โรคของสุนัขที่มากับหน้าหนาวที่คุณควรรู้

สุนัข

สารบัญ

หน้าหนาวกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เข้าทุกทีแม้ประเทศไทยจะยังมีอากาศร้อนถึงร้อนมากอยู่ดี แต่ในช่วงเช้าก็ยังถือว่ามีความเย็นอยู่บ้างเช่นกันครับ ฉะนั้นแล้วในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมารู้จักกับโรคของสุนัขที่มากับหน้าหนาวที่ผู้เลี้ยงทุกคนควรทราบ

เนื่องจากในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้สุขภาพของสุนัขถือว่าเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างมากครับ ซึ่งเราจะพบว่าสุนัขจะมักป่วยได้ง่ายในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะกับสุนัขที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัขแก่ ลูกสุนัข หรือแม้แต่สุนัขที่มีโรคประจำตัวหรือมีร่างกายที่อ่อนแอก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลเช่นกัน เนื่องจากสุนัขกลุ่มเหล่านี้สามารถป่วยได้ง่าย ฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่าโรคที่มากับหน้าหนาวสำหรับสุนัขเหล่านี้มีโรคอะไรกันบ้าง

1. ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia)

1. ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia)

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia) สำหรับสุนัขหมายถึง การที่สุนัขมีอุณหภูมิภายในร่างกายต่ำกว่า 37 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นผลมาจากที่ร่างกายของสุนัขสูญเสียความร้อนออกไปไม่ว่าจะเป็นการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัด หรือแม้แต่เกิดจากความเจ็บป่วยของร่างกายเอง สิ่งเหล่านี้ก็สามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในด้านการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายทำงานปกติได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากการที่ได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้เช่นกัน เช่น การได้รับการวางยาสลบขณะที่ทำการผ่าตัดเนื่องจากยาสลบจะเข้าไปกดการทำงานของ Hypothalamic thermoregulary center ของร่างกายซึ่งสิ่งนี้ก็จะทำให้อุณหภูมิร่างกายของสุนัขสามารถต่ำลงได้เช่นกัน

แต่เราต้องทราบก่อนว่าสุนัขแต่ละตัวและแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความสามารถในการปรับตัวหรือในการรับมือกับสภาพอากาศหนาวแตกต่างกันออกไป อย่างเช่นลูกสุนัขที่ยังมีระบบการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายยังไม่ดีเท่ากับสุนัขที่โตพร้อมทั้งยังมีอุณหภูมิร่างกายที่ต่ำกว่าสุนัขทั่วไป ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ลูกสุนัขมักสูญเสียความร้อนไปกับการระเหยความร้อนออกไปไม่ว่าจะด้วยการหายใจหรือการสัมผัสที่เย็นๆ ซึ่งหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหนาวก็จะมีโอกาสที่เสี่ยงทำให้เกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำได้ง่ายนั่นเองครับ

อาการ

อาการของสุนัขที่กำลังเป็นภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำจะมีอาการสั่น นอนขดตัว ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือไม่ขยับร่างกายไปไหน เรือสุนัขบางตัวอาจมีเหงือกเครียดลงหรือเป็นสีม่วงคล้ำได้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้รับการรักษา

และเมื่อใดที่อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่า 32 องศาเซลเซียสก็จะทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายล้มเหลว และส่งผลให้การทำงานของหัวใจเต้นช้าลงหรือเต้นผิดจังหวะ และอัตราการหายใจลดลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ออกซิเจนในเลือกต่ำและมีภาวะเลือดเป็นกรดทำให้เกิดประสาทผิดปกติ โดยจะเริ่มไปตั้งแต่มีอาการซึมเศร้า โคม่า จนสุดท้ายก็สามารถช็อกและเสียชีวิตได้ครับ

การรักษา

ในการรักษาเบื้องต้นนั้นสามารถทำได้ด้วยการรีบย้ายสุนัขไปยังที่ที่อบอุ่น ซึ่งหากตัวของสุนัขชื้นหรือเปียกน้ำการเช็ดตัวและเป่าให้แห้ง จากนั้นให้รีบเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายของสุนัขด้วยการนำผ้าหนาๆ มาห่มไว้ แต่หากยังไม่ดีขึ้นให้นำถุงน้ำอุ่นหรือขวดน้ำอุ่นห่อด้วยผ้าขนหนูมาประคบบริเวณท้อง อก หรือรักแร้

แต่ในการช่วยเหลือเบื้องต้นนี้ควรที่จะเพิ่มอุณหภูมิให้สุนัขอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไปจนกว่าอุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะกลับมาเป็นปกติ เมื่อการรักษาเบื้องต้นไปแล้วและสุนัขไม่ตอบสนองเลยภายใน 30 ถึง 60 นาที แถมยังอุณหภูมิร่างกายไม่สูงขึ้นก็ควรพาสุนัขไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด

2. โรคหลอดลมอักเสบติดต่อหรือโรคหวัด

2. โรคหลอดลมอักเสบติดต่อหรือโรคหวัด

โรคหลอดลมอักเสบติดต่อเรือโรคหวัดนี้เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจซึ่งส่วนมากจะพบจากพวกเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส โดยปกติแล้วหากถึงในฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศที่แห้งก็จะทำให้ร่างกายสูญเสียความชุ่มชื้น จากนั้นระบบร่างกายก็จะมีการปกป้องเชื้อโรคตามธรรมชาติ

แต่แน่นอนว่าเมื่อสภาพแวดล้อมหรือสภาพอุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายสุนัขลดลงได้เช่นกัน ฉะนั้นเมื่อทางเดินหายใจขาดความชุ่มชื้นก็จะทำให้สามารถติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งในโลกนี้นอกจากกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัข สุนัขที่มีร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว และสุนัขแก่แล้วก็ยังสามารถพบได้ในสุนัขที่เป็นสายพันธุ์หน้าสั้นได้ด้วยเช่นกัน แต่สุนัขที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคให้ครบถ้วนก็สามารถเป็นได้ด้วยเช่นกัน

แม้ว่าระบบทางเดินหายใจของสุนัขจะมีกลไกเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่เข้าไปอยู่แล้ว แต่หากร่างกายของสุนัขเกิดความเครียด อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงหรือแม้แต่มีการติดเชื้อไวรัสก็จะทำให้กลไกสามารถหยุดทำงานได้และทำให้เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

อาการ

สุนัขที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการป่วยหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 3 ถึง 10 วัน และสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นหวัดก็จะมีขี้ตา มีน้ำมูก ตาแดงหรืออักเสบ และยังมีอาการไอร่วมด้วย ซึ่งบางตัวก็จะมีอาการไอแบบมีเสมหะจนบางครั้งก็จะมีการทำถ้าขากเสลดคล้ายจะอาเจียนด้วย ในช่วงต้นหรือในส่วนใหญ่ที่พบสุนัขก็จะยังคงมีความสดใส ร่าเริง และสามารถกินอาหารได้ตามปกติ แต่สำหรับสุนัขบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการซึมจากพิษไข้ เบื่ออาหาร ปอดบวม และทำให้หายใจลำบากได้เช่นกันครับ

การรักษา

ในการรักษาหากสุนัขมีอาการป่วยที่ไม่รุนแรงก็จะสามารถหายป่วยได้เองภายใน 7 ถึง 10 วัน แต่ในช่วงการรักษานี้สุนัขก็ควรที่จะได้รับการพักผ่อนที่เต็มที่ทั้งในเรื่องของอาหารและน้ำที่เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ สำคัญคือควรให้สุนัขอยู่ในที่ที่มีความอบอุ่น ไม่ควรให้นอนบนพื้นที่เย็นและชื้น นอกจากนี้ยังไม่ควรนอนตากแอร์หรือว่าเปิดพัดลมให้ลมโกรก หรือผู้เลี้ยงอาจจะหาเสื้อมาสวมใส่ให้สุนัขเพื่อความอบอุ่นแก่ร่างกายก็ได้เช่นกันครับ

แต่สำหรับสุนัขบางตัวที่มีเสมหะร่วมด้วย ผู้เลี้ยงก็สามารถช่วยสุนัขได้ด้วยการ “ตบอก” วันละ 3 ถึง 4 ครั้ง โดยการทำฝ่ามือให้โค้งเป็นรูปถ้วย จากนั้นตบลงบริเวณหนังซี่โครงช่วงอกด้วยแรงที่พอเหมาะพอดีซึ่งไล่จากช่วงท้ายไปช่วงต้นทำเหมือนกับการตีกลองด้วยมือ นี้ก็จะช่วยให้สุนัขไอ้และสามารถขับเสลดออกมาได้ แต่อย่างไรก็ตามหากสุนัขไม่ได้มีอาการที่ดีขึ้นผู้เลี้ยงก็ควรพาสุนัขไปพบแพทย์ทันที

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย