การให้อาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละช่วงวัย

อาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัข

สารบัญ

อาหารการกินสำหรับสุนัขก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากสุนัขจำเป็นที่จะต้องได้รับอาหารเพื่อเป็นพลังงานในการใช้ดำรงชีวิตและยังเป็นสิ่งที่นำไปเสริมสร้างอวัยวะโครงสร้างต่างๆ ของร่างกายเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีและแข็งแรง ซึ่งยิ่งหากสุนัขได้รับอาหารที่เหมาะสมกับเขาแล้วยังทำให้เขามีสุขอนามัยที่สมบูรณ์และแข็งแรงอีกด้วย

โดยสุนัขเองก็ควรได้รับอาหารที่ครบถ้วนตามหมวดหมู่ที่ต้องการ ซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต (แป้ง) วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำ เนื่องจากหากสุนัขได้รับอาหารที่ถูกต้องและครบถ้วนจะส่งผลให้สุนัขมีร่างกายและจิตใจที่ดีเป็นอย่างมาก เช่น ทำให้สุนัขมีสุขภาพจิตที่ดี มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด และมีการเติบโตที่เหมาะสม เนื่องจากการให้อาหารที่ไม่เหมาะสมจะทำให้สุนัขได้รับการเติบโตที่ไม่ได้สัดส่วน เช่น หากผู้เลี้ยงเน้นแต่การให้ข้าวที่มีแต่คาร์โบไฮเดรตก็จะให้สุนัขอ้วนและมีพุงที่ห้อยได้ ฉะนั้นการให้อาหารการกินที่ครบถ้วนสมดุลอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สิ่งผลต่อการเจริญเติบโตได้มาก

1.รายละเอียดวิตามินที่สุนัขควรได้รับ

1.รายละเอียดวิตามินที่สุนัขควรได้รับ

– โปรตีน ที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ เนื้อปลาและถั่วต่างๆ และนอกจากจะมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของสุนัขแล้ว ยังช่วยสร้างแอนติบอดีสำหรับการป้องกันเชื้อโรค ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ตลอดการสร้างเอนไซม์ต่างๆ ซึ่งสุนัขที่กำลังเจริญเติบโตยังต้องการโปรตีนประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์

– คาร์โบไฮเดรต มีอยู่ในน้ำตาล แป้ง และข้าวต่างๆ เพื่อเป็นพลังงานในการเติบโต การผลิตน้ำนม และการทำงานมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความต้องการของแต่ละสายพันธุ์ก็ต่างกันไปด้วยเช่นกัน

– ไขมัน สุนัขต้องการไขมันหรือพลังงานแคลอรีที่ประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ และในไขมันยังมีสิ่งสำคัญที่เรียกว่ากรดไขมันอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต่อโภชนาการและการเจริญเติบโตตามปกติของสุนัขอีกด้วย นอกจากนี้ไขมันยังช่วยลดความเครียด ความหนาวของสุนัขได้อีกด้วย

– วิตามิน เป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันหากให้มากจนเกินจำเป็นก็สามารถให้โทษได้เช่นกัน แน่นอนว่าวิตามินนั้นมีอยู่หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ที่ช่วยต้านทานโรคได้, วิตามินบี ที่ช่วยในการควบคุมความสมบูรณ์ให้กับผิวหนัง และยังช่วยในการป้องกันโรคทางประสาท, วิตามินซีที่ช่วยในการบำรุงในเรื่องของขนและผิวของสุนัข เป็นต้น

-แร่ธาตุ มีอยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งช่วยในเรื่องการสร้างกระดูก ฟันและเลือด และแร่ธาตุที่สำคัญคือแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง หากสุนัขได้รับไม่เพียงพอจะทำให้สุนัขเป็นโรคกระดูกอ่อน โค้งงอ หักง่ายได้

2. การให้อาหารแก่สุนัขที่เหมาะสม

2. การให้อาหารแก่สุนัขที่เหมาะสม

ปริมาณการให้สุนัขแต่ละตัวนั้นความแตกต่างกันไปเนื่องจากมันอยู่กับความต้องการพื้นฐานที่ต่างกัน เช่น ขนาด ช่วงวัยและสุนัขที่รับความเจ็บป่วยก็ควรได้รับอาหารที่ต่างกันด้วยเช่นกัน ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่จะต้องคอยดูแลเรื่องอาหารให้เพียงพอกับความต้องการรองสุนัขโดยที่ต้องไม่มากหรือน้อยจนเกินไปโดยสามารถสังเกตได้จากท้องของสุนัขเมื่ออิ่ม ซึ่งจะขยายมากกว่ากระดูกซี่โครงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่กินจนท้องป่องเต็มที่ ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงค่อยสังเกตสุนัขเสมอว่ากินอิ่มเพียงพอหรือไม่ ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละช่วงดังนี้

อาหารสำหรับสุนัขที่กำลังท้องอยู่

อาหารที่ครบถ้วนสำหรับแม่สุนัขที่กำลังตั้งท้องนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่งต้องได้สัดส่วนที่ถูกต้อง อาหารที่มีคุณภาพสูง โปรตีนต้องมากแต่ต้องมีไขมันน้อย เนื่องจากเราต้องคำนึงถึงลูกสุนัขที่อยู่ในท้องแม่ด้วยฉะนั้นหากอาหารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อาจทำให้ลูกสุนัขมีโอกาสตายง่ายเช่นกัน โดยช่วงแรกคือ 6 อาทิตย์แรกต้องให้อาหารในปริมาณที่เหมือนกับให้อาหารสุนัขวันโตกินในแต่ละวัน และเมื่อใกล้คลอดก่อน 11 วันควรเพิ่มโปรตีนให้มากขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ แต่หากสังเกตว่าแม่สุนัขผอมมากก็ควรเพิ่มอาหารที่ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ก่อนที่สุนัขจะคลอดในช่วงระยะ 3-4 สัปดาห์

แต่ก่อนคลอด 1-2 วันแม่สุนัขจะเริ่มไม่ค่อยกินอาหารหรือบางตัวอาจจะไม่กินเลยก็มี เนื่องจากมัวแต่สาละวนอยู่กับการเตรียมคลอดลูก ฉะนั้นก่อนที่จะถึงช่วงนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องดูเรื่องอาหารให้อย่างเหมาะสม ซึ่งหากให้กินมากเกินไปก็อาจจะส่งผลให้คลอดได้ยาก แต่กลับหันหากให้น้อยจนเกินไปก็อาจทำให้แม่สุนัขผอมจนไม่มีแรงในการเบ่งหรือคลอดลูก

อาหารสำหรับลูกสุนัขหลังคลอด

ผู้เลี้ยงควรดูให้ลูกสุนัขกินน้ำนมแม่หลังจากที่คลอดให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้รับ “น้ำนมเหลือง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากเนื่องจากมีทั้งวิตามิน, ธาตุเหล็กมาก แอนติบอดี ที่ช่วยในเรื่องการป้องกันโรคต่างๆ ด้วยแต่มีน้ำตาลแลคโตน้อยกว่าน้ำนมปกติ ซึ่งน้ำนมเหลืองนี้จะหายไปหลังจากที่คลอดแล้ว 2-3 วัน แต่หากแม่สุนัขไม่มีน้ำนมหรือเต้านมเป็นโรคอักเสบ ก็สามารถนำลูกสุนัขไปฝากกับแม่สุนัขตัวอื่นก็ได้ หรือให้อาหารอื่นแทนก็ได้เช่นกัน หรือหากไม่มีน้ำนมเลยก็สามารถเพิ่มน้ำนมโคให้กินแทนได้แต่น้ำนมที่เพิ่มเข้ามานี้ต้องเพิ่มหลังจากที่คลอดมาแล้วและมีอายุ 3 สัปดาห์ โดยใส่ในจานเตี้ยๆ แล้วจับลูกสุนัขจุ่มปากลงไปน้ำนมเบาๆ เพื่อให้ทำความรู้จักจนสามารถกินเองได้

อาหารสำหรับสุนัขโตเต็มวัย

สุนัขที่มีอายุมากขึ้นความต้องการอาหารก็จะลดลง ซึ่งหากให้กินมากจนเกินไปก็อาจทำให้สุนัขอ้วนง่ายและทำให้สุนัขอายุสั้นลงด้วย ฉะนั้นเมื่อสุนัขโตเต็มวัยก็ควรให้อาหารที่มีคุณภาพวันละครั้งก็พอซึ่งสูตรอาหารมาตรฐานที่สามารถเตรียมได้ง่ายมีดังนี้ เนื้อบด 30 ส่วน, ข้าว 35 ส่วน, ผักต้ม 27 ส่วน, ไขมัน 4 ส่วน, วิตามินและเกลือแร่ 1 ส่วน ยีสต์ผงหรือเม็ด 3 ส่วน ซึ่งทุกอย่างต้องทำให้สุกและยิ่งหากกินในเวลาเดียวกันได้ก็ยิ่งดีมากและช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงเย็นเนื่องจากจะทำให้สุนัขไม่กวนเราในเวลากลางคืน

สำหรับภาชนะในการใส่อาหารให้สุนัขกิน ควรแยกอาหารกับน้ำออกจากกันและต้องมีน้ำหนักที่เพียงพอเพื่อไม่ให้สามารถคว่ำหรือเลื่อนได้ และนอกจากนี้ยังควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากที่สุนัขกินเสร็จไม่ควรทิ้งเศษอาหารไว้ในชาม เนื่องจากจะทำให้สุนัขคิดว่าสามารถกินได้ตลอดเวลาอาจทำให้ติดนิสัยได้

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย