การดูแลสุนัขเมื่อคลอด

การดูแลสุนัขคลอด

สารบัญ

เมื่อผู้เลี้ยงต้องการผสมพันธุ์สุนัขจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลให้ดี เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่สุนัขและลูกสุนัขเอง โดยสุนัขจะเริ่มมีพฤติกรรมติดสัดเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ฉะนั้นก่อนทำการผสมผู้เลี้ยงจึงควรบำรุงพ่อพันธุ์ด้วยการให้กินโปรตีนมากๆ ซึ่งได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อ หรือไข่ และควรพาพ่อพันธุ์ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป เนื่องจากสุนัขที่แข็งแรงก็จะสามารถผลิตตัวอสุจิที่แข็งแรงได้ ทำให้มีลูกได้หลายตัว

ส่วนสุนัขตัวเมียก่อนที่จะทำการผสม ก็ควรดูแลให้มีสุขภาพที่ดี ซึ่งการเลี้ยงและดูแลแม่พันธุ์นั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากความสมบูรณ์ของแม่จะส่งผลต่อลูกสุนัขได้โดยตรง ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรบำรุงแม่พันธุ์ให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนทั้งโปรตีน เกลือแร่ และวิตามินอย่างเช่นวิตามินอีที่มีผลต่อการสืบพันธุ์และทำให้มีโอกาสในการผสมติดได้มากขึ้นด้วย

แต่ไม่ควรเลี้ยงให้อ้วนจนเกินไปเนื่องจากจะส่งให้ผลสำเร็จน้อย แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรผสมเลยทันทีที่แม่พันธุ์เริ่มมีการเป็นสัดครั้งแรกเนื่องจากความสมบูรณ์ของร่างกายยังไม่เต็มที่มากนัก ควรเว้นไว้สัก 2 รอบของการเป็นสัดจึงค่อยทำการผสมเพื่อรอให้ร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ ฉะนั้นวันนี้ผมจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจถึงการดูแลสุนัขในช่วงระยะต่างๆ ในระหว่างที่คลอดไปจนถึงหลังการคลอดแล้วว่าควรดูแลอย่างไรบ้าง โดยผมได้แยกหัวข้อดังนี้

การผสมพันธุ์สุนัข

การผสมพันธุ์สุนัข

ในการผสมที่ดีนั้นควรเริ่มผสมประมาณวันที่ 10 -14 หลังการเป็นสัดคือในระยะที่ 2 ของการเป็นสัดนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วการผสมจะผสมครั้งเดียวก็พอ แต่ส่วนใหญ่แล้วหากต้องการให้ได้ผลแน่ๆ ก็จะทำการผสม 2 ครั้งโดยห่างกัน 24 ชั่วโมง หากในการผสมดูแล้วตัวผู้มีประสบการณ์สามารถทำเองได้ก็ปล่อยให้ทำเองตาธรรมชาติ แต่หากตัวผู้ไม่มีประสบการณ์ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงต้องค่อยนำทางบ้างเป็นบางครั้งจนกว่าจะสำเร็จ

ในการนำสุนัขตัวเมียไปผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่อยู่ห่างไกลกัน ควรนำไปก่อนที่จะมีกำหนดผสมประมาณ 7 วันเพื่อให้สุนัขได้ทำความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปรวมถึงสุนัขตัวผู้ด้วยเช่นกัน และหลังจากที่ทำการผสมแล้ว 4 วันก็ควรทำการถ่ายพยาธิอีกครั้ง

เมื่อสุนัขตั้งท้อง

หากสุนัขท้องแล้วจะสามารถสังเกตได้หลังจากการทำการผสมแล้ว 1 เดือนคือสุนัขจะมีเต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้นและมีบริเวณช่องท้องชายโครงจะกางออกอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อผ่านไปเดือนครึ่งแม่สุนัขจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ คือ จะไม่กระโดดโลดเต้นเหมือนแต่ก่อน จะนิ่งขึ้น สงบลง เนื่องจากแม่สุนัขจะกินมากขึ้นทำให้ท้องโตและก็จะส่งผลให้เขานอนมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งในระหว่างที่เขาท้องนี้ผู้เลี้ยงไม่ควรลูบคลำบีบบริเวณท้อง หรือแม้แต่การอาบน้ำก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเมื่อสุนัขท้องอุณหภูมิของร่างกายจะเปลี่ยนไป ซึ่งหากอาบน้ำอาจทำให้แม่สุนัขแท้งลูกก็เป็นได้เช่นกัน

ส่วนในเรื่องของอาหาร ผู้เลี้ยงควรให้ในปริมาณที่พอดีและเพียงพอสำหรับแม่สุนัขและลูกในท้อง แต่ไม่ควรให้มากจนเกินไปจนทำให้แม่สุนัขอ้วนเนื่องจากจะส่งผลให้เขาคลอดยาก และเมื่อ 7 วันก่อนการคลอดผู้เลี้ยงควรให้อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันและวิตามิน ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ในปริมาณที่เพียงนั่นแปลว่าต้องเพิ่มจากเดิมขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากในระยะนี้ลูกสุนัขที่อยู่ในท้องจะมีการเจริญเติบโตและมีการพัฒนาที่รวดเร็ว

การคลอด

การคลอด

โดยทั่วไปแล้วสุนัขจะตั้งท้องนานถึง 58-63 วัน และเมื่อถึงช่วงก่อนกำหนดคลอด สุนัขจะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร ขุดคุ้ยหรือหาที่ทางเพื่อคลอด หัวนมจะขยายใหญ่และอาจมีน้ำนมไหลออกมาด้วย บางครั้งอาจจะมีน้ำเมือกใสๆ ซึมออกมาจากช่องคลอดด้วย และเมื่อถึงกำหนดคลอดลูกสุนัข แม่สุนัขจะทำการเบ่งอยู่ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง จึงจะเห็นลูกสุนัขตัวแรกออกมา โดยส่วนใหญ่แล้วลูกสุนัขจะออกมาด้วยท่าทางที่เอาหัวออกมาก่อนพร้อมสายรกที่ติดสายสะดืออยู่ออกมาด้วย และปกติแม่สุนัขจะกัดถุงน้ำคร่ำและสายสะดือให้ขาดพร้อมกับทำความสะอาดลูกไปด้วย

และในขณะที่สุนัขคลอดนี้ หากเป็นแม้สุนัขครั้งแรกควรมีผู้ดูแลคอยนั่งดูแลอยู่ด้วยเนื่องจากแม่สุนัขอาจจะขาดประสบการณ์ เช่น แม่สุนัขบางตัวอาจจะไม่กัดถุงน้ำออกและไม่กัดสายสะดือ ฉะนั้นผู้ที่ดูแลต้องเอาคนช่วย หลังจากล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่แล้ว ควรฉีกถุงน้ำออกแล้วจากนั้นเอาหัวลูกสุนัขออกจากถุงก่อนเป็นอย่างแรก ต่อมาจึงลอกออกให้หมดทั้งตัว จากนั้นเช็ดน้ำเมือกตามหน้าด้วยผ้าสะอาด หน้าอก ลำตัว และด้านข้างเพื่อกระตุ้นการหายใจ หากทำแล้วลูกสุนัขยังไม่ร้องหรือหายใจให้อุ้มสุนัขด้วยการเอาหัวลงเพื่อให้น้ำหรือของเหลวต่างๆ ไหลออกมาจากทางปากและจมูก จากนั้นจึงค่อยมัดสายสะดือและตัดด้วยมีดที่สะอาด ป้ายยาทิงเจอร์ไอโอดีน และนำลูกสุนัขไปวางที่บริเวณหัวนมของแม่สุนัข

และเมื่อคลอดลูกตัวแรกได้แล้วต่อตัวไปก็จะปกติ ซึ่งระยะห่างของแต่ละตัวนั้นไม่แน่นอนนัก อาจจะ 10-30 นาที และสุนัขบางตัวก็คลอดลูกเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง แต่กลับกันบางตัวอาจจะ 8 ชั่วโมงหรือ 1 วันเต็มก็เป็นได้ และจำนวนของลูกสุนัขนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของแม่สุนัขเอง โดยปกติมักจะเฉลี่ยที่ประมาณ 5 – 7 ตัวหรืออาจจะมาหรือน้อยกว่านี้ก็ได้เช่นกัน

เมื่อลูกสุนัขหย่านม

เมื่อลูกสุนัขหย่านม

ลูกสุนัขควรลืมตาหลังจากอายุได้ 2 สัปดาห์ หากสังเกตเห็นว่าลูกสุนัขยังไม่ลืมตาให้เอาน้ำอุ่นล้างที่ตาเบาๆ และเมื่ออายุได้ 3 สัปดาห์ก็ควรเริ่มกินอาหารอื่นได้นอกจากนมแม่ ซึ่งโดยปกติแล้วแม่สุนัขจะเลี้ยงลูกด้วยนมอยู่ประมาณ 35-42 วัน หรืออาจจะยาวถึง 50 วัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของทั้งแม่สุนัขและลูกสุนัขด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามควรหย่านมให้ลูกสุนัขเมื่อได้อายุประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย ซึ่งหากลูกสุนัขไม่หย่านมเอง ผู้เลี้ยงสามารถทำได้ด้วยการให้อาหาร โดยมีน้ำอุ่น 1 ถ้วยผสมน้ำหวาน 1 ช้อนชากับนมอุ่น 1 ถ้วย จากนั้นจับหัวลูกสุนัขให้ปากแตกกับอาหารเบาๆ เพื่อให้เขาเข้าใจว่ากินได้ ต่อมาจึงให้อาหารอื่นๆ เช่น เนื้อหรือไข่ หรืออาหารเม็ดเพิ่มเข้ามาทีละน้อยด้วยการผสมกับน้ำนมที่ลดลงทีละน้อย ฝึกจนกระทั่งเขาสามารถกินได้โดยไม่ต้องผสมกับน้ำนม และในช่วงนี้ก็ควรแยกแม่สุนัขออกจากลูกเพื่อป้องกันไม่ให้เขากินนมได้ และเมื่อลูกสุนัขอายุได้ 2-4 สัปดาห์ก็ควรได้รับการถ่ายพยาธิครั้งแรกทันที

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย