เตรียมความพร้อมก่อนเลี้ยงเจ้านายแมวเหมียว

เตรียมความพร้อมก่อนเลี้ยง

สารบัญ

หากคุณกำลังสนใจที่จะรับแมวมาเลี้ยง แต่ก็ยังกังวลใจว่าควรรับมือหรือเตรียมความพร้อมอย่างไรดี เนื่องจากการเลี้ยงแมวก็คือการที่เราจะเลี้ยงดู 1 ชีวิตที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน ฉะนั้นเราจึงต้องเลี้ยงให้เขามีความสุข ทั้งกายและใจ

และในการเลี้ยงแมวจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั้นคือ การเลี้ยงระบบปิด และการเลี้ยงระบบเปิด และในการเลี้ยงแมวที่ดีควรเป็นการเลี้ยงระบบปิด แต่ในการเลี้ยงระบบปิดนี้เราก็ต้องทำให้เจ้านายแมวเหมียวของเรามีความสุขด้วยเช่นกัน ฉะนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่ผู้ที่ต้องการเลี้ยงแมวต้องเตรียมความพร้อมดังนี้

1. อาหาร

1. อาหาร

เมื่อเราเดินเข้าไปในตลาดเพื่อซื้ออาหารให้แมว จะพบว่ามีอาหารอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งบางคนอาจเลือกจากราคา รูปลักษณ์ภายนอกที่น่าใช้ หรือแม้แต่แบรนด์ดัง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามคือคุณค่าทางโภชนาการอาหารที่แมวจะได้รับให้เหมาะสมกับช่วงวัยนั้นๆ

ฉะนั้นแล้วผู้เลี้ยงจะต้องคำนึงถึงช่วงวัยของแมว ลักษณะสายพันธุ์ สภาพร่างกาย สารอาหารที่จำเป็น วัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร รวมไปถึงประเภทของอาหารว่าเหมาะสมกับแมวของเราหรือไม่ เช่น หากคุณเลี้ยงแมว 3 ปี มีขนยาว ชอบเลียขน เลี้ยงภายในบ้าน ไม่ค่อยทำกิจกรรมมากนักคุณก็ควรจะเลือกอาหารสูตรแมวโต ดูแลก้อนขนอุดตัน เลี้ยงภายในบ้าน และนอกจากนี้ก็จะเรื่องของรสชาติอาหารที่ต้องให้เจ้านายแมวเหมียวลองชิมดู ว่าจะชอบรสชาติใด ส่วนประเภทอาหารมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

อาหารแห้ง เป็นอาหารปกติที่เราจะให้แมวโดยจะมีลักษณะอาหารเม็ดที่บรรจุอยู่ในถุง ซึ่งอาหารแห้งนี้ก็ยังมีการจัดสรรและแบ่งเกรดกันตามคุณภาพของอาหารด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีหลายสูตรให้เลือกอีกด้วยเช่น ควบคุมก้อนขน บำรุงขน ควบคุมน้ำหนัก รวมไปถึงช่วงอายุแมวอีกด้วย แต่ปัญหาที่พบได้ส่วนมากคือ แมวบางตัวชอบกินแต่อาหารเม็ด ไม่ชอบทานน้ำก็จะส่งผลให้เกิดโรคตามมาได้

อาหารเปียก มักจะพบเห็นในถุงหรือกระป๋อง ซึ่งข้อดีของมันคือมีกลิ่นหอม น่ากิน สามารถย่อยง่าย และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับแมวที่กินน้ำน้อย เนื่องจากอาหารเปียกให้ความชุ่มชื่นมากกว่าอาหารแห้ง ฉะนั้นมันจึงส่งผลดีมากกับระบบขับถ่ายปัสสาวะของแมว แต่ข้อเสียก็คือมีราคาค่อนข้างสูง และไม่สามารถวางเก็บไว้ได้นาน

2. ภาชนะใส่อาหารและน้ำ

2. ภาชนะใส่อาหารและน้ำ

การเลือกภาชนะควรเลือกให้พอดีเหมาะสมกับเจ้านายแมวเหมียวไม่ให้หนวดไปโดน และชามควรมีความแข็งแรง คว่ำได้ยาก มีความสูงระดับที่พอดีกับตัวไม่ควรต่ำจนเกินไปและสูงจนเกินไปเพื่อความสะดวกในการกิน สำหรับอาหารแห้งควรจะลึกพอสำหรับการให้กินทั้งวัน แต่สำหรับอาหารเปียกต้องล้างทันทีเมื่อกินเสร็จ

และสำหรับชามให้น้ำก็มีหลากหลายแบบให้เลือกใช้งาน

และเราควรจะเลือกตามความชอบของแมวเพื่อเป็นการกระตุ้นให้แมวดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนิ่วได้ แต่ถ้าหากเราไม่รู้ว่าแมวเราชอบแบบไหน ก็ให้ลองเป็นชามธรรมดาดูก่อนว่าแมวกินน้ำเพียงพอไหม หากรู้สึกว่าแมวกินน้ำน้อยเกินไป ค่อยเปลี่ยนเป็นแบบน้ำพุที่มีให้เลือกมากมายทั้งแบบน้ำตก น้ำพุ น้ำไหล เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วแมวจะชอบมองน้ำที่ไม่อยู่นิ่งฉะนั้นการเลือกน้ำที่มีการไหลตลอดเวลาก็จะสามารถกระตุ้นให้เจ้านายเราอยากกินน้ำเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

3. ห้องน้ำและทรายแมว

3. ห้องน้ำและทรายแมว

โดยพื้นฐานแล้วแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาดและพิถีพิถันในการขับถ่ายมาก เนื่องจากหลังการขับถ่ายแล้วแมวจะกลบดับกลิ่นทุกครั้ง ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรจัดกระบะทรายแมวไว้ให้เป็นที่เป็นทางและครอบคลุมทั้งพื้นที่เพื่อความสะดวกของเจ้านาย

และในตลาดก็ยังมีทรายแมวมากมายให้คุณเลือกใช้ทั้งลักษณะ กลิ่น ระดับการดูดซับน้ำ หรือแม้แต่ระดับฝุ่นละอองทรายที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านด้วย แต่ทรายแมวแต่ละเกรดราคาก็จะต่างกันออกไปเช่นกัน

4. อุปกรณ์ดูแลความสะอาด

4. อุปกรณ์ดูแลความสะอาด

ทุกท่านสงสัยกันไหม ว่าทำไมหันไปมองทีไรแมวก็เลียตัวเองตลอดเลย สิ่งนั้นคือนิสัยรักความสะอาดของเขานั่นเองเนื่องจากการเลียขนทั่วตัวของแมวคือการทำความสะอาดตัวของเขา แต่ก็แน่นอนว่ามันไม่สะอาดทั้งหมดเนื่องจากยังมีความสกปรกอยู่ข้างในที่แมวเลียทำความสะอาดไม่ถึง ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องคอยดูแลแมวทั้งการอาบน้ำ แปรงขน การทำความสะอาดช่องหู รวมไปจนถึงการตัดเล็บอีกด้วย

ในการอาบน้ำผู้เลี้ยงควรซื้อแชมพูสำหรับอาบน้ำแมวโดยเฉพาะ เนื่องจากผิวหนังของแมวเปราะบางมากกว่าคน หากใช้แชมพูคนอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ ระดับน้ำที่เหมาะสมก็ควรเป็นอุณหภูมิปกติไปจนถึงอุ่น แต่ไม่ควรเย็นหรือร้อนจนเกินไป และที่สำคัญคือไม่ควรอาบบ่อยจนเกินไป ควรจะอาบ 1-2 ครั้ง/ 1-3 เดือน หรือหากต้องการอาบบ่อยกว่านี้แนะนำให้อาบน้ำแบบแห้งจะดีต่อแมวมากกว่า

หลังจากที่อาบน้ำและเป่าขนแห้งดีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการแปรงขนเพื่อกำจัดเศษผงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือทรายแมว ทั้งการแปรงขนยังเป็นการนวดผิวให้เลือดไหลเวียนดีอีกด้วย

ส่วนในการทำความสะอาดหูก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะโดยธรรมชาติแล้วแมวมักจะขับไขมันออกมาเพื่อขับสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปในหู ฉะนั้นหากเราไม่ทำความสะอาดให้อาจเกิดการสะสมของสิ่งสกปรกเหล่านี้จนทำให้เกิดโรคตามมา หรือหูอักเสบได้ 

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย