ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงแมวสายพันธุ์เมนคูน

สายพันธุ์ เมนคูน

สารบัญ

สำหรับการเลี้ยงแมวนั้น อย่างที่รู้กันว่าการเตรียมความพร้อม และข้อควรระวังสำหรับการเลี้ยงแมวนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่เพียงแค่ต้องเอาใจใส่และรักเจ้าเหมียวเท่านั้น แต่ในการเลี้ยงแมวในแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความแตกต่างกันออกไปเช่นกัน เนื่องจากความแตกต่างของสายพันธุ์ก็จะลักษณะนิสัย บุคลิกภาพที่แตกต่างกัน จึงทำแมวแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความต้องการที่แตกต่างกันเช่นกัน

และวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงแมวสายพันธุ์เมนคูนทั้งสำหรับผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้ว หรือผู้ที่สนใจในสายพันธุ์นี้อยู่ งั้นเราไปชมกันเลยดีกว่าครับ

1. การมีนิ้วเต็มไปหมด

1. การมีนิ้วเต็มไปหมด

แมวสายพันธุ์เมนคูนอาจเกิดภาวะนิ้วเกิน (Poludactyly) ได้ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาวะที่สามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่นได้จากยีนเด่น เนื่องจากโดยปกติแล้วเจ้าเหมียวจะมีนิ้วที่ขาหน้าจำนวน 5 นิ้ว และนิ้วที่ข้างหลังจำนวน 4 นิ้วจึงรวมทั้งหมดได้ 18 นิ้ว

แต่หากเจ้าเหมียวเกิดภาวะนี้ก็จะมีเกินกว่าที่แมวปกติทั่วไปมี โดยส่วนมากจะมีโอกาสพบที่นิ้วที่ขาหน้าจะมากกว่าที่ขาหลัง และภาวะนี้ยังเกิดกับแมวสายพันธุ์เมนคูนได้บ่อยอีกด้วย แต่ปัจจุบันมีน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก เนื่องจากแมวที่มีภาวะนี้จะไม่สามารถเข้าร่วมการประกวดเพื่อขึ้นทะเบียนได้ทำให้ไม่มีผู้เลี้ยงคนไหนเพราะพันธุ์แมวที่มีลักษณะแบบนี้แล้วในปัจจุบัน

2. ปัญหาหลังที่พบได้บ่อยในเมนคูน

2. ปัญหาหลังที่พบได้บ่อยในเมนคูน

แมวสายพันธุ์เมนคูนจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกล้ามเนื้อกระดูกสันหลังฝ่อ (Spinal Muscular Atrophy) ได้ง่ายกว่าแมวสายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากเกิดขึ้นจากการตายของเซลล์ประสาทไขสันหลังที่ไปกระตุ้นเนื้อกระดูกสันหลังและที่ขา ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นจะส่งผลให้เจ้าเหมียวมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงและฝ่อ และจะส่งผลให้เจ้าเหมียวเดินผิดปกติไปจากเดิม แต่ก็ถือว่ายังมีข้อดีเนื่องจากหากเจ้าเหมียวเป็นโรคนี้จะไม่ทำให้เจ้าเหมียวเจ็บปวดแต่อย่างใดและยังสามารถเลี้ยงในบ้านได้ปกติ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังสามารถตรวจความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้ผ่านดีเอ็นเออีกด้วย

3. เมนคูนมีขนที่หนามาก

3. เมนคูนมีขนที่หนามาก

เป็นที่ทราบกันดีว่าแมวสายพันธุ์เมนคูนนี้ได้วิวัฒนาการมาจากเมืองหนาว ทำให้มีขนหนาถึง 3 ชั้นด้วยกันซึ่งหากเปรียบเทียบกับคน คงเหมือนคนที่ใส่เสื้อกันหนาวชนิดหนาๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดโรคลมแดด (Heat Stroke) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยของเราที่เรียกได้ว่าร้อนสุดๆ นี้ก็อาจจะทำให้เจ้าเหมียวที่รักของเราเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

ฉะนั้นวิธีที่เราจะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคลมแดดนี้ได้คือ พยายามให้เจ้าเหมียวอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นๆ ไม่ควรอยู่ในที่ร้อนและอบอ้าวจนเกินไป และที่สำคัญยังต้องมีน้ำให้เจ้าเหมียวได้คลายร้อนตลอดเวลาเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังสามารถที่จะเลือกพาเจ้าเหมียวไปตัดแต่งขนได้บ้างนานๆ ครั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยวของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้

4. ปัญหาโรคหัวใจที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าเหมียว

4. ปัญหาโรคหัวใจที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าเหมียว

แม้ว่าแมวสายพันธุ์เมนคูนจะดูแข็งแรงเนื่องจากมีขนาดตัวที่ใหญ่มากก็ตาม แต่จริงๆ แล้วเจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้มักจะพบกับปัญหาโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Hypertrophic Cardiomyopathy) ซึ่งโดยปกติแล้วจะพบในแมวสายพันธุ์เมนคูนที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปมากกว่าแมวที่อายุน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้ก็ไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้ในทุกตัว ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงแมวสายพันธุ์เมนคูนควรทำ คือการพาเจ้าเหมียวที่เรารักไปตรวจดูปัญหาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีมากครับ

5. ข้อสะโพกที่พบได้บ่อยในเมนคูน

5. ข้อสะโพกที่พบได้บ่อยในเมนคูน

โรคนี้ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะกับสุนัขเท่านั้นเนื่องจากไม่ได้เกิดขึ้นกับแมวมากนัก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เนื่องจากมันสามารถพบได้บ่อยมากในแมวสายพันธุ์เมนคูนและมากกว่าแมวสายพันธุ์อื่นๆ ด้วย และมันคือ โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) นั่นเอง

ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยเมื่อแมวเป็นโรคนี้แล้วก็คือ เจ้าเหมียวจะไม่ยอมเดิน กระโดด หรือวิ่งเหมือนเมื่อก่อน ฉะนั้นเมื่อผู้เลี้ยงสังเกตเห็นอาการแบบนี้ก็ควรนำไปพบแพทย์ทันทีจะดีกว่านะครับ เพราะเจ้าเหมียวอาจจะเป็นโรคนี้อยู่ก็เป็นไปได้

6. น้ำเข้าหู

6. น้ำเข้าหู

เนื่องจากแมวสายพันธุ์เมนคูนเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะโครงสร้างที่ค่อนข้างใหญ่ไม่ว่าจะเป็นขนาดตัวที่ใหญ่ ใบหน้า หรือแม้แต่หูก็เช่นกันซึ่งสิ่งนี้อาจจะส่งผลให้น้ำเข้าไปได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น นอกจากนี้สายพันธุ์เมนคูนยังเป็นสายพันธุ์ที่ชอบเล่นน้ำมากกว่าแมวสายพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย ฉะนั้นในการอาบน้ำหรือพาเจ้าเหมียวเล่นน้ำ ผู้เลี้ยงควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้น้ำเข้าหู

อย่างที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าการดูแลแมวแต่สายพันธุ์นั้นมีความแตกต่างกันออกไป และยิ่งในแมวที่มีสายพันธุ์ที่พิเศษหรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มากกว่าสายพันธุ์อื่น ผู้เลี้ยงก็ยิ่งต้องควรเอาใจใส่และดูแลเจ้าเหมียวให้ดี ซึ่งนอกจากให้กินอาหารที่มีประโยชน์ที่เหมาะสมกับเขาแล้วยังควรใส่ใจเรื่องสุขภาพกายและสุภาพจิตของเขาด้วยเช่นกัน

ซึ่งเมื่อเจ้าเหมียวมีอาการที่เราผิดสังเกตหรือแบบที่เขาไม่เคยเป็น การพานำไปพบแพทย์ในทันทีเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ เนื่องจากเราอาจจะไม่สามารถดูออกได้ทั้งหมดว่าจริงๆ แล้วเจ้าเหมียวแสนรักของเราเป็นอะไรกันแน่ ฉะนั้นหากพาเจ้าเหมียวไปพบแพทย์ในทันทีก็จะได้สบายใจผู้เลี้ยงและสบายกายเจ้าเหมียวเองด้วยครับ เป็นอย่างไรกับบ้างครับกับสิ่งที่ผมนำมาแนะนำในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ 

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย