การเลือกสุนัขพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มาเลี้ยงต้องดูอย่างไรบ้าง?

การเลือกสุนัขพันธุ์

สารบัญ

การเลือกเลี้ยงสุนัขนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งควรพิจารณาจากอุปนิสัยอารมณ์ของสุนัข สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับสุนัขแต่ละสายพันธุ์ และเหตุผลที่ผู้เลี้ยงควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกสุนัขมาเลี้ยงสักตัวนั้นก็เนื่องจากที่เราเห็นได้จากสุนัขที่ถูกทอดทิ้งทั่วไปหรือแม้แต่ที่ถูกเทศบาลกำจัดในแต่ละปีนั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้ามากและแน่นอนว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ หากผู้เลี้ยงเลือกสุนัขที่เหมาะสมตั้งแต่แรก

สำหรับแหล่งที่มาในการรับเลี้ยงสุนัขนั้นก็มีอย่างมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อจากฟาร์มหรือคอที่มีมาตรฐานการเลี้ยงที่เหมาะสมและน่าเชื่อถือ ซึ่งทางที่ดีควรได้เห็นสถานที่เลี้ยงด้วยตาตัวเองเนื่องจากเราจะได้ดูได้กับตาว่ามีความน่าเชื่อถือจริงหรือไม่ การที่เราไปเห็นกับตายังมีข้อดีที่เราสามารถเห็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ของสุนัขได้ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นถึงสภาพการเลี้ยงดู ความสะอาด ความเหมาะสมในการเลี้ยงดูว่าน่าซื้อหรือไม่

ในการเลือกสุนัขมาเลี้ยงที่ถูกต้องนั้นผู้เลี้ยงควรเลือกลูกสุนัขที่มีอายุอย่างน้อย 8 สัปดาห์ เนื่องจากยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งเลี้ยงยากทั้งยังมีปัญหามากอีกด้วย และยิ่งเป็นสุนัขที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2 เดือนนั้นยิ่งดีเนื่องจาก จะสามารถเลี้ยงดูได้ง่าย มีโอกาสรอดมากซึ่งจะเหมาะสมมากสำหรับผู้ที่เลี้ยงสุนัขเป็นครั้งแรก

และในการเลือกสุนัขผู้เลี้ยงควรเชื่อตัวเองให้มากและควรตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม้ควรเชื่อคำโฆษณาของผู้ขายมากจนเกินไป แน่นอนว่าข้อมูลจากผู้ขายจะเป็นเครื่องมือที่เราใช้ในการตัดสินใจในขั้นแรก แต่การเลือกสุนัขที่เราจะเอามาเลี้ยงนั้นต้องมีสุขภาพดีเป็นพื้นฐานซึ่งสิ่งนี้ต้องดูจากลักษณะภายนอก รวมไปถึงลักษณะท่าทางและอารมณ์ โดยมีดังนี้

1. ลักษณะภายนอกที่ดี

1. ลักษณะภายนอกที่ดี

ซึ่งสิ่งนี้หมายถึงรูปร่าง หน้าตา รวมไปจนถึงความสมบูรณ์ที่ครบถ้วนและถูกต้องของอวัยวะต่างๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสามารถใช้มือตรวจจับได้ คือ

– ศีรษะ: ให้ใช้มือจับลูบดู พร้อมกับให้ดูด้วยตา และพิจารณาว่าศีรษะ 2 ข้างเท่ากันหรือไม่ มีรอยบุบหรือบวมข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่

– ตา: เมื่อดูตาแล้วพบว่าตา 2 ข้างมีขนาดที่เท่ากันซึ่งไม่ควรตาเหล่และไม่เข ดวงตาต้องมีประการสดใสที่มีความสนใจกับสิ่งรอบข้างอยู่เสมอหากเป็นเช่นนี้แสดงว่าสุนัขมีความปกติและตื่นตัวได้ดี แต่หากเจอสุนัขที่มีแววตาไม่เป็นประการดูเศร้าๆ มีขี้ตาเกรอะกรัง หรือหรี่ตาตลอดเวลาสิ่งเหล่านี้แสดงว่าสุนัขอาจจะกำลังป่วยอยู่ หรือพึ่งหายป่วยก็เป็นได้

– หู: ควรตรวจดูหูให้ทั่วทั้งซอกหูด้านหลังและด้านใน รวมทั้งใบหูต้องมีรูปร่างที่ปกติ ไม่ขรุขระหรือเป็นแผลใดๆ แต่หูจะต้องสะอาดซึ่งสิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่บอกถึงความรักและความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังควรลองเรียกหรือปรบมือดู ว่ามีการหันตามเสียงได้ถูกต้องหรือไม่

– จมูก: จมูกที่ดีควรเรียบ ชื้นเป็นมัน แต่ไม่ฉ่ำเยิ้มเป็นน้ำ หากจับแล้วจมูกมันและเย็นแสดงว่าสุนัขมีความปกติแข็งแรงดี แต่หากจับแล้วแห้ง มีน้ำมูกข้นหรือใสนั้นแสดงว่าลูกสุนัขกำลังไม่สบายอยู่ และควรลองยื่นมือให้เขาดมดูว่าเขาดมหรือไม่

– ปากและฟัน: ปากไม่ควรมีรอยฉีกแหว่ง หรือมีความไม่สมดุลระหว่างปาก 2 ข้าง เมื่ออ้าปากดูและเหงือกต้องมีสีชมพูสดใส หากมีสีขาวซีดแสดงว่าเป็นโรคโลหิตจาง นอกจากนี้การเรียงตัวของฟันก็ควรสบกันพอดีและเหมาะสม

– ผิวหนัง: ผิวหนังต้องมีความกระชับหรือยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าจบผิวหนังบริเวณไหนก็ควรดึงและสามารถคลายตัวได้ทันที และต้องไม่มีรังแค สะเก็ดหรือปุ่มตามผิวหนัง แต่หากจับและหนังไม่มีความยืดหยุ่นเมื่อดึงและไม่คลายกลับหรือคลายกลับช้าแสดงว่าสุนัขป่วยหรืออยู่ในสภาวะขาดน้ำมากนั่นเอง

– ขน: ขนสุนัขควรประกายเงางามและอ่อนนุ่ม ไม่ควรแห้งหยาบกร้านและไม่ควรร่วงมากจนผิดปกติ

– ลำตัว: ลำตัวควรได้รูปทรงกลมรูปกระบอง โดยช่วงอกควรมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ไหล่ทั้ง 2 ข้างมีความสมดุล จับแล้วต้องไม่รู้สึกว่าผอมจนเกินไปซึ่งหากผอมไปอาจแสดงว่ามีพยาธิมากก็เป็นได้

2. ท่าทางและอารมณ์

2. ท่าทางและอารมณ์

ลูกสุนัขที่ดีต้องยืนอย่างมั่นคง สังเกตเวลาเดินแล้วจะมีความสมดุลในขาทั้ง 4 ข้าง และลูกสุนัขที่ดีควรมีความร่าเริง ขี้เล่น มีความแจ่มใส อยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ นอกจากนี้เมื่อลองวิ่งและต้องมีความคล่องแคล่ว สามารถเปลี่ยนทิศทางหรือหยุดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจริงๆ แล้วนิสัยของสุนัขที่เหมาะสมนั้นจะไม่ได้บอกว่าสุนัขป่วยหรือไม่นอกจากเขาจะมีอาการซึมเท่านั้น

แต่การเลือกเลี้ยงสุนัขจากนิสัยนั้นขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงแต่ละคนด้วยเช่นกัน เนื่องจากหากผู้เลี้ยงมีความขี้เล่นและแอคทีฟตลอดเวลา การเลือกสุนัขที่มีความร่าเริง ขี้เล่น และแอคทีฟก็จะเหมาะสมมาก แต่หากผู้เลี้ยงที่ไม่มีความแอคทีฟมากแต่ชอบนอนมากกว่าการเลี้ยงสุนัขที่มีความขี้เกียจหน่อยก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เนื่องจากหากนิสัยของผู้เลี้ยงและสุนัขนั้นคล้ายกัน ก็จะสามารถเลี้ยงและเข้าใจได้ง่ายเช่นกัน

3. พันธุ์ประวัติ

3. พันธุ์ประวัติ

ในปัจจุบันในการซื้อขายสุนัขในส่วนใหญ่ ผู้ซื้อมักจะถามหาใบประวัติพันธุ์หรือที่เรียกว่าในเพดดิกรีจากผู้ขาย เนื่องจากใบนี้จะสามารถรับรองได้ตั้งแต่ชื่อพันธุ์ของสุนัข สี เพศ วันเดือนปีเกิด ชื่อเจ้าของสุนัข ใครเป็นผู้ดูแลจัดการผสมพันธุ์ ทั้งยังรวมไปจนถึง พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา และยายของสุนัขตัวนี้อีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อทราบว่ามีเลือดที่ดีมาก โดยที่ไม่มีเลือดใกล้หรือเลือดชิดที่ทำให้สายพันธุ์เสียหายได้เลย

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย