เลือกอาหารสำหรับลูกแมวยังไงดี?

เลือกอาหารสำหรับลูกแมว

สารบัญ

ลูกแมวเป็นสัตว์ที่น่ารัก และต้องการความรักและการดูแลอย่างดี อย่างหนึ่งที่เจ้าของควรให้ความสนใจคืออาหารลูกแมว ที่จะมีผลต่อการเจริญเติบโต และสุขภาพของแมวในอนาคต ลูกแมวเป็นสัตว์ที่เป็นอนุภาค ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องการสารอาหารที่มาจากสัตว์ เพื่อให้ได้โปรตีน ไขมัน และอาหารเสริมที่เหมาะสม ดังนั้นเจ้าของควรเตรียมอาหารลูกแมวที่เหมาะสมกับอายุ และความต้องการของแมวไว้ล่วงหน้า เพราะแมวเป็นสัตว์ที่โตเร็ว และต้องการโภชนาการที่ดีในช่วงแรกเกิด

ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการเลือกอาหารลูกแมวที่ดีที่สุดสำหรับการเติบโตที่สมบูรณ์ ตั้งแต่เกิดจนถึง 1 ปี รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสัตว์เลี้ยงว่าควรเลือกอาหารแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับลูกแมวแต่ละช่วงวัย

1. การเลือกอาหารสำหรับลูกแมวแรกเกิดจนถึง 1 เดือน 

1. การเลือกอาหารสำหรับลูกแมวแรกเกิดจนถึง 1 เดือน 

ควรเลือกนมที่มีโปรตีนสูงเช่นกัน แต่ต้องมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบ ไม่มีแลคโตส ลูกแมวในช่วงอายุนี้จะได้รับน้ำนมจากแม่แมว ซึ่งมีสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเติบโต แต่หากในกรณีที่ลูกแมวไม่มีแม่หรือแม่แมวไม่มีน้ำนมเพียงพอ ผู้เลี้ยงควรเลือกนมทดแทนที่มีสารอาหารเทียบเท่านมแม่แมว และไม่ทำให้ลูกแมวเกิดอาการท้องเสีย

โดยนมทดแทนที่ดีที่สุดคือนมที่มีโปรตีนสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบ ไม่มีแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ลูกแมวแรกเกิดยังไม่มีเอนไซม์ในการย่อย หากลูกแมวกินน้ำตาลแลคโตสเข้าไปมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน หรือแพ้นมได้ นมทดแทนที่เหมาะสมสำหรับลูกแมวแรกเกิดคือต้องมีโปรตีนสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสูง เช่น วิตามิน A, B, D, E โอเมก้า 3 และ 6 รวมไปถึงกลุ่มแคลเซียมและฟอสฟอรัส

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสารอาหารพื้นฐานเหล่านี้จะมีใกล้เคียงกันอยู่แล้วในนมแม่แมว แต่บางยี่ห้อของนมทดแทนอาจมีสารอาหารเพิ่มเติม เช่น FOS (Fructooligosaccharides) ที่เป็นโพรไบโอติกชนิดหนึ่ง หรือกรดอะมิโนทอรีน ที่ช่วยบำรุงหัวใจ สายตาและสมอง เป็นต้น

เนื่องจากเลือกนมทดแทนที่มีสารต้านทานโรค เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย นมน้ำเหลือง หรือ Colostrum คือน้ำนมที่แม่แมวผลิตขึ้นมาเพื่อส่งต่อสารอาหาร โปรตีนคุณภาพดี และภูมิคุ้มกันเริ่มต้นให้แก่ลูกแมวแรกเกิด

2. การเลือกอาหารสำหรับช่วงอายุ 1 – 4 เดือน

2. การเลือกอาหารสำหรับช่วงอายุ 1 - 4 เดือน

ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนที่สูง และเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และมีพลังงานที่เหมาะสม ลูกแมวในช่วงอายุนี้จะเริ่มหย่านมแม่ และเริ่มทานอาหารแข็งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบทางเดินอาหารของพวกเขาทำงานมากขึ้น ดังนั้น การเลือกอาหารที่มีโปรตีนที่สูง และเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับลูกแมวในช่วงนี้

โดยความต้องการโปรตีนของลูกแมวช่วง 1 – 4 เดือน (Stage 2) จะอยู่ที่ประมาณ 25 – 100 กรัม/วัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักของลูกแมวด้วย อาหารสูตรลูกแมวจะมีสัดส่วนโปรตีนที่สูงกว่าสูตรแมวโต โดยควรมีสัดส่วนโปรตีนอยู่ที่ 30 – 38% และเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย สำหรับคนที่มีงบประมาณสูง สามารถเลือกอาหารลูกแมวสูตร Grain Free ได้ ซึ่งจะมีวัตถุดิบเป็นเนื้อสัตว์ 100% ที่เหมาะสมกับระบบย่อยอาหารของลูกแมว

และควรเลือกอาหารที่มีพลังงานรวม 360 – 440 กิโลแคลอรี/100 กรัม เหมาะกับช่วงวัยเจริญเติบโต ลูกแมวในช่วงวัยนี้จะมีการเติบโตที่รวดเร็ว และต้องการพลังงานที่มากขึ้น ดังนั้น การเลือกอาหารที่มีพลังงานรวมที่เหมาะสม

จึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับลูกแมวในช่วงนี้ โดยความต้องการพลังงานของลูกแมวช่วง 1 – 4 เดือน (Stage 2) จะอยู่ที่ประมาณ 200 – 250 กิโลแคลอรี/วัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักของลูกแมวด้วย อาหารสูตรลูกแมวจะมีพลังงานรวมที่สูงกว่าสูตรแมวโต โดยควรมีพลังงานรวมอยู่ที่ 360 – 440 กิโลแคลอรี/100 กรัม จึงจะเหมาะสมกับความต้องการของลูกแมวในช่วงวัยนี้

3. การเลือกอาหารสำหรับลูกแมววัย 5 – 12 เดือน

3. การเลือกอาหารสำหรับลูกแมววัย 5 - 12 เดือน

ลูกแมวในช่วงวัยนี้จะเริ่มเปลี่ยนจากการกินนมแม่เป็นการกินอาหารเม็ด ซึ่งเป็นการเตรียมตัวสำหรับการเป็นแมวใหญ่ อาหารที่เลือกให้ลูกแมวในช่วงนี้จึงควรมีสารอาหารที่สนับสนุนการเจริญเติบโต และช่วยให้ลูกแมวปรับตัวกับอาหารเม็ดได้ง่ายขึ้น เลือกสูตรที่มีโปรตีน 30 – 38% มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน ลูกแมวในช่วงวัยนี้จะมีการพัฒนาของร่างกาย โครงสร้าง กล้ามเนื้อ และระบบต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นโปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญมาก ๆ สำหรับลูกแมว โปรตีนจะช่วยให้ลูกแมวมีกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่แข็งแรง รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกัน และสมดุลของระบบฮอร์โมน อาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกแมวในช่วงนี้ควรมีสัดส่วนโปรตีนประมาณ 30 – 38% และเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดี ย่อยง่าย และดูดซึมได้ดี ส่วนพลังงานที่ลูกแมวควรได้รับจะลดลงเล็กน้อยจากช่วงวัยหย่านม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักและกิจกรรมของลูกแมว โดยประมาณ 40 – 100 กรัม/วัน

นอกจากโปรตีนแล้ว อาหารแมวที่ดีควรมีสารอาหารรองอย่างวิตามินและแร่ธาตุให้ครบถ้วนด้วย เช่น วิตามิน A, B, D, E แคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งจะช่วยให้ลูกแมวมีกระดูกและอวัยวะที่แข็งแรง รวมถึงสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ อาหารแมวควรมีโอเมก้า 3-6-9 ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการพัฒนาของสมองและระบบประสาท และยังบำรุงผิวหนังและขนให้สวยงามด้วย

การเลือกสูตรที่มีเม็ดขนาดเล็ก แมวกินง่ายขึ้นและช่วยกระตุ้นฟัน ลูกแมวในช่วงวัยนี้จะเริ่มเปลี่ยนฟันและเริ่มเคี้ยวอาหารเม็ดได้ดีขึ้น การเลือกอาหารที่มีเม็ดขนาดเล็กจะช่วยให้ลูกแมวไม่มีปัญหาในการกิน และยังช่วยเสริมสร้างฟันให้แข็งแรง อาหารเม็ดที่มีขนาดเล็กยังจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และป้องกันการเกิดคราบหินปูนบนฟันได้ด้วย

หากลูกแมวยังไม่ชินกับการกินอาหารเม็ด อาจจะลองผสมน้ำเปล่าเข้ากับอาหารเม็ดเล็กน้อย เพื่อให้อาหารเม็ดนิ่มขึ้น และลูกแมวสามารถเคี้ยวได้ง่ายขึ้น แต่ควรสังเกตว่าลูกแมวกินได้ดีหรือไม่ หากลูกแมวกินไม่หมด ควรเทอาหารที่เหลือออก เพราะอาหารที่แช่น้ำจะบูดง่าย และอาจทำให้ลูกแมวเกิดอาการท้องเสียหรือป่วยได้

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย