การดูแลที่อยู่อาศัยและการอาบน้ำสุนัข

อาบน้ำสุนัข

สารบัญ

การเลี้ยงสุนัขก็เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ที่ยังคงต้องได้รับการดูแลเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และปราศจากโรคภัยต่างๆ ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้องเลี้ยงให้เขามีที่อยู่อาศัยที่เป็นที่เป็นทางหรือมีกรง เป็นสัดส่วน ได้กินอาหารที่เหมาะสมและถูกต้อง ได้รับการดูแลอย่างดีด้วยการรับวัคซีนตามกำหนดอย่าง ครบถ้วน
นอกจากนี้การให้ความรัก ความเอ็นดู ความห่วงใยในการพาไปรักษาเมื่อสุนัขป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ ก็จะทำให้สุนัขสุขภาพจิตที่ดีซึ่งส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเช่นกัน และยังส่งผลให้สุนัขมีการเจริญเติบโตที่ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย โดยมีรายละเอียดในการดูแลดังนี้

1. ที่อยู่อาศัย


สุนัขควรมีที่หลับนอนที่เป็นที่ทางและเป็นสัดเป็นส่วน แต่สิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เลี้ยงแต่ละคนว่าต้องการเลี้ยงสุนัขในบ้านหรือนอกบ้าน โดยหากต้องการเลี้ยงนอกบ้านผู้เลี้ยงจะต้องจัดหาที่นอนให้เขาอย่าเหมาะสม เช่นอาจจะนำผ้านุ่มๆ หลายชั้นๆ ทำเป็นที่นอนซึ่งอาจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ตามความเหมาะสมของขนาดตัวของสุนัข และนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องยุงที่อาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่สุนัขด้วย ฉะนั้นตัวกรงควรมีลวดที่สามารถกันยุงได้ มีหลังคากันลมกันฝนแต่ก็ยังคงต้องมีการถ่ายเทอากาศที่ดีอยู่เช่นกันเนื่องจากป้องกันการอับชื้นจะได้มีแสงแดดส่องเข้ามาในตอนกลางวันเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้เลี้ยงก็ยังคงต้องทำความสะอาดกรงอย่างสม่ำเสมออยู่เช่นกัน
หากต้องการเลี้ยงภายในบ้าน เรื่องที่ควรจะจัดการอย่างมากก็คือเรื่องการขับถ่ายที่ผู้เลี้ยงจะต้องฝึกฝนให้เขาขับถ่ายเป็นที่เป็นทางเพื่อความสะอาดภายในบ้าน โดยผู้เลี้ยงอาจจะฝึกให้เขาขับถ่ายหรือปัสสาวะใส่แผ่นรองเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายขึ้นก็ได้ หรือผู้เลี้ยงจะฝึกให้เขาขับถ่ายหรือปัสสาวะเป็นเวลาเฉพาะเวลาที่ออกไปข้างนอกก็ได้แต่การฝึกเช่นนี้ผู้เลี้ยงก็ต้องพาสุนัขออกจากบ้านเพื่อไปเดินเล่นในช่วงเวลาเดิมๆ ซ้ำๆ เพื่อให้เขาจำช่วงเวลาในการขับถ่ายได้ และเมื่อเขาปวดนอกเวลาเขาจะได้สามารถบอกเราได้

2. การอาบน้ำ

หากสุนัขได้รับความสะอาดอยู่เสมอก็จะส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรงเช่นกัน และยังทำให้สุนัขน่าอุ้มเล่นและน่าเลี้ยงดูซึ่งก็จะส่งผลให้สุนัขมีสุขภาพจิตที่ดีด้วย แต่ในขณะเดียวกันเนื่องจากสุนัขสามารถเป็นโรคทางระบบหายใจได้ง่าย โดยเฉพาะโรคปวดบวมที่อาจเป็นได้ง่าย นอกจากนี้หากสุนัขได้รับการอาบน้ำที่บ่อยเกินไปก็จะเป็นการล้างเอาไขมันที่เคลือบอยู่บนขนให้ออกมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการทำให้ขนและผิวของสุนัขแห้งทำให้คันและอาจเกิดแผลจากการเกาก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามดังนี้
สำหรับลูกสุนัข
โดยปกติแล้วลูกสุนัขไม่ควรอาบน้ำหากไม่จำเป็นจริงๆ ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดให้แห้งเพื่อเช็ดทำความสะอาดก็ได้จากนั้นจึงใช้แปรงหรือหวีขนบ่อยๆ สิ่งนี้ก็สามารถรักษาความสะอาดได้เช่นกัน และโดยปกติแล้วจะเริ่มอาบน้ำให้สุนัขได้เมื่ออายุ 3 เดือนขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาสุภาพของสุนัขว่ามีความสกปรกมากหรือไม่ หรือมีเห็บหมัดมากน้อยแค่ไหน หากอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องได้รับการอาบน้ำก็สามารถทำได้ทันที เพื่อป้องกันการระบาดของเห็บหมัด และในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาโรคผิวหนังได้ด้วย
สำหรับสุนัขที่โตแล้ว
สุนัขที่โตแล้วสามารถอาบน้ำได้ทุกๆ 1-2 อาทิตย์หรือก็สามารถอาบน้ำได้เลยเมื่อเนื้อตัวเริ่มสกปรกแล้ว แต่ในการอาบน้ำควรอาบในช่วงเวลาการกลางวันที่มีแดดออกและไม่มีอากาศหนาว แต่ก็ไม่ควรอาบตอนที่มีอากาศร้อนจนเกินไปควรเป็นแดดอ่อนๆ ที่สามารถผึ่งตัวให้แห้งได้หลังอาบน้ำเสร็จ และสบู่ที่ใช้ในการอาบน้ำก็ควรเป็นสบู่สำหรับสุนัขโดยเฉพาะเนื่องจากสบู่สำหรับสุนัขจะมีความเหมาะสมและอ่อนโดยต่อผิวของสุนัขมากกว่า
และในการอาบก็ควรระวังไม่ให้สบู่เข้าตาหรือหูของสุนัข และต้องใช้มือกดใบหูไว้เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าหูได้ ในการอาบน้ำควรเริ่มจากการราดน้ำบนตัวสุนัขให้เปียกทั่วทั้งตัวก่อนจากนั้นจึงใช้สบู่พอกให้ทั่วทั้งตัว ซึ่งสบู่หรือแชมพูแต่ละชนิดก็จะมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการอาบที่แตกต่างกันไปเพื่อที่สบู่จะได้ทำงานในการฆ่าเชื้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากนั้นจึงล้างสบู่ออกให้หมดจะสะอาดดี และหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วต้องเช็ดตัวให้แห้ง พร้อมกับการแปรงขนทุกครั้งเพื่อไม่ให้ขนพันกัน นอกจากนี้ยังควรต้องเช็ดตัวให้แห้งเพื่อป้องกันความอับชื้นที่เป็นบ่อเกิดของเชื้อราและโรคปอดบวมที่อาจจะเกิดขึ้นได้

3. การแปรงขน


สุนัขควรได้รับการแปรงขนอยู่เสมอทั้งหลังจากอาบน้ำแล้วหรือเวลาปกติทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งไม่ว่าจะเป็นสุนัขขนสั้นหรือยาวเพื่อให้ผิวหนังมีความสดชื่นอยู่เสมอ นอกจากนี้การแปรงขนยังช่วยให้ขนของสุนัขมีความเงางามอีกด้วย เนื่องจากเป็นการนวดต่อมไขมันที่โคนขนเพื่อให้ขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ขนมีสุขภาพที่สมบูรณ์และยังเป็นการขจัดรังแคและสิ่งสกปรกอื่นจากผิวหนังได้อีกด้วย
และอย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้นว่าการแปรงขนสำหรับสุนัขต้องได้รับการแปรงอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นสุนัขขนสั้นหรือขนยาว เนื่องจากแม้ว่าสุนัขที่จนสั้นอาจจะดูเหมือนไม่ต้องการการดูแลที่มาเหมือนขนยาว แต่จริงๆ แล้วสุนัขขนสั้นก็สามารถหมักหมมสิ่งสกปรกได้เช่นกันหากเราไม่ดูแลเขาดีพอ นอกจากเป็นการป้องกันขนที่อาจพันกันได้ ยังเป็นการป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วยเนื่องจากการหมักหมมของเชื้อโรคต่างๆ ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นการแปรงขนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการดูแลรักษาความสะอาดของสุนัขด้วยเช่นกัน

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย