5 สัตว์เลี้ยงที่อาจทำให้คุณขนลุก!

5 สัตว์เลี้ยงที่อาจทำให้คุณขนลุก

สารบัญ

หากพูดถึงสัตว์เลี้ยง ผมเชื่อว่าใครหลายๆ คนคงจะคิดถึงสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักที่คอยอยู่กับเราเวลาที่เหงา หรือค่อยเข้ามาอ้อนเวลาต้องการสิ่งของจากเรา อย่างสุนัขหรือว่าแมว แต่แน่นอนว่าในปัจจุบันนี้ การเลี้ยงสัตว์นั้นพัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน ไม่ต่างกับคนเราที่มีความชอบและรสนิยมที่ต่างกัน ฉะนั้นรสนิยมในการเลี้ยงสัตว์ก็ต่างกันเช่นกันครับ

สำหรับบางคนอาจจะเลี้ยงสุนัขหรือแมว และสำหรับบางกลุ่มอาจจะชอบเลี้ยงปลา หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย หรืออาจจะเป็นนก แต่สำหรับความชอบรสนิยมบางกลุ่มก็อาจจะแตกต่างออกไปเป็นสัตว์เลี้ยงที่เราอาจจะไม่เคยรู้จักก็เป็นได้ ฉะนั้นในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับ 5 สัตว์เลี้ยงที่อาจทำให้คุณขนลุก แต่ขนลุกในที่นี้อาจจะไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนเนื่องจากคุณอาจจะเป็นคนที่ชอบสัตว์เลี้ยงแนวนี้ก็เป็นได้

1. แมนโกรฟมอนิเตอร์ (Mangrove monitor)

1. แมนโกรฟมอนิเตอร์ (Mangrove monitor)

หากดูจากลักษณะตัวแล้วจะพบว่าสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ดูเหมือนกับตัวเงินตัวทองเป็นพิเศษ และถูกต้องแล้วครับ สัตว์เลี้ยงประเภทนี้คือสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง แต่ว่ามีขนาดเล็กกว่าตัวเงินตัวทอง โดยบนตัวจะมีลวดลายและเกร็ดที่เงางาม ซึ่งสำหรับผู้เลี้ยงที่ชอบเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานก็จะชอบสัตว์เลี้ยงชนิดนี้เป็นพิเศษนั่นเองครับ

สำหรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทนี้ควรที่จะเลี้ยงในกรงที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี แต่อย่างไรก็ตามโดยเหตุผลที่ว่าสัตว์เลี้ยงชนิดนี้เป็นสัตว์เลือดเย็นฉะนั้นจึงทำให้อุณหภูมิในร่างกายของมันสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพแวดล้อมรอบตัวนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามควรที่จะจัดกรงไว้ให้มีอุณหภูมิภายในที่อบอุ่นหรือมีแสงแดดเข้าถึงจะเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับเขา

ส่วนในเรื่องของอาหารการกินสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทนี้ก็คือแมลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจิ้งหรีด เรื่องอาจจะเป็นหนอนที่สามารถซื้อได้ตามร้านขายแมลงด้วยเยื่อต่างๆ ช่วงไป เนื่องจากภายในจิ้งหรีดนั้นมีสารอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะสมที่เขาต้องการ นอกจากนี้หากผู้เลี้ยงต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหรือเสริมสร้างสารอาหารที่เพิ่มเติมจาก ที่ได้จากจิ้งหรีดก็สามารถที่จะเพิ่มในเรื่องของวิตามินหรือผงแคลเซียมเข้าไปด้วยก็ได้ครับ

2. ตุ๊กแกเสือดาว (Leopard gecko)

2. ตุ๊กแกเสือดาว (Leopard gecko)

อีกสัตว์เลี้ยงที่อาจจะทำให้คุณขนลุกได้ ก็คือเจ้าตุ๊กแกเสือดาว ที่มีทีมเดิมอาศัยอยู่ที่ซอกหินที่แห้งแล้งหรือทะเลทรายโดยจะออกหากินในตอนกลางคืน ซึ่งตุ๊กแกชนิดนี้มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากตุ๊กแกชนิดอื่นๆ ก็คือเขาจะมีพังผืดที่เท้า และมีคางที่ค่อนข้างอวบอ้วน ซึ่งส่วนนี้จะช่วยเขาในเรื่องของการเก็บสารอาหารนั่นเอง

ปัจจุบันในประเทศไทยจะเห็นว่ามีผู้ที่นำตุ๊กแกเสือดาวมาเลี้ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่แปลกแต่เขาก็สามารถเชื่องและไม่กัด ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถนำมาจับเล่นได้ แคมป์บนตัวเขาก็ยังมีลวดลายที่สวยงามและมีเสน่ห์อีกด้วยครับ และเมื่อได้รับความนิยมนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงก็ถูกนำไปพัฒนาเป็นสายพันธุ์ต่างๆ ออกไปมากมาย จึงทำให้ปัจจุบันตุ๊กแกเสือดาวมีสีและลวดลายที่เพิ่มมากขึ้นและสวยงามมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ศูนย์ วิธีการเลี้ยงนั้นนิยมเลี้ยงไว้ในตู้กระจกหรือตู้พลาสติก โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 32°C และแน่นอนว่าไม่ควรที่จะปิดกล่องทึบ เนื่องจากควรที่จะให้อากาศภายในถ่ายเทได้สะดวก ส่วนในเรื่องของอาหารก็ควรที่จะเป็นหนูแดง จิ้งหรีด หรือหนอนยักษ์ และที่สำคัญควรจะวางถ้วยน้ำไว้ให้เขาด้วยนะครับ

3. ทารันทูล่าโกไลแอท (Tarantula, Goliath bird-eating spider)

3. ทารันทูล่าโกไลแอท (Tarantula, Goliath bird-eating spider)

ทารันทูล่าโกไลแอท หรือที่เรียกกันว่าแมงมุมกินนกซึ่งถือว่าเป็นแมงมุมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการบอกกันว่าแมงมุมชนิดนี้สามารถกินนกฮัมมิ่งเบิร์ดได้เลยทีเดียว โดยขนาดตัวของมันนั้นอยู่ที่ 120 กรัมและมีความกว้างในขณะที่โตเต็มวัยอยู่ที่ 20 เซนติเมตร

ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการนำเจ้าแมงมุมทารันทูล่ามาเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายและมากขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่ชวนหลงใหลและน่าพิษสงของมันจึงทำให้ปัจจุบันเกิดการเพาะพันธุ์แมงมุมทารันทูล่าเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากขึ้นนั่นเองครับ และในขณะเดียวกันก็ยังช่วยขยายสายพันธุ์แมงมุมชนิดนี้ไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ด้วยเช่นกัน

แต่ข้อควรรู้สำหรับผู้ที่อยากจะเลี้ยงทารันทูราควรจะรู้อย่างแรกว่า ทารันทูล่าทุกชนิดสามารถกัดและมีพิษ แม้ว่าพิษเหล่านี้จะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตแต่ในขณะเดียวกันก็จะสามารถสร้างความเจ็บปวดเอาเรื่องได้อยู่เหมือนกันครับ และที่สำคัญการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ประเภทเหล่านี้ก็ไม่ควรคิดว่าเขาจะเชื่องเหมือนสุนัขหรือแมว ฉะนั้นเราจึงไม่ควรที่จะเข้าไปเล่นหรือว่าเข้าไปจับเขามากนัก เนื่องจากความสุขของผู้ที่เลี้ยงดูสัตว์แปลกเหล่านี้ส่วนมากก็จะเกิดจากการเฝ้าดูการเจริญเติบโตและพฤติกรรมของเขาในสภาพแวดล้อมธรรมชาติซะมากกว่า

ส่วนในการเลี้ยงดูนั้น โดยทั่วไปแล้วจะนิยมเลี้ยงไว้ในตู้กระจกหรือตู้พลาสติก โดยจะต้องมีการปิดมิดชิด แต่ในขณะเดียวกัน อาการภายในก็ควรที่จะถ่ายเทได้สบาย และเนื่องจากทารันทูล่าเป็นสัตว์ประเภทกินเนื้อฉะนั้นจึงไม่สามารถเลี้ยงร่วมกับสัตว์ตัวอื่นได้ ซึ่งหากเราเลี้ยง สอง ตัวรวมกันอาจจะพบว่าอีกตัวได้กลายเป็นอาหารของอีกตัวแล้วก็เป็นได้ครับ โดยอาหารสำหรับเจ้าทารันทูล่าก็จะมีหนูแดง จิ้งหรีด หรือหนอนนก และน้องจากการวางอาหารไว้ในกรงแล้วก็อย่าลืมที่จะวางถ้วยน้ำขนาดเล็กๆ ไว้ในตู้ด้วยนะครับ

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย