รู้หรือไม่แมวไทยโบราณก็ประกวดได้

แมวไทยโบราณ

สารบัญ

แมวถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ด้วยนิสัยขี้อ้อนของเจ้าเหนียวพร้อมด้วยร่างที่น่ารักและมีเสน่ห์จึงทำให้มนุษย์หลงรักเจ้าเหมียวได้ไม่ยาก ในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีเวทีประกวดแมวสวยงามที่จัดขึ้นมากมายโดยแต่ละสนามก็จะมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน โดยกรรมการจะประเมินจากจุดดีและจุดด้อยของแมวแต่ละตัว ว่ามีความเหมาะสม สมบูรณ์หรือถูกต้องตามสายพันธุ์หรือไม่

ฉะนั้นแมวตัวไหนที่ได้รับตำแหน่งก็เหมือนการได้รับการันตีว่าลูกแมวที่จะเกิดขึ้นจากเจ้าเหมียวตัวนี้จะต้องมีความสวยตรงตามสายพันธุ์ไม่ต่างจากพ่อแม่พันธุ์อย่างแน่นอน นอกจากเราจะเห็นเวทีประกวดที่ต่างประเทศจัดขึ้นแล้ว แน่นอนว่าในประเทศไทยก็มีเช่นกัน และไม่ได้มีแมวสายพันธุ์ต่างชาติเท่านั้นที่จะประกวดแมวสวยงามได้ เนื่องจากแมวไทยของเราก็มีความสวยงามและความโดดเด่นไม่แพ้กัน

ดังนั้นวันนี้ผมจะพาทุกท่านที่ต้องการจะนำแมวไทยของท่านไปประกวดบนสนามแข่งขันรู้จักกับการดูแลเจ้าเหมียวก่อนที่จะนำไปประกวดกันครับว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลและมีวิธีการอย่างไรบ้าง

1. ดูแลด้วยอาหารดี ยาบำรุง และวัคซีนที่ครบถ้วน

สำหรับเทคนิคการเลี้ยงแมวเพื่อนำแมวไปประกวดนั้น ผู้เลี้ยงควรที่จะพิจารณาในเรื่องของอาหารเป็นพิเศษเนื่องจากอาหารที่เป็นเกรดพรีเมี่ยมจะมีคุณประโยชน์ที่ดีและยังช่วยป้องกันการเจ็บป่วยได้ด้วย จะส่งผลไปถึงเรื่องของผิวหนังที่จะทำให้ไม่มีโรค และยังบำรุงไปจนถึงเส้นขนของเจ้าเหมียวด้วย

สิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ก็คือยาบำรุงและวัคซีนประจำปี นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วยังควรเสริมด้วยอาหารสดสลับกับอาหารเม็ดเพื่อให้เจ้าเหมียวได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน เนื่องจากหากเจ้าเหมียวถูกเลี้ยงและเอาใจใส่อย่างดีตั้งแต่ภายในก็จะส่งผลสู่ภายนอกให้ดีเช่นกัน

นอกจากการให้อาหาร ยาบำรุงและวัคซีนให้ครบถ้วนแล้ว การเล่นกับเจ้าเหมียวทุกตัววันละ 5 – 10 นาที เพื่อให้เจ้าเหมียวได้มีความผ่อนคลาย และไม่เครียดนั้นก็ส่งผลดีต่อสุขภาพของเจ้าเหมียวด้วยเช่นกัน

และในการเลี้ยงดูไม่เพียงแต่ให้อาหารเท่านั้น แต่ผู้เลี้ยงจะต้องดูแลจนไปถึงเรื่องของความสะอาดให้เจ้าเหมียว ทั้งการเช็ดหน้า ตัดเล็บอยู่เสมอ แปรงขนหลังอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ ต้องการนำแมวประกวดผู้เลี้ยงอาจจะต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของการแปรงขนมากกว่าแมวทั่วๆ ไป เพื่อให้เขาได้ดูดีทุกมุมมองในการประกวด และแน่นอนว่าแมวแต่ละตัวก็จะมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันออกไปเช่น บางตัวอาจจะน้ำหนักเกิน บางตัวอาจจะน้ำหนักน้อย เรือบางตัวอาจจะมีขนร่วงเยอะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้เลี้ยงจะต้องเป็นคนคอยสังเกตสิ่งผิดปกติอยู่เสมอเพื่อการดูแลที่ถูกต้องและทันท่วงที

และนอกจากการเลี้ยงดูที่เป็นอย่างดีแล้ว ปัจจัยในการเลือกนำแมวสายพันธุ์ไทยมาเลี้ยงก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความแตกต่างและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันต่อไป อย่างเช่นการที่จะเลือกแม้วศรีสวาทเพื่อนำไปประกวดนั้นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบแล้ว กะโหลกยังต้องใหญ่ ตรงกลางต้องเป็นรูปหัวใจ หางตรงไม่งอ ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมาจะตรงกับตำราแมวไทยโบราณที่ได้กล่าวเอาไว้อย่างครบถ้วน

2. แมวประกวดจะต้องเลี้ยงระบบปิด

ปกติแล้วแมวที่จะนำเข้าประกวดจะต้องเลี้ยงระบบปิดทั้งหมด แน่นอนว่าการเลี้ยงระบบปิดนั้นย่อมดีกว่าเลี้ยงระบบเปิดอยู่แล้ว เนื่องจากก่อนที่เราจะนำไปประกวดการเลี้ยงระบบปิดจะช่วยให้เราดูแลเจ้าเหมียวได้ดีมากกว่า ทั้งเรื่องอาหาร การเป็นอยู่ รวมไปจนถึงโรคต่างๆ ที่อาจจะนำพาเข้ามาได้

แต่สิ่งสำคัญของการเลี้ยงแมวระบบปิดนั้นก็คือการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม เนื่องจากหากพื้นที่มีขนาดที่เล็กจนเกินไปก็อาจส่งผลให้เจ้าเหมียวเกิดความเครียดได้ นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่ก็ควรมีอุปกรณ์ของเล่นเพื่อให้เจ้าเหมียวได้ผ่อนคลายด้วย

3. ต้องใส่ใจและมีเวลา

ส่วนใหญ่แล้วคนที่สนใจอยากเลี้ยงแมวเพื่อนำมาประกวดจะเริ่มจากความชอบและเลือกจากสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับตัวเองเป็นอันดับแรก ดังนั้นจึงเริ่มดูถึงพื้นที่ที่จะต้องจัดสรรให้เพียงพอและเหมาะสมสำหรับการเลี้ยงระบบปิด เนื่องจากเป็นแมวประกวดดังนั้นสถานที่เลี้ยงสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องคำนึงถึง

ฉะนั้นแล้วการดูแลเอาใจใส่นอกจากการเลี้ยงดู การให้อาหาร ยาบำรุง วัคซีนที่ครบถ้วนแล้ว ผู้เลี้ยงยังจะต้องมอบความรักและต้องมีเวลาเพื่อที่จะเล่นกับเจ้าเหมียวอีกด้วย ระยะเวลาในการเล่นกับแมวผู้เลี้ยงควรมีเวลาเล่นกับแมวทุกตัวเป็นเวลา 5 – 10 นาทีต่อวันเคยให้เขาได้ผ่อนคลายและสบายใจ

หากถามถึงเหตุผลที่ทำไมผมถึงอยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแมวไทยโบราณนี้ ก็สามารถตอบได้ว่าเนื่องจากในปัจจุบันแมวไทยโบราณสายพันธุ์แท้เหลืออยู่เพียง 5 สายพันธุ์จาก 23 สายพันธุ์ทั้งหมด และในประเทศไทยเองก็ถือว่ามีจำนวนที่น้อยมาก ตัวอย่างเช่นแมวศุภลักษณ์ที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปเช่นกัน แต่ก็เพิ่งมีการค้นเจอเมื่อ 3 ถึง 4 ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยในประเทศไทยมีอยู่เพียงแค่ประมาณ 500 ตัวเท่านั้น แมวสีสวาดมีอยู่ประมาณ 2,000 ตัว วิเชียรมาศและขาวมณีเหลืออยู่เพียงประมาณอย่างละประมาณ 3,000 ตัว และโกนจาประมาณ 1,000 ตัว

ฉะนั้นเมื่อเราดูจากยอดตัวเลขข้างต้นแล้วจะพบว่าจำนวนมันค่อนข้างมีน้อยมากเมื่อเทียบกับแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ ฉะนั้นแล้วการประกวดแมวไทยโบราณไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจของคนรักแมวเท่านั้น เป็นการพัฒนาและสนับสนุนแมวไทยโบราณทั้ง 5 สายพันธุ์ให้ได้มีการพัฒนาและไม่สูญหาย เนื่องจากเหล่าบรีดเดอร์ก็จะพยายามทำลูกแมวไม่ให้หลุดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ด้วยการไม่ผสมเลือดชิด โดยมีการจัดทำประวัติซึ่งมีจนถึงรุ่นทวดอย่างชัดเจนเพื่อเป็นการไม่เลือดชิดกัน

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย