ทำอย่างไรดีเมื่อสุนัข “ช็อก”

ทำอย่างไรดีเมื่อสุนัข “ช็อก”

สารบัญ

หากเราต้องการให้สุนัขที่เรารักอยู่กับเราไปนานๆ นอกเหนือจากการให้ที่อยู่ที่ดีๆ และการให้อาหารที่ดีแล้วนั้นการดูแลเขาด้วยความรักและการเอาใจใส่จึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการเลี้ยงสุนัข การดูแลที่ดีคือการเอาใจใส่ทั้งเรื่องสุขภาพจิตใจและสุขภาพร่างกายของสุนัข และหากเราดูแลเอาใจใส่เขาดีแล้วนั้นก็จะสามารถป้องกันโรคภัยที่อาจจะตามมาได้ในอนาคต

ดังนั้นเมื่อสุนัขป่วยนั้นสามารถเป็นได้จากหลายปัจจัยและการป่วยก็มีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นอาการท้องเสีย เป็นไข้ หรือซึม แต่วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้จับกับตอนที่สุนัขมีอาการชักหรือ

ช็อกว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วนั้น เราควรทำอย่างไรในการรักษาเบื้องต้นได้บ้าง และนอกจากนี้ผมยังนำอาการของสุนัขเมื่อมีอาการคลั่งมาฝากเพื่อเป็นควรรู้กันอีกด้วย ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

1. เมื่อสุนัขมีอาการช็อก

1. เมื่อสุนัขมีอาการช็อก

สุนัขจะมีอาการช็อกได้ดังนี้คือ เมื่อนอนแล้วไม่รู้สึกตัว ลิ้นซีด เหงือกซีด ตัวเย็นเฉียบ โดยเฉพาะที่บริเวณส่วนปลายเท้าของขาจะมีอาการอ่อนแรง และหายใจเร็วถี่ ไม่มีความรู้สึกและสามารถตายได้ในที่สุด ส่วนสาเหตุในการช็อกนั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยนั้นก็คือ สาเหตุมาจากที่ปริมาณเลือดลดลงเนื่องจากตกเลือด เสียเลือด ขาดน้ำ หรือกระทบกระเทือนต่างๆ นอกจากนี้อาการช็อกยังสามารถเกิดขึ้นได้จากเชื้อโรคจำพวกแบคทีเรียที่หลุดเข้าไปในกระแสเลือดก็สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เช่นกันกับการเสียเลือด

และเมื่อที่เราเห็นว่าสุนัขมีอาการช็อก สิ่งที่ควรจะปฏิบัติเป็นอย่างแรกคือแก้ปัญหาต้นเหตุของสาเหตุ เช่น หากช็อกจากการเสียเลือดมากก็ต้องห้ามเลือดเป็นอย่างแรก ซึ่งช่วยในการไหลเวียนของเลือด เช่น การจับสุนัขให้นอนหัวต่ำกว่าลำตัวพร้อมกับช่วยนวดที่บริเวณปลายเท้าและข้อเท้าก็จะสามารถทำให้เลือดไปเลี้ยงได้ดีขึ้น และหากเห็นว่าสุนัขมีเหงือกซีดหรือตัวเย็นร่วมด้วยก็ควรจัดหาผ้าห่มมาให้เพื่อให้ความอบอุ่น และหากสุนัขยังคงรู้สึกตัวบ้าง ผู้เลี้ยงควรป้อนน้ำที่ผสมน้ำตาลหรือกลูโคสให้กินทีละน้อยเพื่อเป็นการให้พลังงานก่อนจากนั้นให้นำส่งสัตวแพทย์ทันที

2. เมื่อสุนัขชักหรือกระตุก

2. เมื่อสุนัขชักหรือกระตุก

อาการชักของสุนัขเป็นการแสดงออกของการที่กล้ามเนื้อขาดการควบคุม หรือมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะมีอาการชักมาหรือชักน้อยโดยยังมีความรู้สึกอยู่ก็จะมีลักษณะในการชักที่แตกต่างกันออกไปเช่น กล้ามเนื้อกระตุกเป็นระยะๆ เหยียดเกร็ง 4 ขา ตาเหลือก ลิ้นห้อย คอพับ และอื่นๆ ส่วนสาเหตุในการชักก็มีหลายสาเหตุเช่นกันไม่ว่าจะเป็น โรคลมบ้าหมูที่เกิดจากความผิดปกติในสมอง การขาดแคลเซียมหรือแคลเซียมในเลือดต่ำลง

ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่แม่สุนัขเลี้ยงลูกสุนัขจำนวนมากๆ หรือมีการกระทบกระเทือนในสมอง เช่น อาจมีการถูกตีหัว ไข้สูงมากๆ เป็นโรคจิตประสาท แม้แต่การมีพยาธิในหูหรืออาจเป็นการกินสารพิษเข้าไปบางตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถทำให้เกิดหารชักได้ทั้งหมด

และเมื่อเราเห็นว่าสุนัขมีอาการกระตุกหรือชัก อย่างแรกที่ควรทำคือการจับสุนัขเอาไว้ อย่าให้ได้รับอันตรายใดๆ แล้วนำไปในที่ที่สงบๆ และเงียบจากนั้นพยายามจับอย่างให้หัวของสุนัขฟาดเข้าไปกับสิ่งใดเนื่องจากในขณะที่สุนัขชักหรือกระตุกนั้นจะไม่รู้สึกตัวทำให้ทรงตัวไม่อยู่และทำให้เหวี่ยงหัวไปมาซึ่งอาจจะไปฟาดกับอะไรเข้าไป จากนั้นหาผ้าและม้วนเป็นก้อนจากนั้นยัดเขาไปในระหว่างฟันกรามเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขกัดลิ้นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันผู้ช่วยเหลือก็ควรที่จะระวังไม่ให้สุนัขกัดมือเราได้เช่นกัน

ในระหว่างนั้นห้ามป้อนยา น้ำ หรืออาหารเป็นเด็ดขาดเนื่องจากอาจทำให้สุนัขสำลักและเอาอาหารหลุดลงไปในหลอดลมและทำให้ขาดอากาศหายใจได้ จากนั้นให้ใช้น้ำแข็งหรือผ้าชุบน้ำเย็นจัดวางไว้บนหัวของสุนัข และตามตัว และบีบนวดที่หัวและคอซึ่งเหล่านี้จะทำให้อาการของสุนัขคอยๆ คลายและสงบลง จากนั้นให้นำส่งสัตวแพทย์ทันที

3. เมื่อสุนัขมีอาการคลั่ง

3. เมื่อสุนัขมีอาการคลั่ง

สุนัขที่สมบูรณ์แข็งแรงก็สามารถเกิดอาการคลั่งได้เช่นกัน โดยมันจะเห่าหรือหอนดัง เร็ว และวิ่งพล่านไปมา และจะชนและกัดสิ่งของที่อยู่ขวางหน้า หรืออาจจะกระโดดออกจากประตู หน้าต่าง หรือวิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งอาการคลั่งเหล่านี้อาจจะไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนสาเหตุในการเกิดอาการนี้นั่นก็สามารถเกิดได้จากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น โรคพิษสุนัขบ้างซึ่งบางตัวอาจแสดงอาการคลั่งด้วยการเกาหูอย่างแรงพร้อมกับการร้องโหยหวน บางตัวก็อาจเกาจนใบหูเป็นแผลจนเลือดไหลก็เป็นได้

ซึ่งสาเหตุจากอาการนี้เกิดจากการที่มีแมลงหรือเห็บเข้าไปในหูเข้าไปอยู่ในรูหู และแมลงหรือเห็บเหล่านั้นอาจจะกัดหรือดูดเลือดจนทำให้สุนัขมีอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงจนสุนัขเจ็บจนทนไม่ไหว ทำให้บางตัวอาจจะวิ่งไปร้องไปไม่หยุด หรืออีกสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากการที่ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกทำให้ร้าย หรืออาจจะทำให้ตกใจจนสุดขีด

เมื่อเห็นว่าสุนัขมีอาการคลั่งแล้วแสดงอาการดุร้ายก็ให้ต้อนเข้ากรงหรือห้องเพื่อดูอาการ โดยจะต้องห้ามไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งและปล่อยให้เขาอยู่เงียบและรออย่างสงบ แต่หากสังเกตแล้วสุนัขมีอาการตกใจให้เจ้าของคอยๆ พูดปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงที่เมตตาและเป็นมิตรจึงจะสามารถทำให้สุนัขสงบลงได้

แต่ทั้งผู้ที่ต้อนเข้ากรงหรือคนที่ปลอบนั้นล้วนจะต้องเป็นคนที่สุนัขคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ควรให้คนแปลกหน้าเป็นคนทำเนื่องจากสุนัขจะยิ่งหวาดกลัวและตกใจมากยิ่งกว่าเดิมได้ แต่สิ่งที่สำคัญเลยคือห้ามล่ามไว้เป็นเด็ดขาดเนื่องจากนอกจะทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิมและจะคลั่งมากกว่าเดิม ฉะนั้นควรจะปล่อยให้เขาอยู่ในกรงหรือห้องอย่างเงียบๆ ให้เขาอยู่ในมุมที่ต้องการเพื่อใจเย็นลงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย