รู้หรือไม่ ว่าสุนัขสามารถเป็นโรคหัวใจได้?

สุนัขสามารถเป็นโรคหัวใจ

สารบัญ

สุนัขก็เหมือนกับคนก็สามารถเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บได้ และยังคงที่จะต้องการได้รับความรักความดูแล เอาใจใส่เหมือนกับคนเช่นกัน ฉะนั้นเมื่อนำสุนัขมาเลี้ยงแล้ว เขาก็จะเหมือนกับคนในครอบครัวของเราทันที คลิปผู้เลี้ยงหลายคนก็ล้วนจะต้องการให้สุนัขแสนรักของเราอยู่กับเราไปนานๆ ด้วยสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

ซึ่งผู้เลี้ยงสุนัขส่วนใหญ่ก็คงทราบอยู่แล้วว่าสุนัขสามารถเป็นโรคต่างๆ ได้ และหนึ่งในนั้นที่เป็นโรคที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญก็คือโรคหัวใจ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด และโรคหัวใจที่เกิดขึ้นในภายหลัง

ดังนั้นในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในสุนัข และจะรู้ได้อย่างไงว่าสุนัขของเรากำลังเสี่ยงเป็นโรคหัวใจอยู่หรือไม่ และหากเป็นมีข้อห้ามอะไรบ้างที่เราไม่ควรทำกับสุนัข โดยมีดังนี้ครับ

โรคหัวใจที่พบได้บ่อยในสุนัข

โรคหัวใจที่พบได้บ่อยในสุนัข

– โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงร่วมกับการขยายใหญ่ของห้องหัวใจ

โดยโรคนี้จะส่งผลต่อการบีบตัวของหัวใจให้ลดลงและส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง ซึ่งสิ่งนี้เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจบางกว่าปกติและมีความอ่อนแอกว่าปกตินั่นเอง และโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่อย่างเช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ และบ็อกเซอร์เป็นต้น

และเมื่อสุนัขมีโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงร่วมกับการขยายใหญ่ของห้องหัวใจก็จะส่งผลให้สุนัขมีอาการเหนื่อยง่าย ไม่ทนต่อการออกกำลังกายอย่างปกติและอาจส่งผลให้มีอาการเป็นลมและหมดสติได้ และหากไม่ได้รับการรักษาก็จะส่งผลให้เข้าสู่ระยะที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้

หลังจากนั้นก็จะทำให้สุนัขมีอาการไอแห้ง หอบ ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก จากนั้นสุนัขก็จะท้องบวมหรือเรียกว่าท้องมาน จนทำให้เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตได้

– โรคลิ้นหัวใจรั่ว

โดยปกติแล้วหัวใจของสุนัขหรือมนุษย์จะทำการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โดยจะมีลิ้นกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับเพื่อให้เลือดไหลไปทางเดียวกันอย่างลื่นไหล แต่เมื่อไหร่ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วก็จะส่งให้ลิ้นหัวใจเกิดความเสื่อม และส่งผลให้ลิ้นหัวใจเกิดการหนาตัวขึ้น ก็จะส่งผลตีย้อนกลับทำให้เลือดไหลย้อนกลับไปยังหัวใจอีกครั้ง แล้วก็จะทำให้หัวใจห้องบนซ้ายทีเลือดไหลย้อนกลับไปขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้เกิดเลือดคลั่งในปอดนั่นเอง

ซึ่งสุนัขที่พบบ่อยก็จะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่มีอายุมากไม่ว่าจะเป็นปอมเมอเรเลีย ชิวาวา หรือแม้แต่ดัชชุนก็ตาม ซึ่งเมื่อสุนัขเป็นโรคนี้จะยังไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่จะแสดงอาการก็ต่อเมื่อตรวจร่างกายและให้แพทย์ฟังเสียงหัวใจเท่านั้น ซึ่งเมื่อฟังเสียงหัวใจแล้วก็จะพบว่าเสียงหัวใจมีอาการเต้นผิดปกติ

โดยอาการก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในขณะนั้นที่สุนัขเป็น และหากโรคทวีความรุนแรงมากขึ้นก็จะส่งผลให้สุนัขมีอาการไอแห้ง จากนั้นก็จะหายใจผิดปกติ จนสุดท้ายสุนัขก็อาจจะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้นั่นเองครับ

แล้วจะรู้ได้ยังไง ว่าสุนัขของเราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือไม่?

แล้วจะรู้ได้ยังไง ว่าสุนัขของเราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจหรือไม่?

1. การสำรวจปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้สุนัขเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

โดยการสำรวจจากปริมาณโซเดียมในอาหารหรือขนมของสุนัข หากขนมหรืออาหารมีปริมาณโซเดียมที่สูงจนเกินไปก็ส่งผลให้สุนัขสามารถเป็นโรคหัวใจได้ ดังนั้นการเลือกอาหารเพื่อนำมาให้สุนัขกินจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากกับการดูโภชนาการให้ละเอียดก่อนการซื้อ

นอกจากในเรื่องของโภชนาการที่จะต้องคำนึงถึงแล้ว เรื่องของสถานที่อยู่อาศัยหรือสภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากหากสุนัขอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มียุงเยอะ ก็อาจส่งผลให้สุนัขสามารถเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจได้

2. การสำรวจปัจจัยภายในที่อาจทำให้สุนัขเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

ในการสำรวจปัจจัยภายในที่อาจทำให้สุนัขเสี่ยงโรคหัวใจนี้ ก็สังเกตได้จากอายุของสุนัขที่มากขึ้น หรือน้ำหนักสุนัขที่อ้วนมากเกินไป รวมไปจนถึงสายพันธุ์ที่มักจะเป็นโรคนี้อยู่บ่อยครั้งอย่างเช่นในสุนัขทั้งสายพันธุ์เล็กใหญ่อย่างที่กล่าวไป

3. สังเกตพฤติกรรมสุนัขอยู่เสมอว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่

เนื่องจากสุนัขที่ป่วยมักจะแสดงอาการอ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรังหรือไอแห้ง หรือแม้แต่อาการท้องมาน พฤติกรรมเหล่านี้ที่ผู้เลี้ยงควรที่จะสังเกตอยู่สม่ำเสมออาจเป็นสัญญาณบอกโรคหัวใจของสุนัขก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังควรที่จะสังเกตพฤติกรรมการหายใจของสุนัขด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือมีอาการหอบถี่ขณะที่นอนหลับหรือไม่

4. พาสุนัขไปตรวจกับสัตวแพทย์อย่างเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพสำหรับสุนัขนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากหากเราตรวจเองอยู่บ้านด้วยการสังเกตอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีของสุนัขถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อเป็นการให้สุนัขได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดและแม่นยำ ซึ่งหากสุนัขเป็นโรคอะไรแล้วล่ะก็ ก็จะได้รับการรักษาอย่างทันเวลาและถูกต้อง

สิ่งที่ไม่ควรทำกับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ

สิ่งที่ไม่ควรทำกับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ

1. การละเลยไม่ใส่ใจกับพฤติกรรมของสุนัข

อย่างที่เราทราบกันดีว่าหากสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงของเราป่วยนั้นเขาไม่สามารถบอกเราเป็นคำพูดได้ ฉะนั้นเขาจึงเลือกแสดงออกตามพฤติกรรมต่างๆ อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าไม่ว่าจะเป็นการมื้ออาหาร เบื่อหน่าย ซึม หรือแม้แต่อาการไอ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่บอกได้ว่าเขากำลังป่วยอยู่

ฉะนั้นการละเลยไม่สังเกตของผู้เลี้ยงก็อาจทำให้โรคของสุนัขที่เป็นอยู่รุกรามจนใหญ่โต และอาจส่งผลให้ทำการรักษาได้ไม่ทันท่วงที

2. การพาสุนัขออกกำลังกายหนักจนเกินไป

อย่างที่ทราบกันว่าสุนัขที่ป่วยเป็นโรคหัวใจจะมีอาการเหนื่อยง่ายและไม่ทนต่อการออกกำลังกาย ฉะนั้นหากผู้เลี้ยงพาสุนัขไปออกกำลังกายหนักจนเกินไปก็จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของสุนัขที่กำลังป่วยอยู่ก็เป็นได้ ฉะนั้นหากผู้เลี้ยงต้องการที่จะพาสุนัขป่วยไปออกกำลังกายก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์อย่างถี่ถ้วนก่อนว่าลักษณะการออกกำลังกายขนาดไหนหรือระยะเวลาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับอาการป่วยของเขานั่นเองครับ

3. ไม่ใช้ยาอย่างต่อเนื่องหรือหยุดยาเอง

สุนัขที่เป็นโรคหัวใจหากได้รับยาแล้วก็จะมีอาการคงที่หรือมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงไม่ควรที่จะพิจารณาด้วยตนเองว่าควรจะหยุดยาหรือไม่ให้ยาดีหรือไม่ เนื่องจากโรคหัวใจในสุนัขไม่ได้เป็นโรคที่สามารถหายเองได้ ในขณะเดียวกันโรคหัวใจในสุนัขนี้จะต้องคอยประคองอาการให้คงที่จึงจะดีขึ้น ดังนั้นหากสุนัขมีอาการที่ดีคงที่แล้วก็ควรที่จะได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ทำให้อาการของสุนัขทรุดลง

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย