5 สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย

สายพันธุ์แมว

สารบัญ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการเลี้ยงแมวได้รับความนิยมยอมพุ่งขึ้นสูงมากในประเทศไทย ทำให้ภายในประเทศต่างมีการเลี้ยงแมวที่หลากหลายสายพันธุ์กันออกไปตามความชอบของผู้เลี้ยงนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัยที่ต่างกัน ทั้งความขี้อ้อนหรือความขี้เล่น รวมไปจนถึงมีให้เลือกทั้งสี และขนไม่ว่าจะเป็นขนสั้นหรือขนยาว ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 60 สายพันธุ์เลยทีเดียวที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก แต่ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำเจ้าเหมียว 5 สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย ไปดูกันดีกว่าครับว่ามีสายพันธุ์อะไรกันบ้าง

1. แมวอะบิสซิเนียน (Abyssinian)

1. แมวอะบิสซิเนียน (Abyssinian)

แมวอะบิสซิเนียนว่ากันว่ามีดอยู่มาอย่างยาวนานถึง 4,000 ปีทีเดียว ทั้งยังเชื่อกันว่าเป็นต้นแบบแมวศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นเทพเจ้าของชาวอียิปต์โบราณอีกด้วยอย่างที่เราจะเห็นรูปปั้นแมวในพีระมิดนั่นเอง

โดยตัวแมวอะบิสซิเนียนนั้นจะเป็นแมวที่มีขนาดกลาง ใบหูแหลมใหญ่ ลำตัวเพรียว มีขนสั้นทั่วตัวที่มีสีตั้งแต่น้ำตาลเข็มไปจนถึงน้ำตาลอ่อน และมีลักษณะนิสัยที่มีความปราดเปรียว ซื่อสัตย์ ขี้เล่นไม่อยู่นิ่ง แข็งแรง เชื่อฟังและรักเจ้าของมาก ทั้งยังมีอายุที่ยืนนานถึง 20 ปีกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีความทนทานกับอากาศร้อนของประเทศไทยเราได้อย่างดีอีกด้วยฉะนั้นจึงทำให้เจ้าเหมียวอะบิสซิเนียนนี้ได้รับความนิยมในไทยอย่างมาก

2. แมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์(America Shorthair)

2. แมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์(America Shorthair)

แมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์พบว่าถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดจากที่ในช่วงที่มีการย้ายถิ่นฐานของชาวยุโรปนี้มักจะนำแมวลงเรือไปด้วยเสมอเพื่อนำไปล่าหนูที่มากัดกินเสบียงบนเรือ จึงทำให้แมวเกิดการผสมไปมาจึงทำให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นและสายพันธุ์นี้ก็เช่นกัน

โดยตัวของแมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์นี้จะมีลำตัวที่ไม่ใหญ่มาก ขาใหญ่ยาว มีใบหน้ากลมมนจึงทำให้มีศีรษะที่กลมมนเช่นกัน คางใหญ่ ตากลมโตและมีขอบตาด้านบนที่โค้งลงทั้งยังมีตาสีเหลืองอมเขียวไปจนถึงสีฟ้า ลำตัวมีขนสั้นหนาและมีสีเทาที่มีลวดลายสีดำพาดลำตัวซึ่งแต่ละตัวก็จะมีลวดลายที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีความเป็นมิตรเป็นเจ้าของสูง ขี้เล่นไม่ชอบอยู่นิ่ง ฉลาดสามารถฝึกได้ง่าย

นอกจากนี้ยังเป็นสายพันธุ์ที่สามารถดูแลง่าย ซึ่งควรแปรงขนให้บ้างเพื่อให้ขนที่ตายแล้วได้หลุดร่วงออกมา และควรทำความสะอาดหูให้เป็นประจำพร้อมกับการตัดเล็บด้วย และมักจะปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจซึ่งสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมได้ เช่น หากมีพ่อแม่ที่เป็นโรคนี้ ลูกก็จะสามารถเป็นด้วยเช่นกัน

3. แมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair)

3. แมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair)

แมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์เป็นลูกผสมระหว่างแมวสายพันธุ์เปอร์เซียกับแมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์ทำให้เมื่อออกมาแล้วมีลักษณ์รูปทรงที่มีศีรษะกลม หน้าแบน จมูกสั้น ตาโต หูเล็ก ลำตัวอ้วนคล้ายกับแมวเปอร์เซียแต่ได้ขนสั้นของแมวอเมริกันช็อร์ตแฮร์ และยังมีขนถึง 3 สีคือ สีขาว ส้ม น้ำตาล

โดยทั่วไปของแมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์แล้วจะค่อนข้างนิ่ง ไม่เจ้าอารมณ์ รักสงบ มีความอดทน ซื่อสัตย์กับเจ้าของ ขี้อ้อนเนื่องจากชอบมานั่งตักของเจ้าของแล้วชอบเอาจมูกมาแตะที่หน้าเราทำให้เจ้าแมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์จึงเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน แต่ในการเลี้ยงดูนั่นผู้เลี้ยงควรหมั่นทำความสะอาดที่รอบดวงตาเนื่องจากแมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์นี้จะมักมีน้ำตาไหลที่ดวงตาซึ่งส่งผลให้บริเวณดวงตามีคราบน้ำตาลได้ฉะนั้นผู็เลี้ยงจึงควรดูแลทำความสะอาดทั้งดวงตาและใบหน้าเป็นประจำ และส่วนมากแล้วแมวเอ็กโซติกช็อร์ตแฮร์จะมีโรคที่สามารถพบได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ คือ โรคไตและโรคไซนัส ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องควรตรวจสอบความผิดปกติและควรพาเจ้าเหมียวไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำ

4. แมวบริติชช็อร์ตแฮร์ (British Shrothair)

4. แมวบริติชช็อร์ตแฮร์ (British Shrothair)

ในประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกไว้ว่าแมวบริติชช็อร์ตแฮร์เป็นสายพันธุ์ที่มีการเผยแพร่กันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นแมวที่ถือว่ามีความแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากมีลำตัวที่มีขนาดกะทัดรัดและมีสีสันที่สวยงามแต่กลับมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ขาสั้นป้อม มีปอดที่ใหญ่ โคนหางใหญ่ ศีรษะกลม มีตาโตโดยจะมีสีเหลืองไม่ก็สีฟ้า มีหูเล็ก

ทั้งนี้ยังมีขาสั้นหนาทั่วทั้งตัวและมีสีเทาอมฟ้าหรือสีเทาเหลือบเงิน แต่ในปัจจุบันแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ที่มีสีสันที่ต่างไปจากเดิมโดยจะมีสีที่เพิ่มเข้ามาเช่น สีดำ น้ำตาลเข้า เทาอ่อน ขาวครีม หรือมีสีขาวและแต้มสีส้ม สีเทาเข้าคล้ายกับลายหินอ่อนก็ได้เช่นกัน

5. แมวเบงกอล (Bengal)

5. แมวเบงกอล (Bengal)

ในประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกไว้ว่าแมวเบงกอลได้มีการค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1889 โดยคาดว่าจะมีการพัฒนามาจากสายพันธุ์แมวบ้าน (Felis catus) กับแมวป่า Leopard Cat (Prionailurus bengalensis) ที่มีถิ่นกำเนิดในฝั่งเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเมื่อมีการพัฒนามาจึงทำให้มีลำตัวที่เพียงบาง ใบหน้าที่มีรูปทรงสามเหลี่ยมได้รูปพร้อมกับหูที่ตั้งใหญ่ ตาสีเหลืองเข้ม และทั่วทั้งตัวเป็นขนสั้นสีน้ำตาลแต่มีแถบและวงจุดสีดำกึ่งกลางวงสีน้ำตาลเข้มที่กระจายทั่วลำตัวคล้ายลายหินอ่อน แต่ในบางตัวก็มีลวดลายคล้ายก้อนเมฆ

และด้วยตัวที่มีความเพรียวละต้นสายพันธุ์ต้นกำเนิดนั้นจึงทำให้เป็นสายพันธุ์ที่มีปราดเปรียวอย่างมาก พร้อมทั้งยังอยากรู้อยากเห็นและรักสันโดษ แต่กลับเลี้ยงง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย