิผู้ไม่รู้เรื่องนี้จึงทำให้เขายังคงรอคอยเจ้าของที่หน้าสถานีรถไฟอย่างมีความหวังเสมอว่าเจ้าของจะกลับมา ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนตกฮาจิก็จะรออยู่แบบนี้เสมอ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 1932 ได้มีคนสังเกตเห็นความซื่อสัตย์ที่ยิ่งใหญ่นี้ของเขาจึงได้นำเรื่องราวที่น่ายกย่องนี้ไปเขียนเป็นบทความเกี่ยวกับการรอคอยของฮาจิในหนังสือพิมพ์ฮาตาชิ จึงทำให้เรื่องราวของฮาจิโด่งดังและเป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีผู้คนผ่านไปผ่านมาก็จะนำอาหารหรือขนมไปให้ฮาจิอยู่เสมอ และหลังจากการรอคอยมานานกว่า 10 ปี ฮาจิก็ได้ตายเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 1935 ซึ่งหลังจากที่ฮาจิตายก็ได้มีการนำร่างของฮาจิไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น พร้อมทั้งยังมีการยกย่องถึงความซื่อสัตย์ที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยการสร้างอนุสรณ์ที่หน้าสถานีรถไฟชิบุย่าซึ่งเป็นที่ที่ฮาจิรอคอยศาสตราจารย์อุเอโนะกลับมาเพื่อรำลึกถึงความซื่อสัตย์ที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อน 4 […]

4 สุนัขแสนรู้และเป็นมิตร

สุนัขแสนรู้

ในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 4 สุนัขแสนรู้และเป็นมิตร อย่างที่เราจะทราบกันดีว่าสุนัขนั้นถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่กับเรามาอย่างยาวนาน นอกจากความแสนรู้ ฉลาด น่าฟัด น่ารัก น่าเอ็นดู ขี้อ้อนของเจ้าสุนัขแล้ว ในการเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงก็ยังมีประโยชน์มากมายทั้งการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเมื่อเหงา เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเมื่อเราไม่อยู่ หรือแม้แต่การเลี้ยงไว้เพื่อนำทางคนตาบอดแล้วคนสูงอายุ ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสุนัขจึงเป็นสัตว์เลี้ยงที่ครองใจใครหลายคนมาอย่างยาวนาน และหากใครที่กำลังมองหาสุนัขที่แสนรู้มาเลี้ยงแล้วก็ห้ามพลาดบทความของเราเลยทีเดียว แต่ในการเลือกสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงนั้นเพียงการรู้ว่าชอบสายพันธุ์ไหน หรือต้องการสายพันธุ์ไหนนั้นมันไม่พออย่างแน่นอน เนื่องจากในการตัดสินที่จะเลี้ยงนั้น เราต้องดูความพร้อมก่อนว่าเรามีความพร้อมที่จะดูแลเขาอย่างเต็มที่ได้หรือไม่ทั้งเรื่องของกำลัง ที่อยู่อาศัย รวมไปจนถึงทรัพย์ที่ต้องใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ด้วย แต่หากคุณพร้อมแล้ว เราไปดูกันดีกว่าครับว่าผมได้นำสายพันธุ์ไหนมาแนะนำกันบ้าง 1. สุนัขสายพันธุ์บีเกิล (Beagle) เจ้าสุนัขสายพันธุ์บีเกิลนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ แม้เจ้าบีเกิลจะมีรูปลักษณ์ที่แสนน่ารักแต่ก็ถูกจัดให้อยู่ในหมวดของสุนัขล่าเนื้อ เนื่องจากเขามีลักษณะทางกายภาพที่แข็งแรง มีขนาดที่พอเหมาะซึ่งสูงไม่เกิน 15 นิ้ว หนักประมาณ 13.61 กิโลกรัม และมีหางยาว หลังตรง หูยาวและห้อยตาลงมาตามธรรมชาติ ทั้งยังมีขนสั้นและหลากหลายสีเช่น สีดำ สีน้ำตาล และสีขาว โดยเจ้าสุนัขสายพันธุ์บีเกิลจะมีลักษณะนิสัยที่สุภาพ ร่าเริง ฉลาด อารมณ์ดีและเป็นมิตร ค่อนข้างเชื่องคนได้ง่าย ทั้งยังมีความกระฉับกระเฉงเนื่องจากชอบการเดินเล่น ชอบออกกำลังกาย ชอบอยู่เป็นฝูงหรือชอบอยู่กับคนโดยเฉพาะอยู่กับเจ้าของของเขา และยังสามารถปรับตัวเข้ากับสุนัขพันธุ์อื่นและกับเด็กได้ดีอีกด้วย เจ้าบีเกิลยังมีความสามารถด้านการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมมากอีกด้วย จึงถูกนำไปฝึกเป็นสุนัขตรวจสอบสิ่งของ และนอกจากนี้ยังเป็นสุนัขที่สามารถดูแลไม่ยากและเลี้ยงง่ายอีกด้วยเช่น […]

5 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของเจ้าเหมียว

ธรรมชาติของแมว

แมวแต่ละตัวจะมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไปและแน่นอนว่าแมวก็มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเราจะสังเกตเห็นได้ว่าแมวส่วนใหญ่มีนิสัยที่รักอิสระและเดาใจได้ยากมาก ฉะนั้นความคิดที่ชอบคิดกันว่า การเลี้ยงแมวไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากเนี่ยเป็นความคิดที่ผิดมากครับ เนื่องจากในความเป็นจริงนั้นเราต้องดูแลเขามีสุขภาพที่แข็งแรงที่ไม่เพียงแค่ให้อาหารและอิ่มเท่านั้น และทุกท่านเคยสงสัยกันไหมครับว่า “เจ้าเหมียวมีพฤติกรรมแบบกำลังบอกอะไรเราอยู่นะ” นั่นแหละครับการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติทั้งในเรื่องของนิสัยและพฤติกรรมต่างๆ ของแมวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรรู้ไว้ เนื่องจากมันจะทำให้ผู้เลี้ยงดูอย่างเราสามารถเข้าใจและสามารถอยู่กับเจ้าเหมียวของเราได้อย่างมีความสุขมากขึ้นครับ ดังนั้นวันนี้ผมจึงอยากพาทาสแมวทุกท่านมาทำความเข้าใจในธรรมชาติของเจ้าเหมียวให้มากขึ้นด้วย 5 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของเจ้าเหมียว ซึ่งมีดังนี้ครับ  1. ส่งเสียงร้องแบบนี้หมายถึงอะไรกันนะ การส่งเสียงร้องของเจ้าเหมียวหากเปรียบง่ายๆ ก็คือการสื่อสารเหมือนมนุษย์นั้นเองครับเพียงแต่เป็นการสื่อสารผ่านระดับและโทนเสียงเท่านั้นและเราก็สามารถรับรู้ได้เช่นกัน โดยการทำระดับเสียงของแมวนั้นหากเราสังเกตจะเห็นว่ามันมีหลายช่องเสียงมาก แต่เราสามารถสังเกตง่ายๆ ได้ดังนี้ เมื่อเจ้าเหมียวของเรากำลังร้องเสียงสูงนั้นคือการแสดงถึงความเป็นมิตรต่อเราครับ หากร้องเบาๆ นั้นกำลังแสดงถึงความเป็นกันเอง แต่หากส่งเสียงที่แหลมออกมานั้นแสดงว่าเจ้าเหมียวกำลังเครียดอยู่นั่นเอง และเมื่อโกรธมากๆ เสียงแหลมที่ออกมาจะเริ่มออกมาถี่มากขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันตัว แต่หากยิ่งเมื่อไรที่กำลังส่งเสียงคำรามและยกมุมปากนั้นคือจะกัดแล้วนะ ถ้ายังไม่หยุดกวนเรา 2. วิสัยทัศน์การมองเห็นของเจ้าเหมียว ผมเชื่อว่าหลายท่านคงต้องเคยเป็นห่วงเจ้าเหมียวเมื่อต้องอยู่คนเดียวในตอนมืดๆ แน่เลยใช่ไหมครับเพราะกลัวว่าเจ้าเหมียวจะมองเห็นไหมหากเราปิดไฟ ในความเป็นจริงแล้วตาแมวนั้นดีกว่าเรามากครับเมื่อเทียบกับการมองเห็นของมนุษย์ เนื่องจากเจ้าเหมียวสามารถมองเห็นวัตถุได้ดีในช่วงเวลากลางคืนมากกว่าตอนกลางวันด้วยซ้ำ และยังสามารถบอกเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ในที่มืดได้ถึง 10x และหากเราดูจากเหตุผลนั้นผลวิจัยตรวจสอบพบว่า ดวงตาของเจ้าเหมียวมีเซลล์เยื่อชั้นพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนแสงที่ผ่านเข้ามาในตาให้กลับมาเพิ่มแสงที่สะท้อนกลับได้ ซึ่งจะเห็นได้จากที่ตาของแมวเรืองแสงในที่มืด 3. การสัมผัสที่ส่งผลต่อการทรงตัวที่น่าประหลาด เราจะสามารถเห็นได้ทั่วไปว่าแมวนั้นแม้จะตกจากที่สูงก็จะสามารถสปริงตัวกลับมายืนได้เมื่อถึงพื้นและแทบไม่ได้รับอันตรายใดๆ เลย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นข้อเท็จจริงครับ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรให้เจ้าเหมียวตกจากที่สูงนะครับเพราะการตกนั้นไม่ว่าจะได้รับอันตรายไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ไม่ควรทั้งนั้น และเมื่อถึงการสัมผัส ผู้เลี้ยงทุกท่านเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเขาถึงไม่ให้ตัดหนวดแมวกันนะ ในความจริงแล้วในหนวดแมวนี้มีเส้นประสาทที่มีความสามารถในการรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ อยู่ครับไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบตัว การเคลื่อนไหวของสภาพอากาศ และเมื่อสังเกตจะพบว่าความยาวของหนวดแมวนั้นจะมีความกว้างเท่ากับความกว้างของลำตัวเสมอ ซึ่งหากเจ้าเหมียวอยู่ในที่แคบ เขาจะสามารถวัดหรือกะระยะได้ว่าเขาจะสามารถผ่านได้ไหม […]