ขนมแมวเลียสุดโปรดของเจ้าเหมียว ของอร่อยสุดฟินที่ต้องจำกัด

ขนมแมวเลีย

สารบัญ

ขนมแมวเลียหรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นอาหารว่างของเจ้าเหมียวแสนรัก หากให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนกับเด็กๆ ที่ยังไงก็คงจะชอบไอศกรีมอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้นวัตถุประสงค์หลักของขนมแมวเลียนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเหมียวกับเจ้าของนั่นเอง

เนื่องจากเมื่อเราให้ขนมแมวเลียกับเจ้าเหมียวแล้ว แสนรักของเราก็จะกลายเป็นเจ้าเหมียวที่แสนดี ขี้อ้อน และอยู่กับที่ไม่วุ่นวาย อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่สามารถช่วยในเรื่องของการฝึกสอนพฤติกรรมต่างๆ ของเจ้าเหมียวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ฉะนั้นในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับขนมแมวเลียสุดโปรดของเจ้าเหมียวว่าขนมแมวเลียนี่ทำมาจากอะไรบ้าง มีประโยชน์อย่างไร พร้อมทั้งข้อควรระวังมาฝากกันด้วยครับ

ประโยชน์ของขนมแมวเลียคืออะไร 

ประโยชน์ของขนมแมวเลียคืออะไร 

อย่างที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าขนมแมวเลียนั้นถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอาหารว่างของเจ้าเหมียว นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ช่วยหลอกล่อเจ้าเหมียวให้ยอมทำตามคำสั่งโดยไม่ขัดขืน ทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเหมียวกับคุณได้เป็นอย่างดี

แม้จะบอกว่าขนมแมวเลียนั้นเป็นอาหารว่างของเจ้าเหมียว แต่ในขณะเดียวกันภายในขนมแมวเลียนี้ก็มีส่วนผสมคลี่คลายกับอาหารสำเร็จรูปที่เป็นอาหารมื้อหลักอยู่ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และไขมันต่างๆ แต่ในการปรุงอาหารนั้นก็จะมีการแต่งเติมรสและกลิ่นเพื่อกระตุ้นให้เจ้าเหมียวเกิดความอยากอาหารเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งในแต่ละแบรนด์ก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันออกไป

ส่วนในเรื่องของประโยชน์นั้นแม้จะมีการเติมสารอาหารลงไปให้เหมือนกับอาหารสำเร็จรูป แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่สามารถให้ขนมเปียกแทนอาหารมื้อหลักของเจ้าเหมียวได้เนื่องจากสารอาหารนั้นไม่ได้มีเพียงพอ แต่ในขณะเดียวกันขนมแมวเลียก็มีคุณประโยชน์เช่นกันอย่างเช่น ฟอสฟอรัสและแคลเซียมในเรื่องของการเสริมสร้างและฟันให้แข็งแรง แร่ธาตุสังกะสีที่ช่วยบำรุงเส้นขนและผิวหนังให้มีสุขภาพดี หรือแม้แต่ทอรีนที่ช่วยบำรุงในเรื่องของสายตาอีกด้วย

เจ้าเหมียวสามารถกินขนมแมวได้บ่อยแค่ไหน?

เจ้าเหมียวสามารถกินขนมแมวได้บ่อยแค่ไหน?

อย่างที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าแม้ขนมแมวเลียจะมีการเติมสารอาหารให้เหมือนกับอาหารมื้อหลักสำเร็จรูป แต่ในความเป็นจริงนั้นมันก็ไม่ใช่อาหารมื้อหลักอยู่ดี ฉะนั้นแล้วคุณจึงควรรักษาอาหารมื้อหลักของเจ้าเหมียวของคุณเอาไว้ และให้ขนมแมวเลียอยู่ที่ 20% ของแคลอรีที่เจ้าเหมียวต้องการต่อวัน

ซึ่งจริงๆ แล้ววิธีการให้และสัดส่วนจำนวนครั้งที่ควรให้สำหรับขนมแมวเลียแต่ละแบรนด์ก็จะมีการเขียนกำกับไว้บนแพ็กเกจอยู่เสมอ เนื่องจากหากคุณให้ปริมาณแคลอรีมาตรฐานต่อวันให้ตรงกับความต้องการของแมว ก็จะส่งผลให้เจ้าเหมียวของคุณมีสุขภาพที่ดีและเหมาะสม

ประมาณที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่ 80 กิโลแคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น เนื้อของคุณมีน้ำหนักอยู่ที่ 3 กิโลกรัม ก็ควรจะต้องได้รับแคลอรีอยู่ที่ 240 กิโลแคลอรีต่อวัน ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรให้อาหารว่างหรือขนมแมวเลียกับเจ้าเหมียวอยู่ที่วันละไม่เกิน 48 กิโลแคลอรีนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม การให้แคลอรีที่เหมาะสมหรือตามความต้องการของเจ้าเหมียวก็จะแตกต่างกันไปตามสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ ประเภทของสายพันธุ์แมวนั้นๆ หรือแม้กระทั่งปริมาณการออกกำลังกายของเจ้าเหมียวเองด้วย

ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ หากเจ้าเหมียวของคุณไม่กินอาหารหลักเลย นั่นแปลว่าคุณอาจจะให้ขนมแมวเลียกับเขามากจนเกินไป สิ่งนี้จึงต้องงดขนมแมวเลีย เนื่องจากหากเจ้าเหมียวไม่ยอมกินอาหารแห้งเป็นหลักแล้วล่ะก็ สิ่งเหล่านี้ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าเหมียวได้

ดังนั้นการรักษาปริมาณ และความถี่ของการให้ขนมแมวเลียก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักถึง หากให้มากจนเกินไปก็ทำให้ไม่กินอาหารหลัก แต่หากจะไม่ให้เลยคงจะไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นแล้วการรักษามาตรฐานเพื่อให้เจ้าเหมียวมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญครับ

วิธีการเลือกขนมแมวเลียที่เหมาะสม

วิธีการเลือกขนมแมวเลียที่เหมาะสม

– ควรเลือกขนมแมวเลียที่รู้จักที่มาที่ไป หากคุณซื้อขนมแมวเลียที่ไม่มียี่ห้อ ก็จะไม่สามารถรับรู้ถึงส่วนผสมและต้นตอผู้ผลิตได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพของเจ้าแมวเช่นกัน

– ควรพิจารณาและสังเกตให้ดีว่าเจ้าเหมียวของเรานั้นแพ้ต่อสิ่งใดหรือไม่เนื่องจากหากเราซื้อขนมแมวเลียที่มีส่วนผสมที่เจ้าเหมียวกินแล้วแพ้ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่น แมวบางตัวอาจมีอาการแพ้ไก่ฉะนั้นเมื่อกินไก่แล้วก็อาจจะทำให้มีอาการท้องเสีย อาเจียน ขนร่วง และคันได้

– ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเจ้าเหมียว เช่น หากเจ้าเหมียวของคุณมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องไต ฉะนั้นคุณก็ไม่ควรที่จะเลือกขนมแมวเลียที่มีส่วนผสมของเกลือ โซเดียม วัตถุกันเสีย และฟอสฟอรัสเป็นต้น

– นอกจากการคิดถึงรสชาติที่ถูกปากของเจ้าเหมียวแล้ว สิ่งที่ควรคิดถึงอีกอย่างก็คือคุณค่าทางสารอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าเหมียวด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขนมแมวเลียที่มีแคลเซียมหรือฟอสฟอรัสเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง หรือแม้แต่การเลือกขนมแมวเลียที่มีส่วนผสมของไฟเบอร์เพื่อช่วยในเรื่องของการขับถ่ายให้ดีก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกันครับ

– ก่อนการซื้อนั้นผู้เลี้ยงควรจะตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของขนมแมวเลียให้ดีว่าอยู่ในสภาพที่ดีอยู่หรือไม่ เช่น ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีรอยแงะ หรือแม้แต่วันหมดอายุก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันครับ

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย