3 สายพันธุ์สุนัขสุดคิ้วท์ขนาดเล็กยอดนิยม

สายพันธุ์สุนัขสุดคิ้วท์

สารบัญ

หากคุณกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงภายในบ้านอย่างน้องหมาน่ารักๆ แต่ว่ากำลังกังวลเรื่องพื้นที่ภายในที่มีค่อนข้างจำกัดหากจะเลี้ยงสุนัขตัวโตก็คงจะไม่สะดวกนัก ทั้งยังมีเรื่องปัจจัยต่างๆ ให้ต้องคำนึงถึงอีกไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การอยู่อาศัย บริเวณที่ขับถ่าย พื้นที่ที่เหมาะสมกับการวิ่งเล่นของสุนัขเนื่องจากสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความต้องการในเรื่องการเดินเล่น วิ่ง และออกกำลังที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นการเลือกสุนัขพันธุ์เล็กที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ที่มากนักจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตามสุนัขพันธุ์เล็กนั้นก็มีให้เลือกอย่างมากมาย ฉะนั้นในบทความนี้ผมจึงได้รวบรวมสุนัขสุดคิ้วท์ขนาดเล็ก 3 สายพันธุ์มาฝากกันด้วยนอกจากนี้ผมยังนำวิธีการดูแลและเลี้ยงดูมาฝากกันอีกด้วยครับ

1. สุนัขสายพันธุ์ชิสุ (Shih tzu)

1. สุนัขสายพันธุ์ชิสุ (Shih tzu)

ผมเชื่อว่าต้องมีหลายคนแน่ๆ ที่ตกหลุมรักเจ้าสุนัขสายพันธุ์ชิสุนี้ เนื่องจากภาพลักษณ์ที่มีดวงตากลมโตสุดแบ๊ว มีขนยาวสลวยที่ดูสง่างาม ขนาดเล็กสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ทั้งยังมีนิสัยเป็นมิตร ขี้เล่น และขี้อ้อนและด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ผู้คนต่างหลงรักได้ไม่ยากเลย นอกจากนี้เขายังเป็นสุนัขที่ชอบการเป็นส่วนรวมในกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย เนื่องจากเขาไม่ชอบการถูกทิ้งไว้อยู่คนเดียวในบ้านฉะนั้นจึงทำให้เขาค่อนข้างติดเจ้าของมากทีเดียว โดยขนาดชิสุจัดอยู่ในสุนัขขนาดเล็กกลุ่มทอยซึ่งจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 4.5-7.5 กิโลกรัม และส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 25-27 เซนติเมตร

การเลี้ยงดูสุนัขสายพันธุ์ชิสุนั้นโดยหากเลี้ยงดูดี และมีอาหารที่เหมาะสมนั้นจะสามารถช่วยให้ชิสุมีอายุยืนยาวได้นานถึง 10-18 ปีเลยทีเดียว โดยโรคที่สามารถพบได้มากในชิสุนั้นก็คือ โรคตาแห้ง โรคหูน้ำหนวก หูอักเสบ ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรจะต้องดูแลและหมั่นทำความสะอาดตาและหูของชิสุอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของสุนัขโดยเฉพาะ ส่วนโรคอื่นๆ ที่สามารถพบได้ในชิสุได้เช่น โรคนิ่ว โรคไต และโรคไส้เลื่อน

และหากเราดูด้วยรูปลักษณ์ของสุนัขสายพันธุ์ชิสุแล้วจะพบว่าสิ่งที่โดดเด่นอย่างมากของเขาคือ ขนที่สลวยของเขานั้นเอว แต่เนื่องจากขนของชิสุนั้นมีขนที่เส้นเล็กและสามารถพันกันได้ง่ายฉะนั้นแล้วผู้เลี้ยงจึงควรดูและในส่วนนี้เป็นพิเศษ ด้วยการแปรงขนอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ผิวหนังและขนสลวยและเงางามอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแปรงขนแล้วยังเป็นการช่วยนวดต่อมน้ำมันโคนขนเพื่อให้ขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนได้มากขึ้นอีกด้วย หากไม่ได้ดูแลให้ดีนั้นอาจจะทำให้เป็นโรคผิวหนังได้

2. ปอมเมอเรเรียน (Pomeranian)

2. ปอมเมอเรเรียน (Pomeranian)

แน่นอนว่าต้องมีหลายคนที่รู้จักกับสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเรียนอย่างแน่นอน เนื่องจากหากจะพูดถึงสุนัขที่มีขนฟู ตัวเล็กๆ ตาแบ๊วๆ เป็นประกายแล้วก็ละก็คงไม่พ้นปอมเมอเรเรียนอย่างแน่นอน แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ สุนัขตัวเล็กดูบอบบางแบบนี้จริงๆ แล้วมีต้นตระกูลลากเลื่อนจากประเทศไอซ์แลนด์และเลปแลนด์ และเมื่อดูที่รูปลักษณ์ของปอมเมอเรเรียนแล้วจะเห็นว่าเขาเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด โดยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.7-2.5 กิโลกรัม และแม้จะเป็นสุนัขที่ตัวเล็กแต่ก็ถือว่าเป็นสุนัขที่มีความว่องไวมากทีเดียว

ซึ่งโดยพื้นฐานของปอมเมอเรเรียนแล้วจะมีนิสัยที่ตื่นตัวอยู่เสมอ เห่าเก่ง อวดดี และมีนิสัยที่อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ และถือว่าเป็นสุนัขที่มีชีวิตชีวาอย่างมาก ส่วนในเรื่องของการเลี้ยงดูนั้น สิ่งที่ต้องดูและเป็นพิเศษก็คือขนเช่นกัน เนื่องจากขนของปอมเมอเรเรียนมีลักษณะที่ค่อนข้างหนา ฉะนั้นจึงควรได้รับการแปรงขนทุกวันหรืออาทิตย์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้ยังควรที่จะเล็มขนเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ขนยาวจนเกินไปอีกด้วย แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรอาบน้ำให้บ่อยจนเกินไปเนื่องจากจะทำให้ขนและหนังของปอมเมอเรเรียนแห้งจนเกินไปจากการขาดน้ำมันมาหล่อเลี้ยง

และนอกจากนี้แล้วอีกสิ่งที่ควรดูแลเป็นพิเศษคือ ฟัน นั่นเองเนื่องจากสุนัขปอมเมอเรเรียนสามารถฟันผุได้ง่ายและสุขภาพเหงือกก็ไม่ดีง่ายเช่นกัน ฉะนั้นการดูแลสุขภาพฟันและเหงือกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรต้องหมั่นทำความสะอาดฟันให้เป็นประจำ และควรให้กินอาหารชนิดแห้งเพื่อลดปัญหาสุขภาพฟังที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย

3. พุดเดิ้ล (Poodle)

3. พุดเดิ้ล (Poodle)

สุนัขสายพันธุ์พุดเดิ้ลขึ้นชื่อในเรื่องของความฉลาดเนื่องจากการฝึกง่าย สอนง่าย และขี้อ้อนแถมยังเลี้ยงง่ายจึงทำให้สุนัขพุดเดิ้ลได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว และในประเทศไทยเราก็เช่นกันเนื่องจากพุดเดิ้ลมีขนาดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่แถมยังเป็นสุนัขที่มีชีวิตชีวา รักสวยรักงาม และสามารถเรียนรู้กับสิ่งรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว และนอกจากพุดเดิ้ลถูกจัดอยู่ในสุนัขประเภทสวยงามเนื่องจากดวงตากลมโต หูที่ห้อยลงมาปิดแก้ม ขนหยิกสั้นที่ดกสวยและเงางามจึงทำให้พุดเดิ้ลเป็นสุนัขที่สวยงามอย่างมาก

ส่วนในการเลี้ยงดูพุดเดิ้ลนั้น สิ่งที่ควรดูแลเป็นพิเศษก็คือ ตาเรื่องจากในพุดเดิ้ลมักจะพบปัญหาเรื่องร่องน้ำตาที่สามารถเห็นได้ชัดซึ่งจุดนี้เหล่าคาบน้ำตาและสิ่งสกปรกสามารถเข้าไปหมักหมมได้ง่าย ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรที่จะเช็ดและคอยทำความสะอาดอยู่เสมอทุกวัน เนื่องจากหากทิ้งไว้นานและไม่หมั่นทำความสะอาดอาจทำให้คราบนั้นฝังแน่นอย่างถาวรได้ นอกจากหนี้ยังควรขยันตรวจดูดวงตาของพุดเดิ้ลว่ามีฝ้าสีขาวๆ รอยแผล หรือรอยขีดข่วนบ้างหรือไม่อีกด้วย

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย