ความรู้เบื้องต้นในการตรวจสุขภาพเจ้ากระต่าย

กระต่าย

สารบัญ

อย่างที่ผู้เลี้ยงกระต่ายจะรู้กันดีว่ากระต่ายนั้นเมื่อป่วยจะสังเกตค่อนข้างยาก เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่เมื่อป่วยจะปกปิดความป่วยของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ สาเหตุของสิ่งนี้ก็มาจากโดยปกติหากอยู่ตามธรรมชาตินั้นกระต่ายจะเป็นผู้ถูกล่าในห่วงโซ่อาหาร และหากเขาแสดงออกมาว่าเขาป่วยก็จะสามารถทำให้ถูกโจมตีได้ง่ายขึ้น 

ฉะนั้นในการเลี้ยงกระต่ายผู้เลี้ยงจึงต้องคอยดูแลอย่างละเอียดอ่อน ต้องคอยสังเกตอยู่เสมออย่างใกล้ชิดว่ากระต่ายมีความผิดปกติอะไรหรือ ดังนั้นในวันนี้ผมจึงจะมานำแนะนำถึงความรู้เบื้องต้นในการตรวจสุขภาพเจ้ากระต่ายจากอวัยวะบนร่างกายที่ผู้เลี้ยงสามารถตรวจได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง โดยมีดังนี้

1. ดวงตา ปากและฟัน


ให้ผู้เลี้ยงสังเกตว่าตามีขี้ตาหรือไม่ มีอาการบวมแดงหรือตาเปลี่ยนสีหรือไม่ และสามารถดึงเปลือกเพื่อดูด้านในของตาได้ว่ายังเป็นสีชมพูปกติอยู่หรือไม่ จากนั้นให้ผู้เลี้ยงจับกระต่ายขึ้นมานั่งบนตักให้มั่นคงและปลอดภัย จากนั้นใช้นิ้วจับที่มุมปากของกระต่ายและฉีกยิ้มเบาๆ และให้เช็กดูว่ามีฟันขึ้นเพิ่มตรงไหนหรือไม่ จากนั้นดูสุขภาพสีเหงือกและสภาพปาก ว่ายังเป็นสีชมพูปกติหรือไม่

2. จมูกและการหายใจของกระต่าย


ให้ผู้เลี้ยงเช็กดูว่าจมูกสะอาดหรือไม่ มีน้ำมูก จาม หรือมีสีที่ผิดปกติหรือไม่ และเนื่องจากกระต่ายจะเช็ดจมูกด้วยอุ้งเท้าด้านหน้า ผู้เลี้ยงจึงต้องเช็กอุ้งเท้าหน้าด้วยเช่นกันด้วยว่าเปียกหรือสกปรกหรือไม่ จากนั้นให้ผู้เลี้ยงเอียงหูเข้าไปฟังใกล้ๆ เพื่อฟังเสียงหายใจว่าปลอดโปร่งหรือไม่ โดยต้องไม่มีอาการหายใจติดขัดหรือไม่มีเสียงขึดๆ หรือไม่และจากนั้นดูว่าหายใจปกติดีหรือไม่ โดยกระต่ายจะหายใจที่ 30-60 ครั้ง/วินาที

3. ขนและผิว

ให้ผู้เลี้ยงเช็กดูให้ทั่วตัวว่าผิวมีสะเก็ด แผล ขุย ขนหลุดร่วง หรือมีก้อนไขมันใต้ผิวหนังหรือไม่ เนื่องจากขนกระต่ายจะต้องไม่พันกันเป็นก้อนและต้องสะอาด ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรแปรงขนให้กระต่ายอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน

4. หู


ให้ผู้เลี้ยงใช้ไฟฉายส่องเข้าไปดูในรูหูว่าสะอาดดีหรือไม่ มีขี้หู ขุย สกปรก มีกลิ่นหรือไม่ ถ้าหากเช็กแล้วพบว่าหูกระต่ายมีความสกปรกให้ผู้เลี้ยงทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือสำหรับฆ่าเชื้อเพื่อความสะอาดและความปลอดภัยของกระต่าย

5. เล็บและนิ้วเท้า


ผู้เลี้ยงควรตัดเล็บให้กระต่ายอย่างสม่ำเสมอด้วยกรรไกรตัดเล็บของกระต่ายโดยเฉพาะโดยตัดตรงที่ยาวเกินไปออก เนื่องจากหากยาวเกินไปเล็บอาจจะฉีกขาดและเป็นแผลติดเชื้อได้ จากนั้นให้ผู้เลี้ยงจับและเช็กดูว่ามีแผล ร่องรอยการขูด รอยถลอกหรือไม่เนื่องจากกระต่ายจะชอบขูดอยู่เสมอจึงอาจทำให้เกิดแผลได้ และต้องตรวจเช็กด้วยว่านิ้วเท้ามีความสมบูรณ์และตรงดีหรือไม่

6. เท้าและขา


ผู้เลี้ยงควรบีบเท้ากระต่ายเพื่อเช็กดูเนื่องจากใต้เท้าสุดจะมีขนหนาที่บังอยู่ จึงควรบีบเพื่อเช็กว่ากระต่ายมีอาการสะดุ้งหรือไม่ และเช็กดูว่ามีฝีพุพอง มีผิวเป็นสีแดงหรือไม่การติดเชื้อหรือไม่ เนื่องจากหากผู้เลี้ยงเลี้ยงกระต่ายในกรงตลอด หากพื้นกรงเป็นเส้นลวดที่เล็กหรือสากจนเกินไปกระต่ายก็อาจจะเป็นได้รับบาดเจ็บแบบที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้าได้ และนอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องค่อยสังเกตว่าขาทั้ง 4 ข้างของกระต่ายมีอาการอ่อนแรงหรือเสียสมดุลเวลาวิ่งหรือไม่

7. ตรวจเช็กอุณหภูมิร่างกายของกระต่าย


ผู้เลี้ยงควรเช็กว่าร่างกายของกระต่ายมีอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นเกินไปหรือไม่ ซึ่งอุณหภูมิปกติของกระต่ายจะอยู่ที่ 38.5-40 องศาเซลเซียส โดยหากผู้เลี้ยงพบว่ากระต่ายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ ผมแนะนำให้ผู้เลี้ยงตรวจอุณหภูมิร่างกายของกระต่ายโดยใช้ปรอทวัดไข้ทางทวารหนักก่อนพาเจ้ากระต่ายไปหาหมอเนื่องจากสิ่งนี้จะทำให้หมอได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนด้วย แต่หลังจากวัดไข้แล้วผู้เลี้ยงต้องจำให้ดีว่ากระต่ายมีอุณหภูมิปกติที่สูงถึง 40 องศาเซลเซียสซึ่งหากเทียบกับคนแล้วก็อาจจะสูงแต่นี่คืออุณหภูมิปกติของเจ้ากระต่ายซึ่งหากมีอุณหภูมิเท่านี้ก็ยังแปลว่าเจ้ากระต่ายจะแข็งแรงอยู่และไม่ควรพาไปพบหมอ

8. ต่อมกลิ่นของเจ้ากระต่าย


กระต่ายจะมีต่อมกลิ่นอยู่บริเวณใกล้ๆ กับอวัยวะเพศ และจะส่งกลิ่นออกมาเหมือนกับขี้ผึ้งที่เหนียวและมีสีคล้ำ เมื่อเช็กดูแล้วมีให้ผู้เลี้ยงใช้สำลีชุบน้ำอุ่นหรือใช้เบบี้ออยล์เช็ดทำความสะอาดออก แม้การสะสมจนเป็นก้อนจะเป็นเรื่องปกติแต่การสะสมก็ทำให้สามารถติดเชื้อได้เช่นกันครับ ซึ่งสิ่งนี้ทำได้บ่อยหรือสามารถทำได้เมื่อเราเริ่มได้กลิ่นแรงๆ จากกระต่ายนั่นเอง และหลังจากที่เช็ดทำความสะอาดก้อนออกแล้ว ให้ผู้เลี้ยงตรวจเช็กอวัยวะเพศของกระต่ายว่ามีอาการบวมแดง ติดเชื้อหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ อีกหรือไม่ นอกจากนี้หากเช็กแล้วพบว่ามีอึพวงองุ่นติดอยู่ให้ผู้เลี้ยงใช้น้ำอุ่นในหารเช็ดล้างทำความสะอาด และให้เล็มตัดขนในบริเวณนั้นออกเพื่อความสะอาดในระยะยาว แต่ผู้เลี้ยงก็ต้องจับให้ดีว่าอันไหนเป็นขนหรืออันไหนเป็นเนื้อเช่นกัน เนื่องจากเนื้อของกระต่ายในบริเวณนั้นมีความอ่อนและยืดหยุ่นมากซึ่งหากตัดผิดอาจทำให้กระต่ายบาดเจ็บได้ครับ

9. อุจจาระและปัสสาวะ


ให้ผู้เลี้ยงเช็กอุจจาระของกระต่ายว่ามันความผิดรูปไปจากปกติหรือไม่ โดยอึที่ดีของกระต่ายจะต้องเป็นก้อนกลมและมีความชื้น ซึ่งหากเหลวนั้นแปลว่ากระต่ายท้องเสียวนั่นเอง จากนั้นให้ผู้เลี้ยงสังเกตที่ฉี่ของกระต่ายว่ามีความผิดปกติด้วยหรือไม่ ซึ่งหากฉี่ของกระต่ายมีความผิดปกติเช่น ฉี่ออกมามีสีแดงปนออกมาด้วยต้องควรพาไปพบหมอทันที

10. พฤติกรรมทั่วไปของกระต่าย


ผู้เลี้ยงต้องค่อยสังเกตพฤติกรรมของกระต่ายอย่างสม่ำเสมอ ว่ากระต่ายขอเรามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากปกติหรือไม่ เช่น ร่าเริงน้อยลงกว่าปกติหรือไม่ ดูท่าท่าไม่มีแรงเหมือนแต่ก่อน ไม่ค่อยกินเท่าเดิม เป็นต้น ซึ่งนิสัยที่เปลี่ยนไปของเจ้ากระต่ายก็สามารถบอกได้เช่นกันว่าเจ้ากระต่ายกำลังไม่สบายอยู่ก็เป็น ฉะนั้นเมื่อสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้เลี้ยงควรพากระต่ายไปพบหมอทันทีเพื่อตรวจหาสาเหตุการเปลี่ยนแปลงนั้น

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย