มาทำความรู้จักกับสายพันธุ์ “แมวไทย” ที่ยังคงหลงเหลืออยู่

แมวไทย

สารบัญ

นอกจากช้างไทยและควายไทยแล้ว หากจะพูดถึงสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่มีความผูกพันกับบ้านเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนมาอย่างยาวนาน พูดถึงแมวไทยว่าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เนื่องจากหากย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจะพบว่า มีการบันทึกถึงสายพันธุ์แมวไทยที่จะระลึกไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรือเมื่อเทียบเป็นเวลาก็นานกว่า 700 ปี ซึ่งเราจะเห็นว่าตำราที่จารึกแมวบางฉบับนั้นถูกเขียนรวมอยู่กับตำราดูช้าง ตำราดูม้า และยังรวมไปถึงตำรายาด้วย

เมื่อย้อนกลับไปในยุคสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการคัดลอกข้อมูลจากเอกสารเก่าเก็บซึ่งเป็นตำราแมวไทยที่ระบุถึงลักษณะแมวที่ให้คุณ 17 ชนิด และแมวที่ให้โทษถึง 6 ชนิดด้วยกัน และตำรานี้ก็ยังถูกเก็บรักษาและส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงความล้ำค่าของมรดกของประเทศไทยที่ยังคงมีหลงเหลืออยู่จนทุกวันนี้

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นแมวไทยแต่ก็แปลกที่มีคนไทยน้อยคนนักที่จะรู้และเข้าใจถึงหน้าตาของสายพันธุ์แมวไทยว่ามีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร แต่ในปัจจุบันเราจะพบเห็นแมวไทยที่โด่งดังและได้รับความนิยมจากต่างประเทศมากกว่าในไทยจะอีก ซึ่งส่วน หนึ่ง เป็นจากสาเหตุมาจากโบราณที่ถือว่าแมวมงคล ส่วนมากจะเลี้ยงกันในวังจึงทำให้แมวมงคลในสมัยนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ทั้งยังมีช่วงที่เสียกรุงสมัยกรุงศรีอยุธยาจึงคาดกันว่าแมวอาจจะแตกตื่นและหนีหายกระจายกันออกไปหมด แต่ในช่วงเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์ก็ได้มีการรวบรวมและตามหาแมวไทยกลับมาอีกครั้ง

ปัจจุบันเมื่อดูที่บันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณจะพบว่าแมวไทยได้มีการสูญหายไปแล้วว่า 13 สายพันธุ์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังเหลืออยู่เพียง 4 สายพันธุ์เท่านั้นได้แก่ วิเชียรมาศ ศุภลักษณ์ โคราช และโกนจา นี่ยังมีแมวไทยอีก 1 สายพันธุ์ที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณซึ่งนั่นก็คือ ขาวมณี โดยสายพันธุ์นี้เพิ่งจะมาปรากฏอยู่ตามจิตรกรรมบนฝาผนังในวัดยุครัตนโกสินทร์นี้เอง

ฉะนั้นวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับสายพันธุ์แมวไทยโบราณที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ว่าแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ดังนี้

1. วิเชียรมาศ

แมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศถือเป็นแมวไทยสายพันธุ์แรกที่เป็นที่รู้จักในต่างประเทศและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากสายพันธุ์วิเชียรมาศมีลักษณะที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาแมวไทยทุกสายพันธุ์ จนในปัจจุบันได้มีการนำวิเชียรมาศไปผสมพันธุ์กับแมวสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อพัฒนาแมวสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา ตัวอย่างเช่น สีหิมาลายันที่เป็นการผสมระหว่างแมวสายพันธุ์เปอร์เซียและวิเชียรมาศ หรือแม้แต่แมวท็องกินิสที่เกิดจากการผสมระหว่างแมวสายพันธุ์เบอร์มิสและวิเชียรมาศเข้าด้วยกัน

โดยจุดเด่นของแมวสายพันธุ์วิเชียรมาศอยู่ที่ดวงตาสีฟ้าที่ประกาศสดใส รูปร่างผอมเพรียว คอระหง ลำตัวยาว โดยลูกแมวแรกเกิดจะมีขนสีครีมอ่อนและยังไม่มีสีน้ำตาลมาก แต่สีขนจะค่อยๆ เข้มขึ้นและอาจเข้มไปถึงสีน้ำตาลไหม้เมื่อตอนโต เมื่อครบอายุ 3 วันสีน้ำตาลไหม้ทั้ง 9 ตำแหน่งจะปรากฏขึ้นได้แก่ บริเวณหู 2 ข้าง เท้าทั้ง 4 ข้าง หาง รวมไปถึงอวัยวะเพศก็จะเริ่มชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ความเชื่อโบราณในการเลี้ยงวิเชียรมากยังบันทึกไว้อีกว่า ผู้เลี้ยงที่มีอาชีพค้าขายหากเลี้ยงไว้จะช่วยส่งเสริมเรื่องการค้าได้เป็นอย่างดี

2. โคราช

2. โคราช

แมวไทยสายพันธุ์โคราช มีชื่อเรียกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแมวมาเลศ แมวสีสวาท รวมไปถึงแมวดอกเลาก็ล้วนแต่เป็นชื่อสายพันธุ์ของเขาทั้งนั้น คือโดยชื่อสายพันธุ์โคราชนี้เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือพระบาทสมเด็จพระรัชกาลที่ 2 โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวสายพันธุ์นี้มาตั้งชื่อ และนั่นคืออำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

โดยจุดเด่นของสายพันธุ์แมวโคราชก็คือจะมีดวงตาสีเหลืองหรือสีเขียวอมเหลือง และหากว่าเป็นตัวผู้มีรอยหยักคล้ายรูปหัวใจ ขาและรูปร่างได้สัดส่วนที่สวยงาม ขนเรียบสั้นทั้งตัวและมีสีเทาเงินทั่วตัวตั้งแต่เกิดและไม่เปลี่ยนแปลง

คำโบราณกล่าวไว้ว่าสีขนแมวโคราชเหมือนสีท้องฟ้าที่มีเมฆฝนกับสีของดวงตาที่เหมือนกับทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นแล้วแมวสายพันธุ์โคราชนี้จึงถูกมักนำไปใช้ในพิธีแห่นางแมวเพื่อขอฝนในยามหน้าแล้ง นอกจากนี้ความเชื่อโบราณในการเลี้ยงแมวโคราชยังบันทึกไว้อีกว่าหากผู้ใดที่มีอาชีพที่จะต้องให้ผู้อื่นรัก เอ็นดู หรือใครพบเห็นก็เมตตาและเป็นที่นิยม หากเลี้ยงแมวสายพันธุ์โคราชนี้ไว้จะส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น

3. โกนจา

3. โกนจา

แมวไทยสายพันธุ์โกนจาเป็นแมวที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมหรือสนใจมากนักเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ไทยอื่นๆ เนื่องจากหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าแมวสีดำทุกตัวล้วนเป็นโกนจา แต่เมื่อมาดูตำราอ้างอิงถึงลักษณะของแมวโกนจาแล้วจะพบว่า สายพันธุ์โกนจามีความแตกต่างจากแมวดำทั่วไปตรงที่แมวสายพันธุ์โกนจาจะมีสีดำล้วนทั้งตัวโดยไม่มีคนสีขาวแซมเลยแม้แต่น้อยซึ่งนี่คือลักษณะอันโดดเด่นของสายพันธุ์โกนจา สายพันธุ์โกนจาถือเป็นแมวไทยอีกชนิดที่ใกล้จะสูญพันธุ์

นอกจากนี้ความเชื่อโบราณในการเลี้ยงแมวโกนจายังบันทึกไว้อีกว่าหากผู้ใดอยู่ในสายอาชีพที่มีบริวารในปกครองมาก หรือแม้แต่ผู้ที่มีอิทธิ หากเลี้ยงโกนจาไว้จะช่วยส่งเสริมความน่าเกรงขามที่ใครเห็นก็ต้องเคารพยำเกรง

4. ศุภลักษณ์

แมวไทยสายพันธุ์ศุภลักษณ์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่เกือบสูญหายไปเช่นกัน เนื่องจากมีการค้นพบเพียงไม่กี่ตัวในไทยเมื่อปี 2556 เท่านั้นและสามารถเพาะพันธุ์ได้เมื่อปี 2558 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 248 ปีที่มีการถือกำเนิดแมวไทยสายพันธุ์ศุภลักษณ์แท้ที่ตรงตามตำราบอกทุกประการ

โดยลักษณ์อันโดดเด่นของศุภลักษณ์ คือดวงตาสีเหลืองอำพัน รูปร่างได้สัดส่วนสวยงาม ขนมีสีน้ำตาลทองแดงหรือสีช็อกโกแลตทั่วตัวโดยไม่มีสีแซมหรือการแต้มสีใดๆ อีกจุกสังเกตที่ชัดเจนคือ จมูกและอุ้งเท้าสีชมพูอมส้ม

นอกจากนี้ความเชื่อโบราณในการเลี้ยงแมวศุภลักษณ์ยังบันทึกไว้อีกว่า แมวศุภลักษณ์เป็นแมวที่มียศถาบรรดาศักดิ์จึงทำให้ผู้เลี้ยงมียศถาไปด้วย โดยยิ่งหากเป็นอำมาตย์มนตรีหรือผู้ประกอบอาชีพราชการจะเหมาะเป็นอย่างมาก

5. ขาวมณี

5. ขาวมณี

แมวไทยสายพันธุ์ขาวมณีแม้จะไม่ได้ถูกจารึกไว้บนตำรา แต่ก็ถือเป็นเพชรเม็ดงามแห่งวงการแมวไทย ด้วยสีขาวทั้งตัวของแมวถือเป็นสีที่มงคลของไทยทำให้แมวขาวมณีจึงได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตโบราณจนปัจจุบัน

มีความเชื่อที่ว่ากันว่าแมวขาวมณีกำเนิดขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากแมวขาวมณีปรากฏอยู่บนภาพวาดฝาผนังที่วัดทองนพคุณที่พึ่งสร้างขึ้นเมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยในภาพเป็นแมวสีขาวที่กำลังนั่งเฝ้าตู้พระไตรปิฎกอยู่

โดยลักษณ์อันโดดเด่นของขาวมณี คือ ขนนุ่มสั้นสีขาวสะอาดทั่วทั้งตัวและไม่มีสีใดปนเลย รูปร่างใหญ่ได้สัดส่วนสวยงาม ขาเรียวยาว หัวมีโครงคล้ายรูปหัวใจ และจุดสังเกตคือมี ดวงตาสีฟัา สีเหลือง และบางตัวอาจตาสองสีคือ ข้างหนึ่งสีฟ้าและอีกข้างสีเหลืองซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่นและได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติได้เป็นอย่างมาก

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย