ทำความรู้จับกับ “เบงกอล” เสือน้อยสุดเท่

เบงกอล

สารบัญ

นอกจากแมวเปอร์เซีย หรือแมวสก๊อตทิช โฟลด์ที่หลายๆ คนรู้จักแล้ว อีกสายพันธุ์ยอดนิยมก็คือ เบงกอล ซึ่งมีลวดลายที่โดดเด่นที่มองดูแล้วแทบไม่ต่างจากเสือเลยก็ว่าได้ แต่แน่นอนว่าเขาไม่ใช่เสือแต่อย่างใดแม้จะลายเหมือนก็ตาม และด้วยลายที่สวยงามมาพร้อมกับความน่ารัก จึงทำให้เจ้าเบงกอลดักทาสแมวทั้งหลายได้ไม่ยาก ซึ่งในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับเจ้าเหมียวเบงกอลสุดเท่ตัวนี้ถึงลักษณะนิสัย การดูแล รวมไปจึงประวัติความเป็นมาของเจ้าเบงกอลกันด้วยครับ

ประวัติความเป็นมาของแมวเบงกอล

ประวัติความเป็นมาของแมวเบงกอล

ในโลกของสัตว์เลี้ยงและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เลี้ยง แมวเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่เป็นที่นิยมและเป็นที่รักทั่วโลก แมวเบงกอล (Bengal Cat) เป็นหนึ่งในพันธุ์แมวที่มีเสน่ห์และมีความพิเศษอันน่าทึ่ง มันเป็นผลงานของการผสมพันธุ์ระหว่างแมวที่มีลักษณะที่สวยงามและสมบูรณ์แบบกับแมวเช่นอย่างแมวเลออปาร์ทเมนต์ และแมวจิ้งจอกชนิดที่มีการปล่อยคลื่นหูเท่าที่สุด (Asian Leopard Cat) ซึ่งเป็นสายพันธุ์แมวที่อยู่ในธรรมชาติที่ป่าชื้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เมื่อครั้งนั้นในปี 1963 มีความท้าทายในการผสมพันธุ์แมวระหว่างแมวเลออปาร์ทเมนต์กับแมวจิ้งจอกชนิดที่มีการปล่อยคลื่นหูเท่าที่สุด แต่กลุ่มคนรักแมวและช่างเลี้ยงสัตว์ที่มีความหลงใหลในการสร้างพันธุ์แมวใหม่ ได้รับความสนใจในการพัฒนาแมวเบงกอลเป็นพันธุ์แมวที่มีลักษณะที่พิเศษและน่าทึ่ง

จนกระทั่งในปี 1980 แมวเบงกอลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางโดยสมาคมแมวแห่งอเมริกา (CFA) และสมาคมแมวแห่งโลก (TICA) แมวเบงกอลถูกพิจารณาว่าเป็นพันธุ์แมวที่มีความสามารถทางสุขภาพที่ดี และมีความเฉพาะเจาะจงในลักษณะทรงพระจันทร์ สีเส้นผมที่สวยงาม และนิสัยที่เอนท์และชาวเซา ทำให้เป็นแมวเลี้ยงที่โดดเด่นและโดดเด่นในวงการ จึงทำให้ในปัจจุบันแมวเบงกอลกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงามและความเป็นสายพันธุ์ที่มีมูลค่าสูงในวงการแมว เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกเป็นอย่างมาก และยังเป็นที่นิยมในการเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านชนบทและในเมืองใหญ่ทั่วโลก

ลักษณะนิสัยและรูปร่าง

ลักษณะนิสัยและรูปร่าง

แมวเบงกอล (Bengal Cat) เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะที่น่าทึ่งและน่าประทับใจไม่น้อยหน้าสายพันธุ์อื่น ๆ แมวเบงกอลมีลักษณะทรงพระจันทร์และเส้นผมที่สวยงามซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักและโดดเด่นในธรรมชาติ นอกจากนี้ พวกเขายังมีนิสัยที่น่าตะลึงและสมบูรณ์แบบที่ทำให้เป็นเพื่อนสนิทที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว

นอกจากนี้แมวเบงกอลยังมีความสามารถในการปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างดี พวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เป็นมิตรและสามารถปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมและผู้คนได้อย่างรวดเร็ว รวมไปจนถึงมีจินตนาการที่สูง เนื่องจากพวกเขาชอบเล่นกับของเล่นและสิ่งแวดล้อมที่มีความสนุกสนาน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักเจ้าของ แต่พวกเขายังมีความต้องการในการเล่นและความสนุกสนาน

การดูแล

การดูแล

การดูแลแมวเบงกอล ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรักและการดูแลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการต้องพิจารณาความต้องการพิเศษของพันธุ์นี้อีกด้วย ด้วยลักษณะที่น่าประทับใจและนิสัยที่สนุกสนาน การดูแลแมวเบงกอลต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขาด้วย และเคล็ดลับการดูแลแมวเบงกอลที่จะทำให้เจ้าของแมวและเบงกอลมีชีวิตที่ดีด้วยกันมีดังนี้

– อาหารที่เหมาะสม: ให้แมวเบงกอลอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล โดยเลือกอาหารที่มีโปรตีนมากพอสมควร เน้นอาหารสดและอาหารเสริมที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพ

– การออกกำลังกาย: ให้เวลาให้แมวเบงกอลได้ทำกิจกรรมที่เสรีและมีสนุกสนาน เช่น เล่นกับของเล่น, เดินเล่น, หรือการเล่นกับเจ้าของ

– การตรวจสุขภาพ: สังเกตสุขภาพของแมวเบงกอลอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสุขภาพทุกๆ 6 เดือน และพาสูตรที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีอาการผิดปกติไปพบสัตวแพทย์

– การดูแลขน: แมวเบงกอลมีเส้นผมที่สวยงามและทรงพระจันทร์ ต้องการการแปรงเส้นผมอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดรอยต่อและร่วงหล่น

– สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเล่นและพักผ่อน รวมถึงที่นอนที่สะอาดและถูกใจ, กล่องทิ้งขยะ, และสถานที่ซ่อนหรือที่สงบเพื่อให้แมวมีพื้นที่ส่วนตัว

– ความรัก: สร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารด้วยการเล่นและการมีส่วนร่วมกันเพื่อให้เจ้าเหมียวมีจิตใจที่แข็งแรง

โรงที่ควรระวัง

โรงที่ควรระวัง

โรคที่เจ้าของแมวเบงกอลควรระวังได้แก่ โรคต้อกระจก, โรคจอตาเสื่อม, โรคสะบ้าเคลื่อน และโรคหัว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโรคจากพันธุกรรมของสายพันธุ์ อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันล่วงหน้าได้ด้วยการหมั่นพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ ซึ่งถ้าต้องมีการผ่าตัดก็ควรระมัดระวังให้มากเช่นกัน โดยเฉพาะการวางยาสลบที่อาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ และหากเกิดอาการรุนแรง อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าต้องการให้เจ้าเหมียวของเราอยู่กับเราไปนานๆ ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ก็ควรพาเจ้าเหมียวไปหาหมออย่างสม่ำเสมอเพื่อการเตรียมพร้อม หรือเมื่อมีอาการอะไรที่แปลกตา หรือเจ้าเหมียวมีการแสดงท่าทางแปลกๆ ก็ควรพาเขาไปหาหมอทันทีเพื่อที่จะได้รับการตรวจและรักษาได้ทันเวลา

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย