5 คำถามยอดนิยมเมื่อกระต่ายถึงฤดูผสมพันธุ์

กระต่าย

สารบัญ

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนึ่งที่มีการเข้าสู่ช่วงผสมพันธุ์ที่ค่อนข้างเร็ว ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาพูดถึง 5 คำถามยอดนิยมเมื่อกระต่ายถึงฤดูผสมพันธุ์ให้กับผู้เลี้ยงกระต่ายที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องนี้มาฝากกัน เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีคำถามที่สงสัยอะไรบ้าง ซึ่งผมยังได้ยังได้นำข้อดีและข้อเสียในการทำหมันให้กระต่ายมาฝากทุกท่านอีกด้วย

1. กระต่ายที่ไม่ควรผสมพันธุ์

1. กระต่ายที่ไม่ควรผสมพันธุ์

แน่นอนว่าในการผสมพันธุ์กระต่ายก็ไม่ต่างกับการผสมพันธุ์ของสุนัขและแมวมากนัก ซึ่งจะมีข้อที่ไม่ควรทำดังนี้

– กระต่ายที่อายุยังไม่ถึง 6 เดือนเนื่องจากร่างกายของกระต่ายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ซึ่งร่างกายยังไม่พร้อมกับการผสมพันธุ์นั่นเอง และหากผสมพันธุ์อาจส่งผลให้เกิดการแท้งลูกหรืออาจส่งผลเสียต่อตัวแม่กระต่ายเองด้วย

– กระต่ายที่มีอายุ 2 ปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีลูกมาก่อน

– กระต่ายที่มีอายุ 5 ปีก็ไม่ควรผสมพันธุ์เนื่องจากอายุมากเกินไปสำหรับการผสมพันธุ์แล้ว

– กระต่ายที่มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์

– กระต่ายที่อ้วนเกินไป

– กระต่ายที่พึ่งมีลูกไปไม่ถึง 2 เดือนก็ยังไม่ควรที่จะผสมพันธุ์อีกเนื่องจากร่างกายยังไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% และอาจทำให้เครียดได้อีกด้วย

– กระต่ายที่มีสายเลือดที่ชิดกัน เช่น พ่อลูก แม่ลูก หรือแม้กระทั่งพี่น้องก็เช่นกัน

– แม่กระต่ายที่มีประวัติในการคลอดลูกออกมาแล้วลูกผิดปกติ

2. ข้อดีและข้อเสียของการทำหมันให้กระต่ายมีอะไรบ้าง?

2. ข้อดีและข้อเสียของการทำหมันให้กระต่ายมีอะไรบ้าง?

หลังจากการทำหมันแล้วการอยู่ดูอาการเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้และตัวเมียก็มีความแตกต่างกัน โดยกระต่ายตัวผู้ควรอยู่เฝ้าดูอาการหลังทำหมัน 1-2 วันแต่ตัวเมียควรอยู่เฝ้าดูอาการหลังทำหมัน 1-5 วัน

ข้อดีของตัวผู้

+ พฤติกรรมสะบัดฉี่หรือสเปรย์จะลดลงและกรงจะสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับกระต่ายแต่ละตัวเช่นกัน

+ พฤติกรรมที่ชอบทำท่าผสมพันธุ์กับสิ่งของไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา หรือแขนขาของเจ้าของก็จะหายไปเช่นกัน

+ กระต่ายหลังทำหมันแล้วจะอ่อนโยนขึ้นเยอะมาก

+ การทำหมันยังเป็นการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ได้อีกด้วย

ข้อดีของตัวเมีย

+ ผู้เลี้ยงไม่ต้องกังวลในเรื่องที่อาจพลาดท้องได้โดยไม่ตั้งใจ

+ สามารถป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวที่อาจจากการที่กระต่ายคิดว่าท้องได้ แต่จริงๆ แล้วนั่งคือท้องลมหรือท้องเทียมนั่นเอง ซึ่งสิ่งนี้เกิดจากอาการที่ไม่สมดุลของฮอร์โมน

+ กระต่ายจะมีนิสัยที่เรียบร้อย และอ่อนโยนมากขึ้น

+ สามารถป้องกันโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ได้เช่น หนองหรือเนื้อหงอกในมดลูก ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการทำหมันก่อนอายุ 2 ปี

ข้อเสียของการทำหมันทั้งกระต่ายตัวผู้และตัวเมีย

– ผู้เลี้ยงต้องคิดให้ดีก่อนนำกระต่ายไปทำหมันเนื่องจากหากจะอยากให้กระต่ายมามีลูกทีหลังไม่ได้นะครับ

– เรื่องการทำหมันถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และอาจจะทำให้เสี่ยงจากการได้รับยาสลบได้ซึ่งทำให้หัวใจของกระต่ายเต้นช้าลงได้ ฉะนั้นผู้เลี้ยงจะต้องปรึกษาหมอให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ

– หลังกระต่ายทำหมันแล้วจะสามารถอ้วนได้ง่ายขึ้น

3. กระต่ายผสมพันธุ์ได้เมื่อไหร่?

3. กระต่ายผสมพันธุ์ได้เมื่อไหร่?

กระต่ายควรผสมพันธุ์เมื่ออายุโตเต็มวัย โดยจะอยู่ที่ 8 เดือน – 1 ปีขึ้นไปแล้วแต่สายพันธุ์กระต่ายด้วย แต่ถ้าผู้เลี้ยงไม่ได้ดูให้ดีกระต่ายสามารถผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปซึ่งหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่อันตรายต่อกระต่ายมาก เนื่องจากจะทำให้ร่างกายของแม่กระต่ายมีการเจริญเติบโตที่ไม่เต็มที่ซึ่งอาจส่งผมให้สามารถแท้งลูกกระต่ายหรือทำให้ลูกกระต่ายออกมาไม่สมบูรณ์ได้ ฉะนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้กระต่ายผสมพันธุ์ก่อนวัยที่เหมาะสม

กระต่ายตัวเมียสามารถฮีทหรือสามารถติดสัดได้ตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าได้รับรับการกระตุ้นจากตัวผู้มากน้อยแค่ไหน และยังขึ้นอยู่กับวงรอบการติดสัด อุณหภูมิ อากาศ และแสงด้วย ซึ่งหากต้องการดูว่ากระต่ายตัวเมียมีอาการติดสัดหรือพร้อมผสมพันธุ์หรือไม่ ให้ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตได้ที่อวัยวะเพศด้วยการกดดูตรงอวัยวะเพศ หากอวัยวะเพศเป็นสีชมพูหรือสีแดงแสดงว่าพร้อมอวัยวะเพศแล้วนั่นเอง

และอีกสิ่งที่ควรรู้คือ กระต่ายตัวผู้สามารถอวัยวะเพศได้ตลอดเวลาแม้จะพึ่งเสร็จจากการอวัยวะเพศก็ตาม ฉะนั้นผู้เลี้ยงจึงควรแยกกระต่ายตัวผู้ออกจากตัวเมียทันที เนื่องจากหากปล่อยให้ตัวผู้อวัยวะเพศบ่อยอาจส่งผลให้ตัวเมียเกิดความเครียดได้

4. กระต่ายจะคลอดมีสัญญาณอะไรไหมนะ?

4. กระต่ายจะคลอดมีสัญญาณอะไรไหมนะ?

ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตกระต่ายที่ใกล้คลอดได้ง่ายมาก เนื่องจากกระต่ายที่จะคลอดแล้วจะมีท้องที่ใหญ่ขึ้นและหัวนมที่เต่งหรือบวมขึ้น และก่อนที่จะคลอด 2 วันกระต่ายจะกินข้าวน้อยลง นอนมากขึ้น มีอาการกระวนกระวาย และบางตัวก็เริ่มกัดขนตัวเองออกมาเพื่อทำรังคลอดแต่บางตัวก็จะกัดหลังจากที่คลอดแล้ว แต่หากเลี้ยงและปล่อยให้วิ่งเล่นที่สนามหญ้า ก็จะสามารถสังเกตได้ง่ายว่าเขาจะชอบคาบไม้เข้าไปในโพรงอย่างขะมักเขม้นอยู่นานซึ่งนี่คือเขากำลังทำรังคลอดอยู่นั่นเอง

5. กระต่ายจะคลอดลูกต้องเตรียมอะไรบ้าง?

5. กระต่ายจะคลอดลูกต้องเตรียมอะไรบ้าง?

หากต้องการตรวจสอบว่ากระต่ายท้องหรือไม่ ให้ผู้เลี้ยงสังเกตในช่วงวันที่ 25-30 หลังจากที่ได้รับอวัยวะเพศว่ามีอากาศดังนี้หรือไม่ ซึ่งกระต่ายที่ท้องจะมีอาการกินอาหารที่เยอะกว่าปกติ หวงตัวมากขึ้นและไม่ยอมให้จับ ก้าวร้าวมากขึ้นหรือหงุดหงิดง่าย หรือมีอาการคาบของในกรงและสะบัดทิ้งหรือกระทืบเท้าด้านหลังเสียงดัง ซึ่งอาการเหล่านี้จะเห็นชัดมากหลังจากที่อวัยวะเพศแล้ว 2 สัปดาห์

และเมื่อกระต่ายจะคลอดลูก ผู้เลี้ยงจะต้องเตรียมรังคลอดและหญ้าแห้งรองพื้นบริเวณนั้นเพื่อเป็นการให้ความอบอุ่นแก่ลูกกระต่ายเมื่อออกมาจากท้องแม่ โดยรังคลอดควรมีความกว้างพอที่แม่และลูกกระต่ายจะสามารถอยู่ได้อย่างสบายและไม่เบียดกัน ซึ่งรังคลอดนี้ก็มีขายในรูปแบบสำเร็จรูปและสามารถซื้อได้ตามร้านขายกระต่ายและสัตว์เลี้ยงเช่นกัน

แต่หากไม่ต้องการซื้อก็สามารถประหยัดงบประมาณได้ด้วยการทำรังคลอดแบบง่ายๆ ด้วยการใช้พลาสติกที่มีรูไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปซึ่งพอให้กระต่ายสามารถอึผ่านได้มาผูกติดกับกรง เพื่อป้องกันไม่ให้แม่กระต่ายกัดกรงและยกสะบัดได้เมื่อเครียดเนื่องจากอาจทำให้ลูกหลุดออกมานอกรังคลอดและอาจทำให้ไม่ได้กินนมแม่ ซึ่งหากคลอดในตอนกลางคืนที่ไม่มีใครเห็น แม้จะเพียงคืนเดียวแต่การที่ไม่ได้รับสารอาหารพร้อมกับการโดนลมเย็นนกกรงก็อาจส่งผลต่อชีวิตของลูกกระต่ายเลยก็ได้

Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย