กระต่ายควรกินอะไรหลังหย่านม?

กระต่าย

สารบัญ

แม้กระต่ายจะตัวเล็กดูจะเลี้ยงง่ายซึ่งจริงๆ นั้นไม่ใช่เลย แต่แน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์แต่ละประเภทก็จะสิ่งที่แตกต่างกันไปซึ่งมีทั้งยากและง่าย ดังนั้นหากเราต้องการเลี้ยงอะไรหรือสัตว์เลี้ยงประเภทไหน ผู้เลี้ยงก็ควรรู้และเข้าใจในธรรมชาติความเป็นไปของสัตว์ประเภทนั้น และวันนี่เราจะมาทำความรู้จักกันว่ากระต่ายควรกินอะไรหลังหย่านม? แต่อย่างแรกเราต้องทราบในธรรมชาติของกระต่ายกันก่อนเป็นอย่างแรก

– โดยช่วงแรกเกิดจนถึงกระต่ายได้อายุถึง 1 เดือน กระต่ายจะกินเพียงนมแม่เท่านั้นเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกกระต่ายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

– หลังจากนั้นเมื่ออายุได้ 3 สัปดาห์ ลูกกระต่ายจะชอบออกมาเดินเล่นที่นอกกรง และจะมาแอบกินอาหารเม็ดและแทะหญ้าของแม่เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นช่วงเวลาในการปรับตัวก่อนจะหย่านมนั้นเอง

– เมื่อกระต่ายอายุได้ 1 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่กระต่ายจะกินนมแม่น้อยลง แต่ผู้ขายก็ควรให้ลูกกระต่ายกินนมแม่ให้เต็มที่ก่อนจะแยกลูกกระต่ายออกจากแม่

ดังนั้นหลังจากนี้ก็คือการเปลี่ยนอาหารเนื่องจากกระต่ายจะเริ่มหย่านมแม่ และเปลี่ยนมากินอาหารเม็ดแทน และเป็นที่รู้กันดีว่ากระต่ายที่เป็นสัตว์ประเภทที่เครียดได้ง่าย เราจึงควรต้องให้เวลากระต่ายในการปรับตัวทั้งเรื่องอาหารการกินรวมไปจนถึงที่อยู่อาศัยด้วย

ฉะนั้นเมื่อรับลูกกระต่ายมาแล้ว ผู้เลี้ยงควรของอาหารจากฟาร์มมาด้วยเล็กน้อยเพื่อมาผสมกับอาหารที่เราจะเปลี่ยนให้เขากิน โดยผู้เลี้ยงต้องผสมทีละเล็กทีละน้อย และค่อยเปลี่ยนให้เต็มที่ เพื่อเป็นการให้กระต่ายได้มีเวลาได้ปรับตัวกับอาหารตัวใหม่ 

ซึ่งหากเราให้อาหารใหม่ทันทีอาจทำให้กระต่ายมีอาการรับอาหารไม่ได้และส่งผลให้ท้องอืดหรือแย่ที่สุดก็คืออาจจะท้องเสียตายได้เลยก็เป็นได้ และวันนี้ผมได้มีอาหาร 2 ประเภทหลักที่ต้องให้กระต่ายกินตลอดชีวิตมาฝากกันด้วย โดยมีดังนี้ 

1. หญ้าทั้งแห้งและสดที่สะอาด

1. หญ้าทั้งแห้งและสดที่สะอาด

หญ้าทั้งแห้งและสดเป็นอาหารหลักของกระต่ายเลยก็ว่าได้ ส่วนผักและอาหารเม็ดนั้นถือว่าเป็นอาหารรอง และผลไม้ก็ควรให้เป็นชิ้นเล็กๆ เท่านั้น โดยปกติธรรมชาติของกระต่ายจะใช้เวลาทั้งวันในการแทะหญ้าซึ่งหญ้าเป็นอาหารที่ทำให้กระต่ายแข็งแรงเนื่องจากมีวิตามินหรือสารอาหารที่ต่ำ แต่กลับมีกากใยที่ย่อยสลายไม่ได้อยู่สูง ซึ่งหญ้าก็จะสามารถแบ่งออกได้ทั้งหญ้าสดและหญ้าแห้งดังนี้

– หญ้าสด หรือ หญ้าขน เราสามารถตัดเอาตามสนามหญ้าที่มีสุนัขเดินผ่านปกติก็ทำได้เช่นกัน แต่เราควรล้างน้ำด้วยผสมด่างทับทิมเพื่อให้ได้หญ้าที่สะอาดและไม่มีพยาธิ อุจจาระสุนัข หรือสารเคมีติดมาด้วย

– หญ้าแห้งที่ผู้เลี้ยงควรให้เป็นประจำคือ หญ้าแพงโกลา หญ้าทิโมธี หญ้าออชาร์ด หญ้าเบอร์มิวด้า เป็นต้น แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องระวังคือหญิงที่เอามาให้กระต่ายจะต้องไม่มีความชื้น ไม่มีเชื้อรา ซึ่งผู้เลี้ยงก็สามารถทำให้หญ้าแห้งสนิทได้ด้วยหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องอบหญ้าแห้ง หรือตากที่แดดจัดแต่วิธีนี้ก็ต้องดูให้ดีเนื่องจากอาจมีเชื้อราที่เราไม่สามารถมองเห็นเกิดขึ้นได้

ส่วนกระต่ายที่อยู่ในช่วงวัยกำลังโต ตั้งท้อง แม้กระต่ายที่กำลังให้นม หรือกระต่ายที่ป่วยและกำลังต้องการโปรตีนไปช่วยเสริมสร้างร่างกายควรให้หญ้าฟัลฟ่าแก่กระต่ายกิน แม้หญ้าชนิดนี้จะอยู่ในตระกูลถั่วก็ตาม แต่หญ้านี้ก็มีโปรตีนที่สูงมากฉะนั้นจึงเหมาะสมกับกระต่ายที่เรากล่าวไปก่อนหน้า แต่สิ่งที่ต้องระวังคือไม่ควรเอาให้กระต่ายที่สุขภาพแข็งแรงดีกินเนื่องจากอาจจะได้รับโปรตีนมากจนเกินไป

2. อาหารเม็ดสำเร็จรูป

2. อาหารเม็ดสำเร็จรูป

ผู้เลี้ยงควรคำนำถึงคุณประโยชน์ของอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่ควรให้กระต่ายกิน ซึ่งควรมีส่วนประกอบดังนี้ กากใยไม่ต่ำกว่า 20% กากใยที่ย่อยไม่ได้ควรมากกว่ากากใยที่ย่อยได้ โปรตีน 12-16% และมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ

กากใยที่ย่อยไม่ได้จะมีโมเลกุลที่ใหญ่กว่ากากใยที่ย่อยได้ และเมื่อกระต่ายกินเข้าไปกากใยที่ย่อยได้จะถูกเคลือบผิวที่ลำไส้ใหญ่ที่เงามัน แต่กากใยที่ย่อยไม่ได้เมื่อผ่านลำไส้ออกมาแล้วจะกลายเป็นอึกระต่ายก้อนกลมๆ เล็กๆ ซึ่งสิ่งนี้จะเรียกว่า “อึพ่วงองุ่น” ซึ่งมีสารอาหารมากมายภายในนั้น และกระต่ายก็จะกินอึพ่วงองุ่นกลับเข้าไปเพื่อนำไปย่อยเพื่อดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้อีกที

แต่หากผู้เลี้ยงเช็กที่กรงแล้วพบว่ามีอึพ่วงองุ่นเหลือเยอะมากแสดงว่ากระต่ายอาจได้รับสารอาหารที่มากเกินไป ผู้เลี้ยงควรเปลี่ยนเป็นอาหารเม็ดที่มีกากใยที่สูงขึ้น หรืออาจจะลดอาหารเม็ดลงและเพิ่มหญ้าสดหรือหญ้าแห้งลงไปเพื่อเพิ่มกากใยอาหารที่ย่อยไม่ได้ให้เพียงพอและสมดุล

3. ปริมาณอาหารที่กระต่ายควรกิน

3. ปริมาณอาหารที่กระต่ายควรกิน

การให้อาหารสำหรับกระต่ายก็ต้องมีการควบคุมเพื่อความเหมาะสมและสมดุล โดยกระต่ายควรได้รับอาหารประมาณ 50 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (ถือเป็น 5% ของน้ำหนักตัว) และกระต่ายควรได้รับอาหารเม็ด 15 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (ถือเป็น 1.5% ของน้ำหนักตัว)  และควรกินน้ำ 50-100 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และสิ่งสำคัญคือผู้เลี้ยงควรแบ่งอาหารให้กระต่ายกินเป็น 3 ส่วนคือ ตอนเช้าหรือให้กินในช่วงกลางวัน 1 ส่วน และตอนเย็นหรือให้กินช่วงกลางคืนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

นอกจากนี้แล้วผู้เลี้ยงก็ควรที่จะต้องคอยสังเกตเจ้ากระต่ายน้อยของเราอยู่เสมอ เนื่องจากมีอะไรที่ผิดปกติเราจะได้สามารถช่วยเหลือได้ทันเวลา เช่น หากพบว่าช่วงหลังๆ กระต่ายไม่ยอมกินหญ้าเท่าแต่ก่อนผู้เลี้ยงก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าคุณให้อาหารเม็ดเยอะเกินไปหรือไม่ทำให้เจ้ากระต่ายรับสารอาหารจากหญ้าไม่เพียงพอ เป็นต้น

Picture of Poster 24

Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการสัตว์เลี้ยงแนวหน้าในประเทศไทย