ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำ “วัคซีนแมว”

วัคซีนแมว

สารบัญ


หากเราต้องการให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราอยู่กับเราไปนานๆ การดูแลที่เริ่มด้วยการพาไปรับวัคซีนนั้นเป็นภารกิจที่สามารถทำได้ง่ายมากครับ แมวสามารถรับวัคซีนได้เมื่ออายุได้ 6-8 สัปดาห์แต่ไม่ควรพาแมวไปรับวัคซีนตั้งแต่พึ่งคลอดออกมาเนื่องจากในระหว่างนั้นลูกแมวยังได้คงกินนมแมวอยู่ ทำให้เรารับภูมิคุ้มโรคต่างๆ ได้ผ่านทางนมแม่ ฉะนั้นในช่วงนี้วัคซีนจึงยังไม่จะเป็นนัก

แต่ในอีกกรณีที่เราไม่ทราบว่าลูกแมวได้รับวัคซีนมาก่อนหรือไม่ ให้ผู้เลี้ยงทำการแยกลูกแมวเพื่อดูอาการเป็นเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ก่อนเพื่อตรวจเฝ้าดูอาการว่ามีความปิดปกติใดหรือไม่ หากเฝ้าดูอาการแล้วพบว่าลูกแมวมีสุขภาพที่แข็งดีและร่าเริง ก็สามารถพาไปรับวัคซีนได้ทันที และอีกสิ่งที่คนที่เริ่มเข้าสู่วงการทาสแมวจะต้องรู้ไว้คือ การรับวัคซีนนั้นไม่ได้ฉีดเพียงครั้งเดียวก็จบ แต่ในการรับวัคซีนนั้นจะต้องทำซ้ำในช่วง 3 เดือนแรกต่อกัน แต่หลังจากนั้นก็จะควรฉีดซ้ำทุกๆ 1 ปีเพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอยู่เสมอ และเมื่อไปรับวัคซีน หลังจากฉีดเรียบร้อยแล้วหมอจะมีใบบันทึกเพื่อเป็นประวัติของแมวตัวนั้นว่าได้รับวัคซีนไปกี่ตัวแล้ว และควรที่จะได้รับการกระตุ้นอีกเมื่อไร

แต่หากพบว่าแมวมีอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวอยู่ก็ยังไม่ควรที่จะทำการฉีดวัคซีนแต่ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนหรือทำตามที่สัตวแพทย์แนะนำจนกว่าที่ร่างกายของแมวจะแข็งแรงดีพร้อมสำหรับการฉีดวัคซีน เนื่องจากการที่แมวได้รับวัคซีนก็เหมือนกับการที่เติมโรคเข้าไปในแมว เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในตัวแมว และวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปรู้กับวัคซีนที่แมวควรจะได้รับ รวมไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนไปรับวัคซีนและการดูแลหลังจากที่ได้รับวัคซีนแล้ว ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

วัคซีนที่แมวควรได้รับมีอะไรบ้าง?


1. วัคซีนพิษสุนัขบ้าในแมว

โรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้พบได้ในสุนัขเพียงอย่างเดียวแต่มันสามารถติดต่อได้ทั้งคนและสัตว์ประเภทอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งแมวที่ได้รับเชื้อจะมีอาการดุร้ายขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด โดยจะมีพฤติกรรมชอบกัดหรือตะครุบสิ่งที่ที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า และหลังจากนั้นเมื่อเชื้อเริ่มแพร่ขยายมากขึ้นก็สามารถทำให้สัตว์สามารถเป็นอัมพาตได้ โดยจะทำให้ไม่สามารถกลืนอาหารและเคลื่อนไหวร่างกายได้เองและสุดท้ายก็จะเสียชีวิตในที่สุดเนื่องจากโรคนี้ยังไม่มีรักษาจึงรักษาและดูได้ตามอาการเท่านั้น
2. วัคซีนโรคเอดส์แมว

โรคเอดส์ที่เกิดในแมวมีกลไกที่คล้ายกับการติดเชื้อ HIV ที่เกิดขึ้นในมนุษย์ และจะลุกลามจนเป๋นโรคเอดส์ในเวลาต่อมา ซึ่งโรคเอดส์นี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Feline lentivirus จนทำให้ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายบกพร่อง

3. วัคซีนโรคหัดแมว
โรคหัดแมวหรือเรียกอีกชื่อว่า โรคลำไส้อักเสบในแมว โดยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Feline panleukopenia Virus : FPV ซึ่งสามารถพบเห็นโรคนี้ได้บ่อยในลูกแมวที่มีอายุน้อยและเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันในแมวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อติดเชื้อแล้วเชื้อจะฟักตัวอยู่ในร่างกายนานถึง 2 สัปดาห์ แมวจะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร ขาดน้ำ เซื่องซึม อาเจียนมาก และมีไข้ตลอดเวลา และเมื่อไปตรวจอย่างละเอียดจะมีภาวะเม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำด้วย ซึ่งโรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะสามารถรักษาได้ยาก แม้จะมีโอกาสหายแต่เมื่อหายแล้วก็จะไม่เหมือนเดิม 100% และที่สำคัญคือ โรคนี้ยังไม่มียารักษาทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการเท่านั้น

4. วัคซีนโรคลูคีเมียในแมว
โรคนี้ถือเป็นโรคมะเร็งที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในแมว ที่เกิดจากการติดเชื้อ FelineLuekemiaVirus (FeLV) และมักจะติดต่อกันผ่านทางน้ำลาย เส้นขน การสัมผัสผ่านปัสสาวะและอุจจาระ หรือการกัดกันก็สามารถติดต่อได้เช่นกัน เมื่อแมวเป็นโรคนี้จะสามารถสังเกตได้จากการที่แมวมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีไข้สูง ท้องเสียหนัก หายใจไม่สะดวก อ่อนเพลียและค่อนข้างเฉื่อยชา นอกจากนี้หากตรวจร่างกายก็จะพบว่ามีภาวะต่อมน้ำเหลืองโต การติดเชื้อฉับพลันที่ระบบทางเดินปัสสาวะและทางเดินหายใจจะเกิดภาวะไขกระดูกกด และมีภาวะเลือดจางด้วย และเมื่อแมวเป็นโรคนี้จะทำให้แมวทรมานกับโรคนี้อย่างงมาก

5. วัคซีนโรคไข้หวัดแมว
โรคนี้สามารถเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด ซึ่งจะสามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้ทั้งเบาและหนัก แต่หลักๆ แมวจะมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล ไข้สูง เบื่ออาหาร และมีอาการเจ็บปวดมากที่กระจกตาและที่ไขข้อ แต่หากผู้เลี้ยงพาไปพบแพทย์ตั้งแต่แรกๆ ก็อาจจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากติดเชื้อในระยะที่รุนแรงแล้ว หรือแมวที่เป็นโรคมีอายุน้อยหรือแม่มาก ก็จะสามารถทำให้เสียชีวิตได้

เตรียมตัวก่อนพาเจ้าเหมียวไปรับวัคซีน


– อย่างแรกให้พาแมวไปตรวจสุขภาพก่อนได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าเหมียวมีสุขภาพที่แข็งแรงพอที่จะได้รับการฉีดวัคซีน
– แพทย์จะแนะนำเกี่ยวกับการงดน้ำและอาการล่วงหน้า (แล้วแต่ที่ที่ผู้เลี้ยงพาไปรับวัคซีนอาจมีข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป)
– หากต้องการอาบน้ำให้แมว ควรอาบให้ก่อนให้เรียบร้อยก่อนที่จะพาไปรับวัคซีน เนื่องจากจะแมวจะสามารถอาบน้ำได้อีกครั้งหลังจากที่แมวรับวัคซีนไปแล้ว 5 วัน
– เตรียมกระเป๋าหรือตะกร้าในการใส่แมวเพื่อพาไปให้เรียบร้อย เนื่องจากหากเราอุ้มเขาไปนั้นเมื่อเขาเจอสภาพแวดล้อมที่แปลกตาหรือเสียงดังอาจทำให้ตกใจจนกระโดดไปหรืออาจจะทำให้เขาข่วนเราได้

การดูแลหลังจากที่แมวได้รับวัคซีน


การดูแลแมวหลังจากที่ได้รับวัคซีนนั้นไม่มีอะไรที่ยุ่งยากเลย เราสามารถปล่อยให้เขาเดินหรือเล่นได้ตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่สามารถทำได้คือ การงดการอาบน้ำเป็นเวลา 5 วันหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน เนื่องจากหลังจากที่รับวัคซีนไปแล้วแมวบางตัวอาจจะมีอาการเป็นไข้อ่อนๆ และหากเราไปอาบน้ำให้เขาอาจจะทำให้เขาเป็นไข้หนักขึ้นก็ได้ ฉะนั้นในระหว่างนี้ผู้เลี้ยงไม่ควรปล่อยให้แมวออกไปวิ่งเล่นข้างนอกมากจนเกินไปเนื่องจากอาจทำให้เนื้อตัวสกปรกได้

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย