ชูการ์ ไกลเดอร์ กระรอกบินตัวจิ๋ว

สัตว์เลี้ยง ชูการ์ ไกลเดอร์

สารบัญ

เป็นสัตว์ที่มีลักษณะหน้าตาเหมือนกระรอก มีขนาดตัวเล็กน่ารักปุ๊กปิ๊ก แถมยังมีกระเป๋าหน้าท้องเอาไว้เลี้ยงลูกอ่อน(Pouch) จึงจัดให้เป็นสัตว์ที่อยู่กลุ่มเดียวกับจิงโจ้และหมีโคอาล่า ทำให้ได้รับฉายาต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น กระรอกบินออสเตรเลีย หรือจิงโจ้บิน

ฮั่นแน่ อ่านฉายากันมาขนาดนี้แล้ว คงคิดว่าน้องบินได้กันใช่ไหมล่ะคะ จริงๆแล้วน้องนั้นบินเหมือนนกไม่ได้นะคะ แต่สามารถบินจากที่สูงลงมาที่ต่ำได้หรือบินจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งได้ โดยมีกรงเล็บของเขาเป็นตัวช่วยในการยึดเกาะต้นไม้ และใช้พังผืดข้างลำตัว (Patagium) ที่สามารถกางได้ตั้งแต่ขาหน้าไปจนถึงขาหลัง เป็นตัวช่วยในการลู่ลมหรือบินในระยะสั้นๆนั่นเอง 

เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว งั้นเราไปทำความรู้จักกับเจ้าสัตว์หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มชนิดนี้กันเพิ่มมากขึ้นดีกว่าค่ะ

ถิ่นกำเนิด

เจ้าชูการ์ ไกลเดอร์นั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียค่ะ อะอะอ้าวว ฉายากระรอกบินออสเตรเลีย ไม่ได้จับฉลาก แต่ได้มาจากถิ่นกำเนิดนี่เอง และยังพบน้องในประเทศ ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซียอีกด้วยค่ะ

ลักษณะทางกายภาพและนิสัย

ชูการ์ ไกลเดอร์ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก โดยธรรมชาติจะอาศัยอยู่บนต้นไม้ ไม่ชอบอากาศเย็น ชอบอยู่ในอุณหภูมิที่ประมาณ 18-31 องศา เรียกได้ว่าไม่ร้อนหรือไม่หนาวจนเกินไป ซึ่งอากาศประเทศไทยถือว่าเข้าทางกับการเลี้ยงน้องมากๆ น้องมักจะผสมพันธุ์กันในช่วงเดือนมิถุนายน – พฤศจิกายน ใช้เวลาตั้งท้องโดยประมาณอยู่ที่ 16-21 วัน ออกลูกครั้งละ 2 ตัว โดยลูกจะอาศัยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องอยู่ที่ประมาณ 60 วัน และจะเริ่มหย่านมแม่หลังจากผ่านไป 110-120 วัน ขนาดลำตัวโตเต็มวัย วัดจากจมูกไปจนถึงหาง อยู่ที่ประมาณ 12 นิ้ว น้ำหนักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90-150 กรัม มักจะอยู่เป็นฝูงตั้งแต่ 6-10 ตัวเป็นต้นไป โดยแต่ละฝูงมักมีอาณาเขตเป็นของตัวเอง และมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้ปล่อยกลิ่นกำหนดอาณาเขตนั้นๆ อายุโดยเฉลี่ยของน้องจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 ปี มีขนที่ละเอียดและนุ่มมาก ดวงตาโปนแบ๋ว มีนิสัย ขี้เล่น ซุกซน เนื่องจากน้องเป็นสัตว์สังคม ฉะนั้นเราอาจจะต้องหมั่นเล่นกับน้องบ่อยๆนะคะ หากเล่นกับเขาตั้งแต่เด็ก เขาจะติดเจ้าของงอมแงมมาก เรียกได้ว่าน่ารักเหมือนเด็กน้อยเลยล่ะค่ะ 

อาหาร

อาหาร

ชูการ์ ไกลเดอร์สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร โดยใน

ช่วงแรกเกิด-2เดือนแรก อาหารที่เหมาะกับน้องจะเป็นนมหรือซีรีแล็ค ให้รับประมานวันละ 4-6 ครั้ง เนื่องจากอยู่ในช่วงวัยกำลังเติบโต

เมื่อเข้าเดือนที่ 3 ให้ลดปริมาณเหลือวันละ 2-3 ครั้ง

และเมื่อเข้าเดือนที่ 4 ให้รับประทานอาหาร วันละ 1-2 ครั้ง โดยอาหารตามธรรมชาติจะเป็นพวกน้ำหวานตามดอกไม้ แมลง หนอนนก จิ้งหรีด หรือสัตว์ตัวเล็กต่างๆ รวมไปถึงผักและผลไม้รสหวาน 

ควรให้น้องรับประทานแบบหลากหลาย สับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้น้องไม่เบื่อและได้สารอาหารอย่างครบถ้วน ส่วนพวกหนอน จิ้งหรีดต่างๆสามารถให้กินเพื่อเสริมสร้างโปรตีนให้กับสัตว์เลี้ยงได้  แต่ทางแพทย์แนะนำมาว่าให้รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของน้องได้

วิธีการเลี้ยง

วิธีการเลี้ยง

รู้หมือไร่ ชูการ์ ไกลเดอร์…??

1. นอนกลางวัน ตื่นกลางคืน ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงที่จะเล่นกับน้องในตอนกลางวัน เพราะอาจจะทำให้น้องเหวี่ยงหรืออารมณ์เสียขึ้นมาได้ ลองหันไปเล่นกับน้องในช่วงกลางคืน จะเป็นช่วงเวลาที่น้องมีความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะเล่นกับเราอย่างเต็มที่

2. ผิดกลิ่น หากเพื่อนๆหรือใครมาขออุ้มน้อง แนะนำให้ใช้เวลา ค่อยๆคลุกคลีกับน้อง ให้น้องคุ้นชินกับกลิ่นสักพัก เพราะถ้าอยู่ๆมาอุ้มแบบปุ๊ปปั๊บ มีโอกาสที่น้องจะตกใจ และโดนน้องงับมือได้ เนื่องจากเขาผิดกลิ่นจากที่คุ้นเคยค่ะ สล็อตเครดิตฟรี

3. กรงแบบไหนกันนะ ที่เหมาะกับน้อง ? โดยปกติตามธรรมชาติ ตามที่เขียนไว้ด้านบนแล้วนั้น น้องมักจะชอบอยู่บนต้นไม้ หรือชอบอยู่ในที่สูงๆ เพราะฉะนั้นลักษณะกรงของน้องควรจะเป็นกรงที่มีพื้นที่เยอะ เน้นความสูงมากกว่าความกว้าง เนื่องจากน้องชอบกระโดดและปีนป่าย ตกแต่งด้วยของเล่นห้อยกรงต่างๆ เช่น เปล ที่ห้อยโหน กิ่งไม้ เถาวัลย์  อุโมงค์ และลดความเครียดของน้องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จะดูยังไงถ้าน้องเครียด ? หากน้องมีอาการเครียดมักจะแสดงอาการให้เราเห็น เช่น แทะขนหรือหาง รวมไปถึงกัดเล็บของตัวเองก็เป็นได้ค่ะ

4. เฉามือ การเลี้ยงน้องควรจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการเล่น การเล่นหรือแกล้งน้องแรงๆ หรือบังคับน้องมากเกินไป อาจทำให้น้องเกิดความเครียด ผู้เลี้ยงควรศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ดี เพื่อป้องกันการเลี้ยงน้องแบบผิดวิธี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้น้องซึม เบื่ออาหาร และร่างกายทรุดโทรม หรือที่เรียกว่าเฉามือนั่นเอง

5. การตัดเล็บ เนื่องจากน้องมีเล็บที่ยาวและแหลมคม เราจึงต้องหมั่นตัดเล็บให้น้อง ซึ่งวิธีการตัดเล็บควรทำตอนที่น้องกำลังกินอาหาร หรือกำลังนอนหลับ โดยให้ใช้ถุงนอนหรือผ้าพันคลุมให้รอบตัวน้อง หาจุดเบี่ยงเบนความสนใจ แล้วค่อยๆหยิบมือหรือเท้าน้องออกมาตัดทีละข้าง โดยให้ตัดแค่ในส่วนที่แหลมคมออกเท่านั้น ตอนคลุมผ้าควรระวังอย่าให้น้องเห็นนะคะว่าเรากำลังตัดเล็บ เพราะไม่งั้นน้องอาจจะกัดเราได้ค่ะ ช่วงแรกๆอาจจะทุลักทุเลหน่อย ต้องใช้เวลาในการฝึกไปเรื่อยๆ จะเริ่มคล่องเองค่ะ

6. ชูการ์ ไกลเดอร์ ในช่วงหน้าหนาว ในช่วงเข้าหน้าหนาวหรือเข้าฤดูฝนนั้น เราอาจจะต้องดูแลและใส่ใจน้องเป็นพิเศษนะคะ เพราะเป็นช่วงที่น้องค่อนข้างเซนซิทีฟ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปทั้งเย็นและชื้น อาจทำให้น้องมีภาวะปอดบวมหรือเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้ค่อนข้างง่าย 

วิธีแก้ไม่ยากเลยค่ะ พยายามให้น้องทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้รับสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วนตามโภชนาการ แค่นี้ก็จะทำให้น้องแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันได้ดี และพยายามรักษาอุณหภูมิโดยการหาผ้ามาคลุมกรง หรือจะกกไฟ ขนาดไฟขนาด 60 วัตต์ ให้น้องก็ได้เหมือนกันค่ะ 

อุปกรณ์สำหรับเลี้ยง

อุปกรณ์สำหรับเลี้ยง

เอ่…ถ้าอยากเลี้ยงเจ้าชูการ์ ไกลเดอร์ ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างน้า?

อุปการณ์สำหรับการเลี้ยงมีดังนี้

1. อุปกรณ์สำหรับป้อนนมหรือซีรีแล็ค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไซริ้งสำหรับให้อาหาร, ดรอปเปอร์ (หลอดป้อนอาหารขนาดเล็ก) หรืออุปกรณ์อื่นๆที่แต่ละคนถนัด

2. กรง ที่มีลักษณะทรงสูง และใหญ่

3. ถ้วยรองน้ำกันมดเข้ากรง

4. ผ้าปูรองพื้นกรง (มีหรือไม่มีก็ได้)

5. ถุงนอน, เปล, ผ้า (สำหรับให้น้องซุกตัวนอนหรือเป็นอุปกรณ์ในการจับน้องตัดเล็บ)

6. กรรไกรตัดเล็บ

7. ขวดน้ำแบบแขวนติดนอกกรงแล้วยื่นปากขวดเข้าไปในกรง

8. ถ้วยใส่อาหารและนม ควรหลีกเลี่ยงถ้วยที่มีลักษณะเหลี่ยมหรือคม เนื่องจากน้องมักจะมีนิสัยชอบเกาะและชอบแทะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับน้องได้ 

การเลือกซื้อชูการ์ ไกลเดอร์

การเลือกซื้อชูการ์ ไกลเดอร์ 

ปกติเมื่อก่อนเราจะนำน้องเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียหรืออินโดนีเซีย 

โดยตอนแรกเริ่มเดิมที น้องที่มีตัวสีขาว เทา ส่วนมากจะเป็นสายพันธุ์ออสเตรเลีย และน้องที่มีขนลำตัวสีน้ำตาลอมส้มหรือมีขนลำตัวสีเข้มจะเป็นสายพันธุ์ปาปัวกินีและอินโดนีเซีย แต่ในปัจจุบันเกิดการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กันขึ้นเป็นอย่างมาก จนทำให้ขณะนี้น้องมีสีขนที่แปลกตาและหลากหลายมาก ยกตัวอย่าง 

  1. สีนอร์มัล(Normal) ลักษณะเด่นคือขนลำตัวจะเป็นสีเทา แผ่นหลังจะคาดด้วยแทบสีดำตั้งแต่หัวไปจนถึงหาง ท้องขาว เป็นลายปกติทั่วไป คนต่างประเทศมักเรียกกันว่าแสตนดาร์ด (Standard) หรือคลาสสิค (classic)
  2. สีแบล็กบิวตี้ (Black beauty) มีลักษณะเด่นตรงที่บริเวณดวงตาของน้องจะมีสีดำเข้มคาดอยู่บริเวณรอบดวงตา ขนลำตัวมีสีดำเทา มีหูสีดำและมีเส้นขีดที่ใต้หู เส้นหลังและหางสีดำ
  3. สีไวท์ทิป (White tip) ลักษณะเด่นคือจะมีปลายหางสีขาว สีขนลำตัวออกเทา มีเส้นดำกลางหลัง
  4. สีริงเทล (Ring tail) ลักษณะเด่นของน้องคือหาง สีเกิดลวดลายบริเวณหางระหว่างสีขาวกับเทาสลับกันเป็นป้องๆ หรือที่เรียกว่าหางบ่วง มีขนลำตัวสีเทา และมีเส้นดำกลางหลัง
  5. สีไวท์เฟซ (White face) จะมีลักษณะเด่นตรงที่มีหูสีดำ มีเส้นสีดำคาดตรงกลางหลัง ขนลำตัวมีสีน้ำตาลเทา และปลายหางสีดำ
  6. สีโมโซอิค (Mosaic) ลักษณะเด่นคือจะมีขนสีขาวเป็นปื้นหรือหย่อมบริเวณตามลำตัว ไม่ว่าจะเป็นที่มือ เท้า หาง เพียงแค่สีขาวแค่จุดใดจุดหนึ่งก็ถือว่าเป็น โมโซอิคค่ะ
  7. สีพายบอลด์ (Piebald) จะมีลักษณะเด่นคือมีขนลำตัวสีขาวทั้งตัว แต่จะมีลายสีเทาหรือน้ำตาล เกิดขึ้นเป็นปื้นหรือหย่อมเล็กๆบริเวณลำตัว เป็นสับเซตย่อยของโมโซอิค แต่อันนี้เปลี่ยนเป็นพื้นขาวจุดเทาแทน
  8. สีอัลบิโน (Albino) มีลักษณะเด่นคือมีขนสีขาวล้วน ไม่มีลวดลายใดๆบนตัว ใบหูขาวอมชมพู ดวงตาสีชมพูไปจนถึงแดง
  9. สีครีมมีโน (Cremeno) มีลักษณะเด่นคือมีขนสีขาวออกครีม มีเส้นหลังออกสีน้ำตาลครีมๆ ดวงตาสีแดง

โดยเคล็ดลับให้เราเลือกซื้อตัวที่มีลักษณะซุกซน ขี้เล่น ชอบปีนป่าย และมีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป จะทำให้เราได้ตัวที่ค่อนข้างแข็งแรงค่ะ

ข้อห้ามและข้อควรระวัง 

1. ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำ เนื่องจากน้องเป็นสัตว์ที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ นอกจากจะไปซนและเปื้อนอะไรแล้วเป็นคราบหลุดยาก สามารถนำผ้าชุบน้ำและเช็ดออกให้น้องเป็นจุดๆได้ การอาบน้ำจะทำให้น้องเสี่ยงปอดชื้นหรือปอดบวมได้

2. ห้ามให้ดื่มนมวัว เนื่องจากกระเพาะของเจ้าชูการ์ไม่สามารถย่อยนมวัวได้

อาจทำให้น้องมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ 

3. คุณแม่ลูกอ่อน ในช่วงหน้าหนาว

สำหรับใครที่เลี้ยงน้องไว้เพื่อขยายพันธุ์ ให้ระวังช่วงหน้าหนาวหรือหน้าฝนเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวเวลาผสมพันธุ์ของน้อง แม่ลูกอ่อนชูการ์และลูกน้อย จะอ่อนแอและเจ็บป่วยได้ง่าย ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรระมัดระวังและเฝ้าดูอาการของน้องเป็นพิเศษ

ดูอย่างไรว่าน้องป่วย ? ให้สังเกตได้จากน้องจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ จมูกแห้ง และหายใจถี่เร็ว หากน้องดูหายใจลำบากและมีลิ้นห้อยออกมาด้านข้าง ให้รีบพาน้องไปพบแพทย์ทันที เพราะนั่นเป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรง หากส่งมือแพทย์ไม่ทัน อาจทำให้น้องเสียชีวิตได้

4. ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยน้องไว้คนเดียว เนื่องจากน้องค่อนข้างมีลักษณะนิสัยที่ซุกซน ชอบปีนป่าย ชอบซุกตัวอยู่ในผ้า ถ้าไม่เก็บน้องไว้ในกรงหรือในที่ที่มิดชิด อาจทำให้น้องปีนขึ้นไปบนหลังตู้หรือที่สูง หากปีนขึ้นไปแล้วเราหาไม่เจออาจทำให้น้องขาดอาหารและน้ำจนตายได้ในที่สุด 

หรือหากปีนเข้าไปซุกในกองผ้าก็อาจจะทำให้เราลืมตัวเผลอจับน้องเข้าเครื่องซักผ้าก็เป็นได้ค่ะ

5. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในลำไส้ หรืออาหารที่มีแก๊สเยอะ เช่น ทุเรียน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ทำให้น้องป่วยตายด้วยโรคท้องอืด

6. ควรหลีกเลี่ยงการให้น้องกินผักผลไม้ที่รสหวานจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้มีผลกระทบต่อการมองเห็นของน้อง และควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารที่มีโปรตีนมากเกินไป เช่น การให้หนอนในปริมาณมาก อาจทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายสูง ทั้งสองอย่างนี้หากรับประทานในปริมาณมาก อาจส่งผลให้น้องตาบอดได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นควรให้น้องรับประทานอาหารในประมาณที่พอเหมาะและหลากหลาย จึงจะทำให้เจ้าตัวเล็กได้รับสารอาหารและวิตามินอย่างครบถ้วนและเพียงพอค่ะ

7. การขาดวิตามิน D สาเหตุของการขาดวิตามิน D ส่วนใหญ่เกิดจากการที่น้องไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอ ควรพาน้องออกไปรับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าและเย็นอย่างเป็นประจำเพื่อเสริมวิตามิน D ให้กับเจ้าตัวเล็ก 

เป็นยังไงบ้างคะกับเคล็ดลับที่ไม่ลับ ในการเลี้ยงเจ้าชูการ์ ไกลเดอร์ที่แอดนำมาฝาก รับรองว่ารู้ไว้แฮปปี้ทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยงแน่นอน และนี่ก็เป็นเพียงแค่ข้อมูลส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อ่านกันแค่นี้ก็ยังหลงกันไม่ไหวเลยใช่ไหมล่ะคะ ก็น้องเล่นน่ารัก ซุกซน ขนาดนี้ ถ้าได้เลี้ยงไว้สักตัวรับรองว่าคลายเหงา ชีวิตกระปี้กระเป่าขึ้นมาแน่นอนค่ะ

ที่มา : lifestyle.campus-star.com, sites.google.com, pet.kapook.com, /www.facebook.com, pirun.ku.ac.th, pirun.ku.ac.th

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย